Call center +66 (0) 2079-9999
Thonglor Pet Hospital, Open 24 hours

​โรคต้อกระจกในสุนัขและแมว

22 / May / 2019

แก้วตา (Lens) ของสุนัขโดยทั่วไปมีลักษณะเป็นเลนส์นูนใสมีความโค้งนูนทั้ง 2 ด้าน มีหน้าที่สำคัญร่วมกับกระจกตาในการรวมแสงไปโฟกัสบนจอประสาทตา (Retina) โดยแก้วตามีส่วนประกอบหลักเป็นน้ำและโปรตีนโดยร้อยละ 65 % เป็นน้ำและร้อยละ 35% เป็นโปรตีนส่วนที่เหลือเป็นไขมันและแร่ธาตุอื่นๆ

ต้อกระจกคืออะไร
ต้อกระจกเป็นภาวะที่ใช้เรียกเลนส์ตา (แก้วตา)ที่มีความขุ่นชื้นมักจะเห็นเป็นสีขาวขุ่นหรือสีเหลือง ทำให้เมื่อแก้วตามีลักษณะขุ่นขาวผิดไปจากธรรมชาติไม่ว่าที่ตำแหน่งหรือจากสาเหตุใดก็ตามจะเรียกว่า “ต้อกระจก”

สาเหตุของต้อกระจกมีอะไรบ้าง
  • การเสื่อมของเลนส์ตามวัย ส่วนใหญ่พบในสุนัขอายุตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไป ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด
  • เกิดจากกรรมพันธุ์ เป็นต้อกระจกตั้งแต่ 1-2 ปี
  • เกิดจากการได้รับอุบัติเหตุที่ตา เช่นโดนกระแทกตกจากที่สูงโดนรถชน โดนของมีคมกระแทกตา เป็นต้น
  • เกิดจากโรคตาบางชนิดเช่น โรคจอประสาทตาเสื่อม หรือ ลอกหลุด โรคต้อหินหรือมีการอักเสบของตาที่เกิดจากแผลของกระจกตา
  • โรคทางร่างกายบางโรค เช่น โรคเบาหวานหรือการติดเชื้อที่ทำให้เป็นต้อกระจกได้เร็วขึ้น
อาการของต้อกระจกเป็นอย่างไร
  • เกิดขึ้นอย่างช้าๆ (ยกเว้นในรายที่เป็นเบาหวาน) โดยไม่แสดงอาการเจ็บป่วยใดๆ เจ้าของจะเริ่มเห็นตาขุ่นขึ้นอย่างช้าๆ
  • ในช่วงแรกๆอาจจะยังมองไม่เห็น แต่เมื่อเวลาผ่านไปสายตาจะเริ่มพร่ามัวจนถึงระยะเลนส์ขุ่นเต็มที่จนมองไม่เห็น เดินชนเข้าหาเจ้าของหรือทานอาหารไม่ถูก ขึ้นบันไดได้แต่ลงบันไดไม่ได้ ในสุนัขบางตัวเมื่อมองไม่เห็นจะมีนิสัยก้าวร้าว ดุมากขึ้น เนื่องจากมีความระแวงหรือมีอารมณ์หงุดหงิดขึ้น
โรคแทรกซ้อนที่ตามมา
            หากทิ้งไว้นานจนต้อกระจกแก่เกินไป อาจเกิดปัญหาโรคต้อหินขึ้นและโรคม่านตาอักเสบแทรกซ้อน ทำให้ปวดตา ตาแดงและตาบอดได้

วิธีการรักษาต้อกระจกต้องทำอย่างไร ?
  • ใช้ยาหยอดตา ชะลอความเสื่อมของเลนส์ที่ทำให้เลนส์ตาขุ่นช้าลงซึ่งไม่มียาชนิดใดสามารถลดหรือหยุดโรคต้อกระจกได้
  • การผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Phacoemulsification)
  • สำหรับการรักษาที่ได้ผลดีที่สุดคือการผ่าตัดเพื่อนำเอาเลนส์ที่เป็นต้อกระจกออกแล้วใส่เลนส์ตาเทียมให้กับสัตว์ป่วย ในปัจจุบันได้มีการนำเทคนิคการผ่าตัดชั้นสูงคือ (Phacoemulsification) ซึ่งเครื่องมือและเทคนิคในการผ่าตัดนั้นทำเช่นเดียวกับคนที่เป็นโรคต้อกระจกแต่ในสุนัขอาจจะต้องมีการวางยาสลบเพื่อความสะดวกและปลอดภัยของสุนัขระหว่างการผ่าตัด
การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Phacoemulsification) เป็นการผ่าตัดต้อกระจกแบบแผลเล็ก ซึ่งแผลมีขนาดเล็ก 3 mm (สำหรับไม่มส่เลนส์เทียม) และ 4.5 mm (สำหรับแบบใส่เลนส์เทียม)
ขั้นตอนวินิจฉัยทำการผ่าตัด
1. ตรวจตา สัตวแพทย์จะตรวจวินิจฉัยดวงตาอย่างละเอียดเพื่อจำแนกชนิด ตำแหน่งและความรุนแรงของต้อกระจก รวมถึงมีการวัดความดันตา ตรวจเนื้อวุ้นตาและจอประสาทตาโดยละเอียด
2. ตรวจเลือด
3. วัดความดันเลือด
4. x-ray ช่องอก
5. คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (สำหรับสุนัขอายุมาก)
6. ตรวจเบาหวาน
7. Ultrasound
8. ERG ตรวจจอประสาทตา

ข้อควรการปฎิบัติก่อนผ่าตัด
  • สุนัขควรอาบน้ำก่อนผ่าตัด
  • ควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย
  • ยาที่กินเป็นประจำให้ใช้ได้ตามปกติและนำมาโรงพยาบาลด้วยเช่น ยาเบาหวาน ยาลดความดัน ยาแก้แพ้ ยาโรคหัวใจเป็นต้น
  • ยาทีต้องงดก่อนการผ่าตัด 1 สัปดาห์ ยาแอสไพริน ยาหดม่านตา
ข้อควรปฎิบัติหลังการผ่าตัด
  • หลังผ่าตัด ควรอยู่พักในโรงพยาบาลเพื่อให้สัตวแพทย์ทำการตรวจให้ละเอียดทุกวัน ประมาณ 4-7 วัน
  • ใส่คอลล่า กันเกาหรือถูตา
  • ไม่ให้สุนัขเห่าหรือสะบัดหน้าแรงๆ
  • ไม่ควรให้ขึ้นลงบันได หรืออยู่ในที่ที่มีฝุ่น ควันที่อาจระคายเคืองตาได้
  • ป้อนยา/หยอดตา ตามที่สัตวแพทย์สั่ง
  • มาพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจตามนัด
 
 
 

Related Post

การศัลยกรรมและวางยาสลบในสัตว์เลี้ยง เมื่อได้ยินแล้วคิดว่าหลายๆท่านคงไม่ค่อยสบายใจนักหากสัตว์เลี้ยงของท่านมีอันต้องเกี่ยวข้องกับการกระทำเหล่านี้ ในความเป็นจริงแล้วความก้าวหน้าทางด้านวิทยาการและเครื่องมือทางด้านสัตวแพทย์ได้มีการพัฒนาไปค่อนข้างไกลมาก ดังนั้
​อย่างที่ทุกๆคนรู้ว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจแต่ถ้าดวงตา ของสัตว์เลี้ยงของเราเกิดความระคายเคืองมีขี้ตามากหรือบางรายมีเม็ดสีมาบดบังการมองเห็น ดวงตานั้นอาจจะไม่สามารถบอกความในใจต่างๆได้อีกเลย
หลายคนคงจะมีคำถามตั้งอยู่ในใจนะค่ะ ว่าสุนัขและแมวเป็นโรคเบาหวานเหมือนในมนุษย์ได้จริงหรือไม่ แล้วสาเหตุเกิดจากการกินของหวานมากไปหรือเปล่า เพราะสุนัขที่บ้านก้กินแต่อาหารเม็ดธรรมดาแล้วจะเป็นโรคเบาหวานได้หรือไม่?