MRI ช่วยให้เห็นรายละเอียดของเนื้อเยื่ออ่อน เช่น สมอง ไขสันหลัง เส้นประสาท และกล้ามเนื้อ จึงอาจใช้ประกอบการวินิจฉัยในสัตว์เลี้ยงที่มีอาการ เช่น ชัก เดินวน ขาอ่อนแรง อัมพาต หรือปวดบริเวณคอและหลัง
สัตวแพทย์จะพิจารณาการตรวจร่วมกับอาการและผลการตรวจระบบประสาท เพื่อช่วยระบุตำแหน่งและลักษณะของความผิดปกติ
Echocardiography หรืออัลตราซาวด์หัวใจ ใช้ประเมินโครงสร้างและการทำงานของหัวใจแบบ Real-time เช่น ขนาดห้องหัวใจ การบีบตัว ลิ้นหัวใจ และการไหลเวียนของเลือด
ข้อมูลจากการตรวจสามารถใช้ร่วมกับศูนย์โรคหัวใจเพื่อประกอบการวางแผนดูแลสัตว์เลี้ยงที่มีความผิดปกติของหัวใจ
X-ray และ CT Scan สามารถใช้ช่วยประเมินความผิดปกติของกระดูกและข้อต่อ เช่น กระดูกหัก ความผิดปกติทางกายวิภาค หรือบริเวณที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการผ่าตัด
CT Scan สามารถสร้างภาพหลายมุมและภาพสามมิติ เพื่อช่วยให้สัตวแพทย์ประเมินตำแหน่งและโครงสร้างได้ละเอียดขึ้น
CT Scan และ Ultrasound สามารถใช้ตรวจหาก้อน ประเมินตำแหน่ง ขนาด ความสัมพันธ์กับอวัยวะข้างเคียง และใช้ประกอบการประเมินการแพร่กระจายในบางกรณี
ข้อมูลจากภาพวินิจฉัยสามารถนำไปใช้ร่วมกับคลินิกเนื้องอกและมะเร็ง รวมถึงทีมศัลยกรรมในการวางแผนการรักษา
Ultrasound ใช้ตรวจอวัยวะภายในช่องท้อง เช่น ตับ ม้าม ไต กระเพาะปัสสาวะ มดลูก และอวัยวะอื่น ๆ
สามารถใช้ประกอบการตรวจภาวะต่าง ๆ เช่น นิ่ว ความผิดปกติของอวัยวะ การตั้งครรภ์ หรือความผิดปกติที่สัมพันธ์กับอาการอาเจียน ปัสสาวะผิดปกติ หรือท้องโต
ศูนย์รังสีวินิจฉัยและอัลตร้าซาวด์มีเทคโนโลยีภาพทางการแพทย์หลายประเภท เพื่อให้สัตวแพทย์สามารถเลือกใช้ตามอวัยวะและโรคที่ต้องการประเมิน
MRI หรือ Magnetic Resonance Imaging ใช้สนามแม่เหล็กและคลื่นวิทยุในการสร้างภาพ โดยไม่มีรังสีเอกซ์ เหมาะสำหรับการประเมินเนื้อเยื่ออ่อน เช่น สมอง, ไขสันหลัง, เส้นประสาท, กล้ามเนื้อ, เนื้อเยื่ออ่อนบริเวณต่าง ๆ มีประโยชน์โดยเฉพาะในการตรวจโรคทางระบบประสาทและไขสันหลัง
CT Scan ใช้รังสีเอกซ์สร้างภาพตัดขวางของร่างกาย และสามารถนำข้อมูลมาสร้างภาพหลายมุมหรือภาพสามมิติ เหมาะสำหรับการประเมิน เช่น กระดูกและข้อต่อ, ช่องอกและช่องท้อง, ก้อนเนื้อและตำแหน่งของเนื้องอก, หลอดเลือดในกรณีที่เหมาะสม, การวางแผนก่อนผ่าตัด ในบางกรณีอาจพิจารณาการใช้สารทึบรังสีเพื่อช่วยให้เห็นโครงสร้างหรือความผิดปกติชัดเจนขึ้น
Ultrasound ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงสร้างภาพอวัยวะภายในแบบ Real-time โดยไม่ใช้รังสีเอกซ์ สามารถใช้ตรวจ เช่น ตับ ม้าม และไต, กระเพาะปัสสาวะ, ระบบสืบพันธุ์และการตั้งครรภ์, ก้อนหรือความผิดปกติภายในช่องท้อง, หัวใจด้วย Echocardiography
Fluoroscopy เป็นการใช้รังสีเอกซ์เพื่อดูภาพเคลื่อนไหวของโครงสร้างภายในแบบ Real-time สามารถใช้ประกอบการประเมินการเคลื่อนไหว เช่น การกลืน รวมถึงใช้ช่วยนำทางในการทำหัตถการบางประเภท โดยสัตวแพทย์จะพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายกรณี
X-ray เป็นการตรวจพื้นฐานที่สามารถใช้ประเมินความผิดปกติได้หลายระบบ เช่น กระดูกและข้อต่อ, ปอดและระบบทางเดินหายใจ, หัวใจและช่องอก, ช่องท้อง, ระบบทางเดินอาหาร สัตวแพทย์อาจใช้ X-ray เป็นการตรวจเบื้องต้นก่อนพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมด้วย Ultrasound, CT Scan หรือ MRI
ศูนย์รังสีวินิจฉัยและอัลตร้าซาวด์มีบทบาทในการให้ข้อมูลภาพวินิจฉัยเพื่อช่วยให้สัตวแพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงแต่ละราย
สัตวแพทย์จะพิจารณาจากอาการ อวัยวะที่สงสัย โรคที่ต้องการประเมิน และข้อมูลจากการตรวจเบื้องต้น เพื่อเลือกเครื่องมือที่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นว่าสัตว์เลี้ยงทุกตัวจะต้องตรวจทุกประเภท
การตรวจ MRI และ CT Scan บางกรณีจำเป็นต้องให้สัตว์เลี้ยงอยู่นิ่ง เพื่อให้ได้ภาพที่สามารถนำมาประเมินได้ สัตวแพทย์จะตรวจสุขภาพและประเมินความพร้อมก่อนการให้ยาซึมหรือวางยาสลบตามความเหมาะสมของแต่ละราย โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงสูงอายุหรือมีโรคประจำตัว
ภาพและผลการตรวจสามารถช่วยให้สัตวแพทย์ประเมินตำแหน่ง ขนาด และลักษณะของความผิดปกติ เพื่อประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับแนวทางรักษา การผ่าตัด หรือการตรวจเพิ่มเติม
ข้อมูลจากรังสีวินิจฉัยสามารถใช้ร่วมกับศูนย์เฉพาะทางอื่น เช่น ศูนย์ศัลยกรรม ศูนย์โรคหัวใจ ศูนย์สมอง ระบบประสาทและสันหลัง และคลินิกเนื้องอกและมะเร็ง เพื่อวางแผนดูแลสัตว์เลี้ยงแบบสหสาขา
ผลการตรวจภาพจะได้รับการประเมินและจัดทำรายงานเพื่อใช้ประกอบการวินิจฉัยและส่งต่อข้อมูลให้สัตวแพทย์หรือศูนย์เฉพาะทางที่เกี่ยวข้อง
MRI เหมาะกับการประเมินรายละเอียดของเนื้อเยื่ออ่อน เช่น สมอง ไขสันหลัง เส้นประสาท และกล้ามเนื้อ และไม่ใช้รังสีเอกซ์ CT Scan ใช้รังสีเอกซ์สร้างภาพตัดขวางและภาพสามมิติ เหมาะสำหรับประเมินกระดูก โครงสร้างภายในบางประเภท ก้อนเนื้อ และใช้ประกอบการวางแผนการผ่าตัด สัตวแพทย์จะเลือกวิธีตรวจตามอวัยวะและโรคที่สงสัย
MRI ให้รายละเอียดของเนื้อเยื่ออ่อน เช่น สมอง ไขสันหลัง เส้นประสาท และกล้ามเนื้อได้ดี และไม่ใช้รังสีเอกซ์ ส่วน CT Scan เหมาะกับการประเมินกระดูก โครงสร้างภายใน และสามารถสร้างภาพสามมิติได้ สัตวแพทย์จะเลือกวิธีตรวจตามโรคและบริเวณที่ต้องการประเมิน
ขึ้นอยู่กับชนิดของการตรวจและสัตว์เลี้ยงแต่ละราย เนื่องจากการตรวจบางประเภทต้องให้สัตว์เลี้ยงอยู่นิ่งเพื่อให้ได้ภาพที่เหมาะสมต่อการวินิจฉัย สัตวแพทย์จะประเมินสุขภาพและความจำเป็นในการให้ยาซึมหรือวางยาสลบก่อนการตรวจ
Ultrasound สามารถใช้ประเมินอวัยวะภายใน เช่น ตับ ม้าม ไต กระเพาะปัสสาวะ ระบบสืบพันธุ์ การตั้งครรภ์ และความผิดปกติภายในช่องท้อง รวมถึงสามารถใช้ตรวจหัวใจด้วย Echocardiography
ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับบริเวณหรือจำนวนส่วนที่ต้องตรวจ รวมถึงเทคนิคเพิ่มเติมที่อาจจำเป็น เช่น การใช้สารทึบรังสี จึงควรให้สัตวแพทย์ประเมินและสอบถามค่าใช้จ่ายตามแต่ละเคส
Fluoroscopy ใช้ดูภาพเคลื่อนไหวของโครงสร้างภายในแบบ Real-time เช่น การประเมินการกลืน และสามารถใช้ช่วยนำทางในการทำหัตถการบางประเภทตามความเหมาะสมของแต่ละเคส
MRI ใช้สนามแม่เหล็กและคลื่นวิทยุในการสร้างภาพ จึงไม่ได้ใช้รังสีเอกซ์แบบเดียวกับ CT Scan หรือ X-ray
ขึ้นอยู่กับอาการและอวัยวะที่ต้องการประเมิน MRI มักใช้กับสมอง ไขสันหลังและเนื้อเยื่ออ่อน CT Scan เหมาะกับกระดูกและโครงสร้างที่ต้องการภาพหลายมุมหรือสามมิติ ส่วน Ultrasound เหมาะกับการตรวจอวัยวะภายในแบบ Real-time สัตวแพทย์จะเป็นผู้เลือกวิธีที่เหมาะกับแต่ละเคส
หากสัตว์เลี้ยงมีอาการทางระบบประสาท ชัก ขาอ่อนแรง เดินกะเผลก คลำพบก้อน มีความผิดปกติของอวัยวะภายใน หรือต้องการตรวจเพิ่มเติมก่อนการรักษาหรือผ่าตัด สามารถติดต่อโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อเพื่อรับการประเมินจากสัตวแพทย์
หลายคนเข้าใจว่าอัลตร้าซาวด์คือการกดหัวตรวจแล้วดูจอ แต่ในความเป็นจริง การอ่านภาพ Ultrasound ของสัตว์เลี้ยงต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูงมาก เพราะสัตว์ไม่สามารถบอกได้ว่าเจ็บตรงไหน และอวัยวะของสุนัขกับแมวมีขนาดและตำแหน่งที่ต่างจากคนมาก
ดูเพิ่มเติม
คุณพ่อคุณแม่เคยสังเกตไหมคะ? บางทีน้องแมวเข้าห้องน้ำนานผิดปกติ หรือมีพฤติกรรมแปลกๆ เวลาขับถ่าย นั่นอาจไม่ใช่แค่เรื่องเล่นๆ
ดูเพิ่มเติม
เช็ก 5 อาการป่วยรุนแรงในสัตว์เลี้ยงที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท โดยควรตรวจ MRI เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำยิ่งขึ้น ช่วยให้รักษาได้ตรงจุด เพิ่มโอกาสรอดชีวิต
ดูเพิ่มเติม