Key takeaway
อาการแมวหายใจเร็วถือเป็นความผิดปกติและเป็นสัญญาณอันตราย เพราะอาการนี้ไม่ใช่แค่ความเหนื่อยล้าธรรมดา แต่บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนา (HCM) โรคหอบหืด ภาวะน้ำในช่องอก โลหิตจาง หรือความเจ็บปวดขั้นรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพบว่า แมวอ้าปากหอบและหน้าอกกระเพื่อมแรง เหงือกเปลี่ยนเป็นสีซีดหรือม่วงคล้ำ และมีอาการตัวสั่นร่วมด้วย จะถือเป็นภาวะฉุกเฉินขั้นวิกฤต เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เจ้าของห้ามรอดูอาการให้หายเองเด็ดขาด ควรปฐมพยาบาลด้วยการพาแมวไปอยู่ในพื้นที่เย็นและเงียบสงบ งดบังคับป้อนน้ำเพื่อป้องกันการสำลัก และรีบพาน้องแมวไปพบสัตวแพทย์ทันทีเพื่อรับออกซิเจนและตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุ เพราะการถึงมือสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุดคือหนทางเดียวที่จะช่วยชีวิตสัตว์เลี้ยงของคุณได้อย่างปลอดภัย
การสังเกตความเปลี่ยนแปลงของสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเรื่องของจังหวะการหายใจ ซึ่งอาการแมวหายใจเร็วเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนสุขภาพที่สำคัญที่บ่งชี้ถึงความเจ็บป่วย ความเครียด หรือความผิดปกติร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกาย โดยที่พวกเขาไม่สามารถบอกเจ้าของได้เป็นคำพูด
การที่แมวหายใจเร็ว คือ การที่แมวหายใจด้วยอัตราความถี่ที่สูงเกินไป โดยปกติแล้วแมวจะหายใจประมาณ 20-30 ครั้งต่อนาที แต่เมื่ออัตราการหายใจเพิ่มขึ้นกว่า 40 ครั้งต่อนาที นั่นอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพ
วิธีสังเกตที่แม่นยำที่สุดคือการดูในช่วงที่แมวกำลังนอนหลับสนิทหรือพักผ่อนอย่างสงบ โดยอัตราการหายใจปกติของแมวจะอยู่ที่ 20-30 ครั้งต่อนาที (การนับ 1 ครั้ง คือหน้าอกกระเพื่อมขึ้นและลงจนสุด)
หากคุณลองจับเวลา 1 นาทีเต็ม แล้วพบว่าแมวมีจังหวะการหายใจที่เปลี่ยนไป และพบอาการแทรกซ้อนเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที
หากสังเกตพบอาการเหล่านี้แม้เพียงข้อใดข้อหนึ่ง แสดงว่าแมวกำลังใช้ความพยายามอย่างมากในการหายใจ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าระบบทางเดินหายใจหรือระบบไหลเวียนโลหิตอาจกำลังมีปัญหา
อัตราการหายใจ (ครั้ง/นาที) | ระดับอาการ | คำแนะนำเบื้องต้น |
20 - 30 | ปกติ | สุขภาพแข็งแรงดี ไม่ต้องกังวล |
31 - 39 | เฝ้าระวัง | เริ่มเร็วกว่าปกติ ควรจับตาดูอย่างใกล้ชิด จัดให้อยู่ในที่เย็นและสงบ |
40 ขึ้นไป | อันตราย (ผิดปกติ) | เป็นสัญญาณฉุกเฉิน ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที |

การหายใจเร็วในแมวอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการดูแลโดยด่วน แมวที่หายใจเร็วกว่าปกติอาจแสดงอาการของการเจ็บป่วย หรือเกิดภาวะที่เกี่ยวข้องกับระบบต่าง ๆ ของร่างกาย มาดูกันว่า อะไรที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แมวหายใจเร็วบ้าง
เมื่อเกิดการอักเสบ ตีบแคบ หรือมีสิ่งอุดตันในทางเดินหายใจ ร่างกายของแมวจะตอบสนองโดยอัตโนมัติด้วยการพยายามหายใจให้เร็วและแรงขึ้นเพื่อชดเชยออกซิเจนที่ลดลง โดยโรคที่พบได้บ่อย ได้แก่
อาการหายใจเร็วไม่ได้เกิดจากปัญหาที่ปอดเสมอไป แต่อาจมีสาเหตุหลักมาจากระบบไหลเวียนโลหิตที่ทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะโรคหัวใจซึ่งถือเป็นภัยเงียบที่เจ้าของมักไม่ได้สังเกตเห็นในระยะเริ่มต้น
โดยปกติแล้ว หากแมวอายุเกิน 7 ปี และสงสัยว่ามีความเสี่ยงของความผิดปกติ ควรรับบริการตรวจหัวใจแมวเป็นประจำทุกปี
นอกเหนือจากความผิดปกติที่เกิดกับอวัยวะหลักอย่างปอดและหัวใจแล้ว ภาวะแทรกซ้อนที่ไปขัดขวางการขยายตัวของปอด ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้แมวหายใจหอบและถี่ได้
น้ำในช่องอกเกิดจากการมีของเหลวสะสมอยู่รอบปอด ซึ่งมักเป็นผลพวงมาจากโรคหัวใจ โรคตับ หรือการติดเชื้อ ทำให้ปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่ ทำให้แมวมีอาการอ้าปาก หอบ และหายใจถี่กว่าปกติ การวินิจฉัยภาวะนี้มักต้องอาศัยการตรวจอัลตราซาวนด์สัตว์เลี้ยง เพื่อประเมินปริมาณน้ำและหาความผิดปกติของอวัยวะภายใน
เมื่อจำนวนเม็ดเลือดแดงที่คอยทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายลดลง ร่างกายจะเกิดภาวะขาดออกซิเจน และชดเชยด้วยการสั่งให้ระบบทางเดินหายใจทำงานหนักขึ้นและหายใจเร็วขึ้น
ภาวะไข้ในแมวสามารถทำให้เกิดการหายใจเร็วได้ เนื่องจากแมวพยายามที่จะลดอุณหภูมิร่างกายให้กลับสู่สภาวะปกติ เมื่อแมวมีไข้จากการติดเชื้อหรือโรคต่าง ๆ เช่น ไข้หวัดแมวหรือโรคไวรัส การหายใจเร็วจะช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนออก และรักษาอุณหภูมิภายในร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
แมวเป็นสัตว์ที่มีความอ่อนไหวและสามารถตอบสนองต่อความเครียดได้ง่าย เช่น การย้ายบ้าน การเพิ่มสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ หรือการพบกับสิ่งแปลกปลอมในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย เมื่อแมวรู้สึกเครียดหรือกลัว ระบบประสาทจะทำงานกระตุ้นให้แมวตัวสั่น หายใจแรงได้ ซึ่งเป็นวิธีการตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกาย
แม้แมวทุกตัวจะมีความเสี่ยง แต่บางสายพันธุ์มีโครงสร้างร่างกายหรือพันธุกรรมที่เสี่ยงที่จะเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจและหัวใจ
เมื่อพาแมวมาถึงโรงพยาบาล สัตวแพทย์จะทำการประเมินและวินิจฉัยด้วยขั้นตอนดังนี้
หากแมวเริ่มมีอาการหายใจเร็ว เจ้าของสามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ดังนี้
เช็กจำนวนการหายใจของแมว โดยปกติแมวจะหายใจประมาณ 20-30 ครั้งต่อนาที หากหายใจเร็วกว่า 40 ครั้งต่อนาที ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์
จัดสภาพแวดล้อมที่เย็นและสะอาด มีอากาศถ่ายเท เพื่อลดความเครียด และช่วยให้แมวรู้สึกผ่อนคลาย
หากแมวยังคงหายใจเร็วหรือมีอาการซึมผิดปกติ ควรพาไปหาสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและรักษาต่อไป
อาการแมวหายใจเร็วไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยผ่านหรือรอดูอาการ เพราะทุกวินาทีอาจหมายถึงวิกฤตของชีวิต หากคุณสังเกตเห็นความผิดปกติ หรือมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นอาการหอบ หายใจถี่ หรือสงสัยว่ามีความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคหัวใจและทางเดินหายใจ สามารถเข้ามาใช้บริการได้ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อใกล้บ้าน เรามีทีมสัตวแพทย์พร้อมรักษาแมวและสัตว์เลี้ยงทุกชนิด พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
เรามีเทคโนโลยีการวินิจฉัยที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจอัลตราซาวนด์สัตว์เลี้ยง เพื่อค้นหาความผิดปกติในช่องอก หรือบริการตรวจหัวใจสัตว์เลี้ยง เพื่อการประเมินที่แม่นยำและการรักษาที่ตรงจุด ให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องและดูแลเพื่อนรักสี่ขาของคุณให้กลับมามีสุขภาพแข็งแรงอีกครั้ง
ปรึกษาเราได้ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อสาขาใกล้บ้านคุณ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-079-9999
FAQ
A: บางครั้งเจ้าของอาจสังเกตเห็นแมวหายใจเร็ว หน้าอกกระเพื่อมถี่ หรือมีอาการขยับขาและกระตุกในช่วงที่กำลังหลับลึก (REM Sleep) ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมปกติที่เกิดจากการฝันคล้ายกับคน อย่างไรก็ตาม อาการนี้ควรเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ ไม่กี่นาทีแล้วกลับมาหายใจตามปกติ หากแมวหายใจเร็วหอบตลอดการนอนหลับ หรือตื่นขึ้นมาแล้วยังมีอาการหายใจลำบากอยู่ ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดทันที
A: หลายคนเข้าใจว่าเสียงเพอร์ (Purr) หรือเสียงครางครืดคราดในลำคอคือสัญญาณแห่งความสุข แต่ความจริงแล้ว แมวอาจทำเสียงนี้พร้อมกับหายใจถี่ขึ้นเมื่อพวกเขากำลังเจ็บปวดอย่างหนักหรือเครียดจัด เพื่อเป็นการปลอบประโลมตัวเอง หากน้องแมวทำเสียงเพอร์แต่มีพฤติกรรมหลบซ่อนตัว ซึม หรือหน้าอกกระเพื่อมแรงร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของความเจ็บป่วย ไม่ใช่อาการผ่อนคลาย
A: ส่งผลอย่างมาก แมวที่มีภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกินมาตรฐาน มักมีไขมันสะสมบริเวณช่องอกและหน้าท้อง ซึ่งไปกดทับกะบังลม ทำให้ปอดขยายตัวเพื่อรับออกซิเจนได้ยากขึ้น แมวอ้วนจึงมักเหนื่อยง่าย หายใจเสียงดัง และมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบหายใจและหัวใจล้มเหลว
A: เป็นความจริง สิ่งแวดล้อมในบ้านโดยเฉพาะฝุ่นจากกระบะทรายแมว สเปรย์ปรับอากาศ ควันบุหรี่ หรือธูป เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่เข้าไปกระตุ้นหลอดลมแมว หากน้องแมวไวต่อฝุ่นเหล่านี้ จะทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง นำไปสู่โรคหอบหืดแมว (Feline Asthma) ซึ่งทำให้แมวมีอาการไอ จาม และหายใจเร็วอย่างต่อเนื่อง การเลือกใช้ทรายแมวแบบไร้ฝุ่นจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการป้องกันโรคทางเดินหายใจในระยะยาว
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่
#ThonglorPetHospital #TheBestAlways