หมาสะโพกหลุดต้องรักษายังไง? ข้อสะโพกหมาหลุดจะกลับมาเดินได้ไหม

แชร์
สุนัข ,โรคที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง 29 พฤษภาคม 2569 354 ครั้ง

การหมั่นสังเกตพฤติกรรมของน้องหมาเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อพบว่าน้องมีท่าทางการเดินที่เปลี่ยนไป เช่น เดินกะเผลกหรือเคลื่อนไหวได้น้อยลงกว่าปกติ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะของข้อสะโพกเคลื่อนหลุด ซึ่งเป็นภาวะบาดเจ็บที่ควรได้รับการประเมินจากสัตวแพทย์อย่างเหมาะสม

แม้อาการจะดูน่ากังวล แต่หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที ก็มีโอกาสฟื้นตัวและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจวิธีสังเกตอาการสะโพกหลุดในสุนัข รวมถึงแนวทางการรักษาและคำถามที่พบบ่อย เพื่อช่วยให้สามารถดูแลน้องหมาได้อย่างอุ่นใจในขั้นตอนที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้น


Highlight

  • หมาสะโพกหลุดเป็นภาวะที่ควรรีบรักษา หากปล่อยไว้อาจทำให้ข้อสะโพกสุนัขบาดเจ็บเรื้อรังและเสี่ยงเดินผิดปกติถาวร
  • สังเกตอาการง่าย ๆ เช่น สุนัขเดินกะเผลก ไม่ลงน้ำหนัก หรือมีลักษณะขาหลังอ่อนแรง ควรรีบพบสัตวแพทย์
  • การรักษาหมาสะโพกหลุดต้องผ่าตัดไหม ขึ้นอยู่กับความรุนแรง หากพบเร็วอาจไม่ต้องผ่าตัด
  • หลังการรักษา การทำกายภาพบำบัด ช่วยให้สะโพกหลุดในสุนัขฟื้นตัวและกลับมาเดินได้ดีขึ้น
  • การควบคุมน้ำหนักและดูแลข้อสะโพกอย่างเหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยง ข้อสะโพกหมาหลุดในอนาคต

สารบัญบทความ


“หมาสะโพกหลุด” อันตรายไหม? 

หมาสะโพกหลุดอันตรายไหม? ภาวะนี้ถือว่ามีความอันตรายในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและการเดินผิดปกติถาวรได้

หมาสะโพกหลุด คือภาวะที่หัวกระดูกสะโพกเคลื่อนหลุดออกจากเบ้ากระดูก ซึ่งมักเกิดจากอุบัติเหตุ แรงกระแทก หรือพบได้บ่อยในสุนัขที่มีภาวะเบ้าสะโพกหลวมแต่กำเนิด ภายหลังเกิดทำให้เกิดข้อสะโพกสุนัขบาดเจ็บอย่างเฉียบพลัน และหากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้พาไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์หรือคลินิก อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บเรื้อรัง ปวด และเสี่ยงต่อการเดินผิดปกติถาวรได้


“หมาสะโพกหลุด” เพราะอะไร สาเหตุที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง?

  • อุบัติเหตุจากการกระแทก
    การกระแทกจากอุบัติเหตุ เช่น รถชน หรือการตกจากที่สูง เป็นสาเหตุที่ทำให้กระดูกสะโพกหมาหลุด ส่งผลให้น้องเดินกะเผลกและอาจมีอาการขาอ่อนแรงร่วมด้วย เนื่องจากข้อสะโพกรับน้ำหนักได้ไม่ปกติ
  • โรคข้อสะโพกเสื่อม
    ภาวะนี้อาจเกิดจากกรรมพันธุ์ โดยเฉพาะในสุนัขพันธุ์ใหญ่ ทำให้ข้อสะโพกไม่แข็งแรงและเสี่ยงต่อข้อสะโพกหลุดได้ง่าย รวมถึงโภชนาการและน้ำหนักตัวก็มีผล
  • น้ำหนักตัวมากเกินไป
    น้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะเพิ่มแรงกดต่อข้อสะโพก ทำให้เกิดการอักเสบและบาดเจ็บสะสม เมื่อเป็นนานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสะโพกหลุดได้
  • อายุ
    เมื่อน้องหมาอายุมากขึ้น ข้อสะโพกจะเสื่อมลงตามกาลเวลา ทำให้โครงสร้างข้อไม่แข็งแรงเหมือนเดิม จึงมีโอกาสเกิดภาวะสะโพกหลุดในสุนัขได้ง่ายขึ้น แม้จะไม่ได้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงก็ตาม

จุดสังเกตน้องหมา “หมาสะโพกหลุด” ดูได้จากอะไรบ้าง?

อาการหมาสะโพกหลุด

โดยธรรมชาติแล้วสุนัขมักจะร่าเริง ชอบวิ่งและเคลื่อนไหวอยู่เสมอ แต่หากช่วงไหนเริ่มสังเกตว่าน้องมีลักษณะหมาขาเจ็บ เดินไม่ได้ เดิอนยกขา ลงน้ำหนักขาได้ไม่เต็มที่ หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น ซึมลง เดินน้อย ท่าเดินผิดปกติ หรือแสดงอาการเจ็บเมื่อสัมผัสบริเวณสะโพก อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติที่ไม่ควรมองข้าม

ดังนั้น แนะนำให้รีบพาน้องเข้ารับการตรวจจากสัตวแพทย์โดยเร็ว เพื่อวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก

  • น้องหมาขาหลังอ่อนแรง ไม่สามารถขยับได้ หรือขยับได้ลำบาก
  • ท่าทางการเดินไม่ปกติ / เดินกระเผลก หรือยกขา
  • มีอาการเจ็บปวด ไม่ยอมให้จับบริเวณสะโพก
  • มีอาการซึม ไม่ค่อยเล่น ไม่ร่าเริงเหมือนแต่ก่อน

การรักษาน้องหมา “หมาสะโพกหลุด” มีวิธีไหนบ้างและต้องผ่าตัดไหม?

โดยทั่วไปแล้ว การรักษาอาการสะโพกหลุดในน้องหมาจะมีอยู่ 2 แนวทางหลัก ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของสัตวแพทย์ตามความรุนแรงของอาการ ระยะเวลาที่เกิดการบาดเจ็บ และน้ำหนักตัวของสุนัข

หลายคนอาจสงสัยว่าหมาสะโพกหลุดต้องผ่าตัดไหม คำตอบคือไม่จำเป็นเสมอไป เนื่องจากสัตวแพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละเคส เพื่อให้น้องหมาฟื้นตัวได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

เหมาะสำหรับกรณีที่ข้อสะโพกหมาหลุด โดยเป็นเพียงอาการแรกเริ่มเพิ่งเกิดขึ้น (ภายใน 2–3 วัน)

  • การจัดกระดูกกลับเข้าที่ (Closed Reduction)
  • การพักการใช้งานและจำกัดการเคลื่อนไหว
  • การทำกายภาพบำบัด (Rehabilitation) เพื่อช่วยฟื้นฟูการเดิน

การรักษาแบบผ่าตัด

การรักษาแบบผ่าตัด

ในกรณีที่ข้อสะโพกหมาหลุดเป็นเวลานาน หรือมีความเสียหายรุนแรง 

  • กรณีกระดูกสะโพกหลุด / เคลื่อนมาระยะหนึ่งแล้ว เป็นค่อนข้างหนักสัตวแพทย์จะพิจารณาการผ่าตัดหัวกระดูก (FHNE:Femoral head and neck excision)
  • การผ่าตัดยึดข้อสะโพก หรือเปลี่ยนข้อสะโพก (Total Hip Replacement - THR) ตามดุลยพินิจสัตวแพทย์

การดูแลน้องหมาหลังผ่าตัดสะโพก

  • จำกัดพื้นที่การเดิน ป้องกันการกระโดดหรือวิ่ง
    ควรจำกัดพื้นที่ให้น้องหมาเคลื่อนไหวเฉพาะจุด เพื่อลดแรงกระแทกที่อาจกระทบต่อข้อสะโพกหมาหลุดและป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ
  • ให้ยาตามที่สัตวแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
    การให้ยาอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดอาการอักเสบและปวดจากข้อสะโพกสุนัขบาดเจ็บ ทำให้น้องฟื้นตัวได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ดูแลแผลผ่าตัดให้สะอาด
    ควรรักษาความสะอาดแผลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อหลังการรักษา 
  • ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เกินเกณฑ์
    การควบคุมน้ำหนักช่วยลดแรงกดที่ข้อสะโพก ทำให้การฟื้นตัวของสะโพกหลุดในสุนัขเป็นไปได้ดีขึ้น และกล้ามเนื้อสามารถพัฒนาได้ดีขึ้น
  • ทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้กลับมาเดินได้เร็วขึ้น
    การทำกายภาพบำบัดเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้น้องหมากลับมาเดินได้ปกติ โดยแนะนำให้ทำภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลสัตว์ ศูนย์ผ่าตัด เพื่อความปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเมื่อพบว่าน้องหมาสะโพกหลุด

หลังผ่าตัดจัดกระดูกสะโพกน้องหมาแล้วจะกลับมาเดินได้ปกติไหม? 

น้องหมาส่วนใหญ่มีโอกาสกลับมาเดินได้ใกล้เคียงปกติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและวิธีการรักษาในแต่ละเคส

รักษาหมาสะโพกหลุด ราคาเท่าไหร่?

การรักษาคุณหมอจะทำการตรวจประเมินการรักษาอีกครั้ง หลังจากทำการประเมินการรักษาถ้าน้องสามารถทำกายภาพบำบัดได้จะมีค่าใช้จ่ายกายภาพบำบัด 5 ครั้ง 7,500 บาท

หมาที่อายุเยอะแล้วสะโพกหลุดง่ายจริงไหม?

จริง เนื่องจากข้อสะโพกมีการเสื่อมตามวัย ทำให้มีโอกาสเกิดข้อสะโพกสุนัขบาดเจ็บหรือหลุดได้ง่ายกว่าสุนัขที่อายุน้อย


ดูแลถูกทาง น้องหมากลับมาเดินได้อีกครั้ง 

แม้ว่าภาวะ “หมาสะโพกหลุด” จะเป็นภาวะที่ดูน่ากังวล แต่หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที น้องหมาส่วนใหญ่สามารถกลับมาเดินและใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาทีมสัตวแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ “โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ” มีทีมแพทย์และเครื่องมือพร้อมดูแลน้องหมาอย่างครบวงจร เพื่อให้ทุกการรักษาเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways