หลายคนอาจสงสัยว่าเบาหวานในสุนัขรวมถึงน้องแมวเกิดขึ้นได้จริงไหม และเหมือนกับในคนหรือเปล่า บางบ้านอาจยิ่งกังวลเมื่อเห็นน้องหมากินแต่อาหารเม็ด ไม่ได้กินของหวาน แล้วทำไมถึงยังมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้? ความจริงแล้ว เบาหวานในสุนัขและเบาหวานแมวสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการกินน้ำตาลเพียงอย่างเดียว บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ และวิธีสังเกตเบื้องต้น เพื่อให้เจ้าของรู้ทันก่อนที่อาการจะรุนแรงขึ้น
Highlight
สารบัญบทความ

โรคเบาหวานในสุนัขและแมว คือภาวะที่ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากร่างกายมีความผิดปกติในการผลิตหรือการทำงานของฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยเบาหวานในสุนัขและแมวสามารถพบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยงที่มีอายุมาก โดยเฉพาะเพศเมีย รวมถึงน้องแมวที่ผ่านการทำหมันแล้ว จึงเป็นโรคที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้ามและควรหมั่นสังเกตอาการน้องอย่างใกล้ชิด
เบาหวานในสุนัขและแมวสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ได้มีแค่สาเหตุจากการกินของหวานเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะในน้องหมาและน้องแมวบางตัวอาจมีความเสี่ยงมากกว่าปกติจากปัจจัยด้านสุขภาพและพฤติกรรมการเลี้ยงดู ดังนี้

น้องหมาและน้องแมวที่เป็นเบาหวานมักจะแสดงอาการออกมาให้สังเกตได้ หากคุณพ่อคุณแม่ใส่ใจพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปก็จะช่วยให้พาน้องไปพบสัตวแพทย์ได้เร็วขึ้นและช่วยลดความเสี่ยงของอาการรุนแรงในระยะยาวได้ โดยอาการเบาหวานในสุนัขและแมวที่คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตมีดังนี้
การวินิจฉัยเบาหวานในสุนัขและแมว จำเป็นต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการร่วมกับการประเมินอาการโดยสัตวแพทย์เพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำ โดยทั่วไปสัตวแพทย์จะแนะนำให้งดอาหารอย่างน้อย 8-12 ชั่วโมงก่อนตรวจ เพื่อวัดระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างถูกต้อง และอาจมีการตรวจปัสสาวะเพิ่มเติมเพื่อหาน้ำตาลหรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ในช่วงเริ่มต้นของการรักษา บางกรณีสัตวแพทย์อาจแนะนำให้ฝากสัตว์เลี้ยงไว้ที่โรงพยาบาลประมาณ 5-7 วัน เพื่อเฝ้าดูอาการและปรับระดับอินซูลินให้เหมาะสมและปลอดภัยมากที่สุด หลังจากนั้นคุณพ่อคุณแม่สามารถนำยากลับไปฉีดต่อที่บ้านได้ โดยจำเป็นต้องพาน้องมาตรวจติดตามระดับน้ำตาลในเลือดเป็นระยะ อย่างน้อยปีละ 2-3 ครั้ง หรือบ่อยกว่านั้นตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ เพื่อปรับขนาดยาให้เหมาะสมและควบคุมอาการของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เบาหวานในสุนัขและแมวมีลักษณะคล้ายกับในคน แต่ก็มีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องสาเหตุ การดำเนินโรค และแนวทางการรักษา ซึ่งสามารถสรุปให้เข้าใจง่ายได้ดังนี้
หัวข้อเปรียบเทียบ | เบาหวานในสุนัขและแมว | เบาหวานในคน |
สาเหตุหลัก | มักเกิดจากความผิดปกติของการผลิตอินซูลินหรือภาวะดื้อต่ออินซูลิน | มักเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกิน น้ำหนักเกิน และไลฟ์สไตล์ |
การรักษา | ส่วนใหญ่ต้องฉีดอินซูลินเป็นหลัก | อาจใช้ยาเม็ดร่วมกับการควบคุมอาหาร หรือฉีดอินซูลินในบางราย |
ความสัมพันธ์กับอาหารหวาน | ไม่ได้เกิดจากการกินของหวานโดยตรง | เกี่ยวข้องกับการบริโภคน้ำตาลและพลังงานเกิน |
การดูแล | ฉีดยาและควบคุมอาหารอย่างใกล้ชิด | ดูแลตนเองตามคำแนะนำของแพทย์ |
แม้ว่าโรคเบาหวานในสุนัขและแมวจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการให้อยู่ในระดับปกติได้ หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและต่อเนื่องจากเจ้าของร่วมกับสัตวแพทย์ดังนี้
การรักษาหลักของโรคเบาหวานในสุนัขและแมวคือการฉีดอินซูลินเพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมคล้ายกับการรักษาในคน ซึ่งต้องทำอย่างสม่ำเสมอตามแผนของสัตวแพทย์
อาหารมีบทบาทสำคัญในการควบคุมเบาหวานในสุนัขและเบาหวานแมว โดยควรเลือกอาหารที่มีใยอาหารในระดับปานกลางถึงสูง เพราะจะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลจากลำไส้ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น
การพาน้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มการใช้พลังงานและช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แต่ควรทำในระดับที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว
ในระหว่างการรักษาเบาหวานในสุนัขและแมวอาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้ โดยมักจะมีอาการ เช่น เดินเซ อ่อนแรง ตัวสั่น หรือชัก หากพบอาการดังกล่าวควรรีบใช้น้ำผึ้งหรือน้ำหวานป้ายที่รอบเหงือกและลิ้น ถ้าหากน้องยังรู้สึกตัวสามารถป้อนเพิ่มเติมได้ก่อนรีบนำส่งสัตวแพทย์ทันที
การดูแลสุขภาพของน้อง ๆ อย่างเหมาะสมสามารถช่วยลดความเสี่ยงที่จะทำให้น้องหมาเป็นเบาหวานและน้องแมวเป็นเบาหวานได้ โดยควรเริ่มจากพฤติกรรมการเลี้ยงที่ใส่ใจตั้งแต่ในชีวิตประจำวันดังนี้
โดยทั่วไปเบาหวานในสุนัขและแมวไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการให้อยู่ในระดับปกติและมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ ด้วยการฉีดอินซูลิน ควบคุมอาหาร และดูแลอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
เบาหวานในสุนัขและแมวอันตรายได้หากไม่รักษา เพราะอาจทำให้น้องเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ต้อกระจก อ่อนแรง หรือน้ำตาลในเลือดผิดปกติ แต่ถ้าควบคุมด้วยอินซูลินและดูแลอย่างเหมาะสม ก็สามารถใช้ชีวิตได้ปกติในระยะยาวได้
เบาหวานในสุนัขและแมวเป็นโรคเรื้อรังที่สามารถควบคุมได้หากได้รับการดูแลและวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของน้องเป็นประจำ เช่น กินน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลด หรืออ่อนเพลีย หากพบสัญญาณเหล่านี้หรือมีความกังวล ควรรีบพาน้องไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดทันที
หากต้องการความมั่นใจในการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง สามารถเข้ารับคำปรึกษาและตรวจรักษาได้ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ซึ่งที่นี่มีทีมสัตวแพทย์พร้อมดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยวางแผนการรักษาและควบคุมโรคให้เหมาะสมกับน้องแต่ละตัวอย่างมีประสิทธิภาพ
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่
#ThonglorPetHospital #TheBestAlways