แมวหายใจเร็วผิดปกติไหม เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

แชร์
แมว 18 มิถุนายน 2569 33,400 ครั้ง

Key takeaway

อาการแมวหายใจเร็วถือเป็นความผิดปกติและเป็นสัญญาณอันตราย เพราะอาการนี้ไม่ใช่แค่ความเหนื่อยล้าธรรมดา แต่บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนา (HCM) โรคหอบหืด ภาวะน้ำในช่องอก โลหิตจาง หรือความเจ็บปวดขั้นรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพบว่า แมวอ้าปากหอบและหน้าอกกระเพื่อมแรง เหงือกเปลี่ยนเป็นสีซีดหรือม่วงคล้ำ และมีอาการตัวสั่นร่วมด้วย จะถือเป็นภาวะฉุกเฉินขั้นวิกฤต เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เจ้าของห้ามรอดูอาการให้หายเองเด็ดขาด ควรปฐมพยาบาลด้วยการพาแมวไปอยู่ในพื้นที่เย็นและเงียบสงบ งดบังคับป้อนน้ำเพื่อป้องกันการสำลัก และรีบพาน้องแมวไปพบสัตวแพทย์ทันทีเพื่อรับออกซิเจนและตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุ เพราะการถึงมือสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุดคือหนทางเดียวที่จะช่วยชีวิตสัตว์เลี้ยงของคุณได้อย่างปลอดภัย


แมวหายใจเร็วเกิดจากอะไร แบบไหนต้องรีบพาไปหาหมอ ? 

การสังเกตความเปลี่ยนแปลงของสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเรื่องของจังหวะการหายใจ  ซึ่งอาการแมวหายใจเร็วเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนสุขภาพที่สำคัญที่บ่งชี้ถึงความเจ็บป่วย ความเครียด หรือความผิดปกติร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกาย โดยที่พวกเขาไม่สามารถบอกเจ้าของได้เป็นคำพูด 

แมวหายใจเร็วผิดปกติไหม มีอาการอะไรที่ควรเฝ้าระวังบ้าง ?

การที่แมวหายใจเร็ว คือ การที่แมวหายใจด้วยอัตราความถี่ที่สูงเกินไป โดยปกติแล้วแมวจะหายใจประมาณ 20-30 ครั้งต่อนาที แต่เมื่ออัตราการหายใจเพิ่มขึ้นกว่า 40 ครั้งต่อนาที นั่นอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพ

วิธีสังเกตที่แม่นยำที่สุดคือการดูในช่วงที่แมวกำลังนอนหลับสนิทหรือพักผ่อนอย่างสงบ โดยอัตราการหายใจปกติของแมวจะอยู่ที่ 20-30 ครั้งต่อนาที (การนับ 1 ครั้ง คือหน้าอกกระเพื่อมขึ้นและลงจนสุด) 

หากคุณลองจับเวลา 1 นาทีเต็ม แล้วพบว่าแมวมีจังหวะการหายใจที่เปลี่ยนไป และพบอาการแทรกซ้อนเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที 

  • อัตราการหายใจเกิน 40 ครั้งต่อนาที ในขณะที่ไม่ได้ออกกำลังกาย ไม่ได้วิ่งเล่น หรือไม่ได้อยู่ในที่ที่อากาศร้อนจัด
  • หน้าอกและท้องกระเพื่อมแรง แมวหายใจตื้นและถี่ สังเกตเห็นหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็วและแรงกว่าปกติ หรือมีการเปลี่ยนท่านั่งกางขาเพื่อหาอากาศ 
  • แมวอ้าปาก หอบ หายใจถี่ โดยธรรมชาติแมวไม่ควรหายใจทางปากเพื่อระบายความร้อนบ่อยนัก หากพบแมวมีอาการหอบ หายใจแรง จนต้องอ้าปาก นี่คือภาวะฉุกเฉินที่บ่งชี้ว่าร่างกายกำลังขาดออกซิเจนอย่างหนัก
  • มีเสียงหายใจผิดปกติ มีเสียงกรน เสียงหวีด หรือหายใจเสียงดังติดขัด
  • เหงือกหรือสีปากเปลี่ยนไป จากสีชมพูอ่อนกลายเป็นสีซีดเผือด หรือเปลี่ยนเป็นสีฟ้า/ม่วงคล้ำ ซึ่งเป็นสัญญาณของการขาดออกซิเจนในเลือด 
  • แมวตัวสั่น หายใจแรง ร่วมกับอาการซึม หากแมวหายใจเร็วแล้วมีอาการตัวสั่น ซึม ไม่ยอมขยับตัว หรือมีอาการอาเจียนหรือท้องเสียร่วมด้วย อาจหมายถึงภาวะเจ็บป่วยรุนแรง ภาวะช็อก หรือโรคติดเชื้อ

หากสังเกตพบอาการเหล่านี้แม้เพียงข้อใดข้อหนึ่ง แสดงว่าแมวกำลังใช้ความพยายามอย่างมากในการหายใจ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าระบบทางเดินหายใจหรือระบบไหลเวียนโลหิตอาจกำลังมีปัญหา 

เกณฑ์ประเมินอัตราการหายใจของแมว ในขณะพักหรือนอนหลับ

อัตราการหายใจ (ครั้ง/นาที)

ระดับอาการ

คำแนะนำเบื้องต้น

20 - 30

ปกติ

สุขภาพแข็งแรงดี ไม่ต้องกังวล

31 - 39

เฝ้าระวัง

เริ่มเร็วกว่าปกติ ควรจับตาดูอย่างใกล้ชิด จัดให้อยู่ในที่เย็นและสงบ

40 ขึ้นไป

อันตราย (ผิดปกติ)

เป็นสัญญาณฉุกเฉิน ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที

อาการแมวหายใจเร็วอย่าประมาท ควรพามาพบสัตวแพทย์


สาเหตุที่ทำให้แมวหายใจเร็ว

การหายใจเร็วในแมวอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการดูแลโดยด่วน แมวที่หายใจเร็วกว่าปกติอาจแสดงอาการของการเจ็บป่วย หรือเกิดภาวะที่เกี่ยวข้องกับระบบต่าง ๆ ของร่างกาย มาดูกันว่า อะไรที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แมวหายใจเร็วบ้าง

โรคทางเดินหายใจ 

เมื่อเกิดการอักเสบ ตีบแคบ หรือมีสิ่งอุดตันในทางเดินหายใจ ร่างกายของแมวจะตอบสนองโดยอัตโนมัติด้วยการพยายามหายใจให้เร็วและแรงขึ้นเพื่อชดเชยออกซิเจนที่ลดลง โดยโรคที่พบได้บ่อย ได้แก่ 

  • ไข้หวัดแมว (Feline Upper Respiratory Infection) เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียในระบบทางเดินหายใจส่วนบน ซึ่งสามารถทำให้แมวมีอาการจาม น้ำมูกไหล และหายใจเร็ว การที่แมวหายใจเร็วในกรณีนี้เป็นอาการที่เกิดจากการอักเสบในระบบทางเดินหายใจ การรักษาในระยะแรกจะช่วยบรรเทาอาการ และป้องกันไม่ให้โรคลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ
  • โรคหอบหืดแมว (Feline Asthma) เกิดจากการอักเสบเรื้อรังในทางเดินหายใจที่ทำให้แมวหายใจหอบและเร็ว  โดยมักเกิดขึ้นจากการแพ้สารที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น ควันบุหรี่ หรือสารเคมี การรักษาโรคหอบหืดแมวมักต้องใช้ยาสูดพ่น (Inhalers) เพื่อบรรเทาการอักเสบ และช่วยให้อากาศไหลเข้าไปในปอดได้ดีขึ้น

โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนา (Hypertrophic Cardiomyopathy)

อาการหายใจเร็วไม่ได้เกิดจากปัญหาที่ปอดเสมอไป แต่อาจมีสาเหตุหลักมาจากระบบไหลเวียนโลหิตที่ทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะโรคหัวใจซึ่งถือเป็นภัยเงียบที่เจ้าของมักไม่ได้สังเกตเห็นในระยะเริ่มต้น

  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนา (HCM) เป็นโรคหัวใจที่พบได้บ่อยในแมวพันธุ์เปอร์เซียและเมนคูน การหนาตัวของกล้ามเนื้อหัวใจทำให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้แมวมีอาการหอบ หายใจแรง และเหนื่อยง่าย โดยอาการอาจเริ่มแสดงในช่วงเวลาที่แมวมีอายุมากขึ้น
  • ภาวะหัวใจล้มเหลว เมื่อแมวมีภาวะหัวใจล้มเหลว จะทำให้การทำงานของหัวใจไม่สามารถส่งเลือดไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้ตามปกติ แมวที่มีภาวะนี้มักแสดงอาการหายใจเร็วและเหนื่อยหอบเมื่อมีการเคลื่อนไหว หรือแม้แต่ในขณะที่พักผ่อน

โดยปกติแล้ว หากแมวอายุเกิน 7 ปี และสงสัยว่ามีความเสี่ยงของความผิดปกติ ควรรับบริการตรวจหัวใจแมวเป็นประจำทุกปี 

น้ำในช่องอก (Pleural Effusion) 

นอกเหนือจากความผิดปกติที่เกิดกับอวัยวะหลักอย่างปอดและหัวใจแล้ว ภาวะแทรกซ้อนที่ไปขัดขวางการขยายตัวของปอด ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้แมวหายใจหอบและถี่ได้ 

น้ำในช่องอกเกิดจากการมีของเหลวสะสมอยู่รอบปอด ซึ่งมักเป็นผลพวงมาจากโรคหัวใจ โรคตับ หรือการติดเชื้อ ทำให้ปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่ ทำให้แมวมีอาการอ้าปาก หอบ และหายใจถี่กว่าปกติ การวินิจฉัยภาวะนี้มักต้องอาศัยการตรวจอัลตราซาวนด์สัตว์เลี้ยง เพื่อประเมินปริมาณน้ำและหาความผิดปกติของอวัยวะภายใน

ภาวะโลหิตจาง 

เมื่อจำนวนเม็ดเลือดแดงที่คอยทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายลดลง ร่างกายจะเกิดภาวะขาดออกซิเจน และชดเชยด้วยการสั่งให้ระบบทางเดินหายใจทำงานหนักขึ้นและหายใจเร็วขึ้น 

ภาวะไข้

ภาวะไข้ในแมวสามารถทำให้เกิดการหายใจเร็วได้ เนื่องจากแมวพยายามที่จะลดอุณหภูมิร่างกายให้กลับสู่สภาวะปกติ เมื่อแมวมีไข้จากการติดเชื้อหรือโรคต่าง ๆ เช่น ไข้หวัดแมวหรือโรคไวรัส การหายใจเร็วจะช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนออก และรักษาอุณหภูมิภายในร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

ความเครียดหรือความกลัว

แมวเป็นสัตว์ที่มีความอ่อนไหวและสามารถตอบสนองต่อความเครียดได้ง่าย เช่น การย้ายบ้าน การเพิ่มสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ หรือการพบกับสิ่งแปลกปลอมในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย เมื่อแมวรู้สึกเครียดหรือกลัว ระบบประสาทจะทำงานกระตุ้นให้แมวตัวสั่น หายใจแรงได้ ซึ่งเป็นวิธีการตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกาย


แมวสายพันธุ์ไหนเสี่ยงหายใจผิดปกติมากกว่า ?

แม้แมวทุกตัวจะมีความเสี่ยง แต่บางสายพันธุ์มีโครงสร้างร่างกายหรือพันธุกรรมที่เสี่ยงที่จะเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจและหัวใจ 

  • กลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจ (HCM) เปอร์เซีย (Persian) เมนคูน (Maine Coon) สฟิงซ์ (Sphynx) อเมริกันชอร์ตแฮร์ (American Shorthair)
  • กลุ่มเสี่ยงระบบทางเดินหายใจ (หน้าสั้น) เอ็กโซติกชอร์ตแฮร์ (Exotic Shorthair) บริติชชอร์ตแฮร์ (British Shorthair), เปอร์เซีย

การตรวจวินิจฉัยเมื่อแมวมีภาวะหายใจเร็ว  

เมื่อพาแมวมาถึงโรงพยาบาล สัตวแพทย์จะทำการประเมินและวินิจฉัยด้วยขั้นตอนดังนี้ 

  • ให้ออกซิเจนด่วน หากแมวหายใจหอบรุนแรง สัตวแพทย์จะนำแมวเข้าตู้ออกซิเจนเพื่อพยุงอาการก่อน
  • การซักประวัติและฟังเสียงปอดและหัวใจ เพื่อตรวจหาเสียงผิดปกติ
  • เอกซเรย์ช่องอก (X-Ray) เพื่อดูขนาดของหัวใจ รูปแบบของปอด
  • เจาะเลือดตรวจ เพื่อประเมินค่าเม็ดเลือดแดง ค่าตับ ค่าไต และการติดเชื้อ
  • การทำอัลตราซาวนด์ เพื่อดูโครงสร้างกล้ามเนื้อหัวใจโดยละเอียด


วิธีดูแลเบื้องต้นเมื่อแมวหายใจเร็ว

หากแมวเริ่มมีอาการหายใจเร็ว เจ้าของสามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ดังนี้

สังเกตการหายใจ

เช็กจำนวนการหายใจของแมว โดยปกติแมวจะหายใจประมาณ 20-30 ครั้งต่อนาที หากหายใจเร็วกว่า 40 ครั้งต่อนาที ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์

ทำให้แมวรู้สึกสบาย

จัดสภาพแวดล้อมที่เย็นและสะอาด มีอากาศถ่ายเท เพื่อลดความเครียด และช่วยให้แมวรู้สึกผ่อนคลาย

พาไปหาหมอหากไม่ดีขึ้น

หากแมวยังคงหายใจเร็วหรือมีอาการซึมผิดปกติ ควรพาไปหาสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและรักษาต่อไป

เมื่อไหร่ควรพาแมวไปหาหมอทันที ?

  • หายใจเร็วเกิน 40 ครั้งต่อนาที
  • หายใจลำบากหรือมีเสียงหายใจผิดปกติ
  • อาเจียนหรือท้องเสียติดต่อกันหลายวัน
  • แมวแสดงอาการซึม และไม่ยอมขยับตัว


หากแมวหายใจเร็วผิดปกติ รีบพามาหาสัตวแพทย์ด่วน ! 

อาการแมวหายใจเร็วไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยผ่านหรือรอดูอาการ เพราะทุกวินาทีอาจหมายถึงวิกฤตของชีวิต หากคุณสังเกตเห็นความผิดปกติ หรือมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นอาการหอบ หายใจถี่ หรือสงสัยว่ามีความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคหัวใจและทางเดินหายใจ สามารถเข้ามาใช้บริการได้ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อใกล้บ้าน เรามีทีมสัตวแพทย์พร้อมรักษาแมวและสัตว์เลี้ยงทุกชนิด พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

เรามีเทคโนโลยีการวินิจฉัยที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจอัลตราซาวนด์สัตว์เลี้ยง เพื่อค้นหาความผิดปกติในช่องอก หรือบริการตรวจหัวใจสัตว์เลี้ยง เพื่อการประเมินที่แม่นยำและการรักษาที่ตรงจุด ให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องและดูแลเพื่อนรักสี่ขาของคุณให้กลับมามีสุขภาพแข็งแรงอีกครั้ง  

ปรึกษาเราได้ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อสาขาใกล้บ้านคุณ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-079-9999


FAQ 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการแมวหายใจเร็ว (FAQs)

Q: แมวหายใจเร็วตอนหลับหรือเวลานอนฝัน ถือว่าอันตรายหรือไม่ ?

A: บางครั้งเจ้าของอาจสังเกตเห็นแมวหายใจเร็ว หน้าอกกระเพื่อมถี่ หรือมีอาการขยับขาและกระตุกในช่วงที่กำลังหลับลึก (REM Sleep) ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมปกติที่เกิดจากการฝันคล้ายกับคน อย่างไรก็ตาม อาการนี้ควรเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ ไม่กี่นาทีแล้วกลับมาหายใจตามปกติ หากแมวหายใจเร็วหอบตลอดการนอนหลับ หรือตื่นขึ้นมาแล้วยังมีอาการหายใจลำบากอยู่ ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดทันที

Q: เสียงครางในลำคอ (Purring) สัมพันธ์กับอาการแมวหายใจเร็วไหม ?

A: หลายคนเข้าใจว่าเสียงเพอร์ (Purr) หรือเสียงครางครืดคราดในลำคอคือสัญญาณแห่งความสุข แต่ความจริงแล้ว แมวอาจทำเสียงนี้พร้อมกับหายใจถี่ขึ้นเมื่อพวกเขากำลังเจ็บปวดอย่างหนักหรือเครียดจัด เพื่อเป็นการปลอบประโลมตัวเอง หากน้องแมวทำเสียงเพอร์แต่มีพฤติกรรมหลบซ่อนตัว ซึม หรือหน้าอกกระเพื่อมแรงร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของความเจ็บป่วย ไม่ใช่อาการผ่อนคลาย

Q: น้ำหนักตัวหรือภาวะแมวอ้วน ส่งผลให้แมวหายใจผิดปกติหรือไม่ ?

A: ส่งผลอย่างมาก แมวที่มีภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกินมาตรฐาน มักมีไขมันสะสมบริเวณช่องอกและหน้าท้อง ซึ่งไปกดทับกะบังลม ทำให้ปอดขยายตัวเพื่อรับออกซิเจนได้ยากขึ้น แมวอ้วนจึงมักเหนื่อยง่าย หายใจเสียงดัง และมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบหายใจและหัวใจล้มเหลว

Q: ฝุ่นจากทรายแมว ทำให้แมวมีอาการหายใจหอบหรือเป็นหอบหืดได้จริงไหม ?

A: เป็นความจริง สิ่งแวดล้อมในบ้านโดยเฉพาะฝุ่นจากกระบะทรายแมว สเปรย์ปรับอากาศ ควันบุหรี่ หรือธูป เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่เข้าไปกระตุ้นหลอดลมแมว หากน้องแมวไวต่อฝุ่นเหล่านี้ จะทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง นำไปสู่โรคหอบหืดแมว (Feline Asthma) ซึ่งทำให้แมวมีอาการไอ จาม และหายใจเร็วอย่างต่อเนื่อง การเลือกใช้ทรายแมวแบบไร้ฝุ่นจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการป้องกันโรคทางเดินหายใจในระยะยาว


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways