คัมภีร์ สตรีทรงพลัง ขยายอาณาจักรด้วยรักแท้ — สัตวแพทย์หญิง กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ

แชร์
13 มีนาคม 2569 413 ครั้ง

ตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในปี 2567 มีมูลค่าประมาณ 75,000 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 12.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (ข้อมูลโดย Asia News Network) พร้อม ๆ กับพฤติกรรมและค่านิยมการเลี้ยงที่ต่างจากอดีตคือรักและเมตตาสัตว์เลี้ยงเหมือน "สมาชิกครอบครัว" (Pet Humanization) เจ้าของดูแลทั้งอาหาร อุปกรณ์ บริการ รวมถึงการดูแลสุขภาพ ยามเจ็บป่วยก็พร้อมรักษาอย่างดี

สัตวแพทย์หญิง กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล ผู้ก่อตั้ง และประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ คือผู้มาก่อนกาลที่มองเห็นโอกาสนี้ก่อนใคร เธอตัดสินใจก่อตั้งโรงพยาบาลรักษาสัตว์ในอาคารพาณิชย์ 3 คูหา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 และเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงได้ทุกเวลา และตั้งชื่อเรียบง่ายว่า "โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ" เพราะตั้งอยู่ในย่านนั้น

"ตอนจบมาทำงานอยู่คลินิกชาวต่างชาติ คนหนึ่งเสียใจมากเพราะหมาตาย ตัดพ้อว่าประเทศไทย uncivilized เพราะไม่มีโรงพยาบาลสัตว์เปิดตอนกลางคืน เลยเป็นแรงบันดาลใจ อยากทำโรงพยาบาลที่ดี"

ในยุคนั้น ทองหล่อยังไม่มีร้านอาหารมิชลิน รถไฟฟ้า หรือคอนโดสูงใหญ่ เจ้าของสัตว์เลี้ยงเมื่อ 30-40 ปีก่อน ยังเลี้ยงแบบเรียบง่าย กินข้าวคลุกเหลือจากเจ้าของ คุณหมอดูแลสัตว์เลี้ยงที่ป่วยทุกตัวอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นสุนัขพันธุ์แพงหรือแมวจรจัด ทุกชีวิตมีคุณค่า

"หมอเชื่อว่าทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ลาภยศจะมาเอง"

โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อจึงค่อย ๆ เป็นที่รู้จักจากคำบอกเล่าปากต่อปาก ว่าที่นี่รักษาหมาแมวอย่างดี ประกอบกับสถานีวิทยุ จส.100 ในยุคนั้นช่วยเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง 

คุณหมอเติบโตมาในครอบครัวที่เมตตาต่อสัตว์ แม่ของเธอนำข้าวคลุกไปให้แมวได้ทางด่วนเพชรบุรีทุกวัน แม้ปัจจุบันคุณแม่วัย 94 ปี ยังเปิดบ้านต้อนรับแมวจรกว่า 40 ตัว ให้มากินข้าวทุกวัน โดยมีพี่เลี้ยงที่ยินดีทำหน้าที่หากับข้าวกับปลามาดูแล

ในบ้านมี "แม่ฝ้าย" สุนัขพันธุ์สปิตซ์ที่อยู่ด้วยกันจนสิ้นอายุขัย 19 ปี และ "เบบี้" ลูกของแม่ฝ้าย ที่ผูกพันกันจนกระทั่งถึงวันที่เบบี้จากไป คุณหมอพูดด้วยความเข้าใจว่า "อายุขัยเขาสั้นกว่าเรา ต่อให้ผูกพันกันแค่ไหน เขาไปก่อนเราเสมอ" ประสบการณ์นี้ทำให้เธอสอนเจ้าของสัตว์ทุกคนว่า การพลัดพรากคือสัจธรรมของการเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะผู้ปกครองคนไหนคิดจะซื้อสัตว์เลี้ยงให้ลูก คุณหมอย้ำว่าพึงสอนให้ลูกน้อยเตรียมรับการพรากอย่างเข้าใจ

ช่วงชีวิตวัยเรียน รั้วโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาอยู่ติดกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองไปเห็นคณะนี้ทุกวัน เมื่อถึงเวลาเอ็นทรานซ์ เธอสอบติดคณะนี้ซึ่งเลือกไว้เป็นอันดับที่ 4 มีโควตาสำหรับนิสิตหญิงเพียง 10 คนต่อปี อาจเป็นเพราะคณะนี้ต้องเรียนอย่าง "ทรหด" เช่น การเรียนกายวิภาคสัตว์จากชิ้นส่วนสัตว์ที่มีกลิ่นฉุน หรือการลงภาคสนามล้วงก้นวัวเพื่อคลำรังไข่ "ถ้าใครเรียนสัตวแพทย์ หมอจะบอกว่าให้คิดทบทวนว่าชอบจริงไหม เพราะงานหนัก และต้องรักสัตว์จริง"

สิ่งที่ทำให้โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ 3 คูหาเติบโตจนมี 20 สาขา คือ ปรัชญาการทำงาน "การทำด้วยใจเมตตา" เพราะน้องหมาน้องแมวนั้นพูดไม่ได้ บอกไม่เป็น การรักษาจึงต้องทำความเข้าใจกับทั้งสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อจึงไม่ได้มีแค่สัตวแพทย์ที่เก่ง แต่ต้องมี "ใจ" รักสัตว์อย่างแท้จริง

"ถ้าใครตีหมา หมอให้ออกเลย" ซึ่งสะท้อนค่านิยมหลักที่เธอยึดมั่นว่า สัตว์ทุกตัวสมควรได้รับการปฏิบัติด้วยความเมตตาและเคารพ

"อาชีพนี้โชคดี เพราะได้ทำบุญทุกวัน" มีอยู่วันหนึ่ง เพื่อนคุณหมอโทรมาแจ้งว่ามีน้องหมาถูกรถชนอยู่ย่านปิ่นเกล้า กระดูกสันหลังทะลุเนื้อ คุณหมอทำการผ่าตัด น้องหมาหายดีมีชีวิตรอดแต่พิการ หากปล่อยให้กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมคงลำบาก ขาลากพื้นเสี่ยงต่อการเป็นแผลและติดเชื้อ คุณหมอจึงนำมาอุปการะที่บ้าน สุดสัปดาห์ไหนว่าง ลูกชายคุณหมอจะพาเจ้า "ด่างตุ๊น" ใส่รถเข็นออกไปกินบรันช์ด้วยกัน ตลอดการทำงานในวิชาชีพ คุณหมอยังได้ทำกิจกรรมเพื่อสังคม ช่วยหาบ้านใหม่ให้สุนัขที่ถูกทอดทิ้งกว่า 70 ตัวต่อปี หรือการดูแลบ้านหมาพิการมาตั้งแต่ปี 2528 ด้วยการฉีดวัคซีนฟรีให้สุนัขกว่า 2,000 ตัว เพื่อป้องกันโรคระบาด

ตลอด 31 ปีแห่งการพัฒนา ความภูมิใจอย่างของคุณหมอคือการได้รับความไว้วางใจให้ดูแลสุนัขทรงเลี้ยงพันธุ์ดัลเมเชียน "คุณมะม่วง" ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และเพื่อนของคุณมะม่วง

ปัจจุบัน โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อได้ขยายไปยัง 20 สาขาทั่วประเทศ และอีกหนึ่งสาขาในโฮจิมินห์ ซิตี้ ประเทศเวียดนาม แม้สาขาดั้งเดิมที่ซอยทองหล่อจะหมดสัญญาและย้ายมาสู่ที่ตั้งใหม่ที่พระรามเก้า แต่ความมุ่งมั่นยังคงเดิม คุณหมอกฤติกา ในวัย 66 ปี ยังคงมีความสุขกับงานที่ทำ อยู่ในวงล้อมของสี่ขาตัวน้อย การมุ่งมั่นในหน้าที่ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากคุณพ่อคุณแม่น้องหมาน้องแมวมหาศาลอย่างไม่มีข้อกังขา และเตรียมส่งต่อโรงพยาบาลให้ลูกสาวและลูกชายเข้ามาดูแลเต็มตัวในอีกสามปีข้างหน้า

คุณหมอเป็นผู้กระตุ้นมาตรฐานการรักษาสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย เช่น ใช้ระบบ Hospital Information System (HIS) เพื่อเก็บข้อมูล และวิเคราะห์โรค และนำเทคโนโลยีการแพทย์ของมนุษย์มาใช้กับสัตว์อย่างต่อเนื่อง เช่น การเพิ่มวิสัญญีแพทย์ในบริการทำหมันเพื่อลดความเสี่ยงและให้สัตว์เจ็บน้อยที่สุด การนำเสนอการรักษาขั้นสูง เช่น การผ่าตัดแบบส่องกล้อง การผ่าตัดลิ้นหัวใจ นอกจากนี้ ยังมีแผนกต่าง ๆ ครบครัน ซึ่งต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น แผนกทันตกรรม ระบบประสาทหัวใจ ตา ผิวหนัง ฯลฯ สร้างทีมมืออาชีพที่เข้าใจและรักสัตว์จริง ๆ

สพ.ญ. กฤติกา พิสูจน์ให้เห็นว่า วิสัยทัศน์ต้องมาพร้อมกับความเมตตา การทำธุรกิจของท่านคือการเปลี่ยนความเชื่อให้กลายเป็นความจริง เพื่อมอบการดูแลที่ "The best, always" ให้แก่ทุกชีวิตเล็ก ๆ

"ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศจะตกมาแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมแห่งวิชาชีพไว้ให้บริสุทธิ์" คือ พระราชดำรัสสมเด็จพระชนกของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่คุณหมอยึดถือคือแก่นแท้ที่ทำให้ท่านประสบความสำเร็จและสร้างมรดกทางคุณค่านี้ไว้คู่กับวงการสัตวแพทย์ไทย


สัตวแพทย์หญิง กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล หรือ หมอกิ ร่วมกับนายสัตวแพทย์บุญชู ทองเจริญพูลพร ก่อตั้งโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อที่ทองหล่อซอย 9 เมื่อปี พ.ศ.2537 ตลอด 31 ปี เป็นการทำงานธุรกิจ เช่น เปิดบริการ 24 ชั่วโมง นำเทคโนโลยีและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ ที่รักษาคนมาพัฒนาบริการของโรงพยาบาล หรือการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการวิเคราะห์ภาพเพื่อลดเวลาการตรวจ เป็นต้น คุณหมอยังทำหน้าที่เป็นวิทยากร อาจารย์พิเศษ และดำรงตำแหน่งสำคัญในหลายสถาบันของวงการสัตวแพทย์ ปัจจุบันเป็นประธานชมรมสถานพยาบาลสัตว์แห่งประเทศไทย


เครดิตข้อมูล คัมภีร์ สตรีทรงพลัง
THE VISOINARIES


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways