โรคฉี่หนูในสุนัข อาการ สาเหตุ และวิธีป้องกัน

สุนัข ,แมว ,สัตว์พิเศษ ,โรคที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง 17 มิถุนายน 2569 911 ครั้ง

โรคฉี่หนูในสุนัข หรือ Leptospirosis เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ติดต่อผ่านปัสสาวะของสัตว์พาหะซึ่งปนเปื้อนอยู่ในน้ำ ดิน หรือโคลน น้องหมาจึงอาจติดเชื้อได้จากการเดินลุยน้ำขัง ดื่มน้ำจากแอ่ง หรือมีบาดแผลสัมผัสพื้นที่ปนเปื้อน โดยไม่จำเป็นต้องสัมผัสหนูโดยตรง

เชื้อสามารถส่งผลกระทบต่อไต ตับ ปอด และอวัยวะสำคัญอื่น ๆ หากน้องมีอาการซึม ไม่กินอาหาร อาเจียน ปัสสาวะผิดปกติ หรือมีภาวะตัวเหลืองหลังสัมผัสน้ำขัง ควรพามาพบสัตวแพทย์โดยเร็ว เพราะการตรวจพบและเริ่มรักษาตั้งแต่ระยะแรกช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของอวัยวะได้

โรคฉี่หนูในสุนัขคืออะไร?

โรคฉี่หนูเกิดจากเชื้อแบคทีเรียในกลุ่ม Leptospira เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน หรือ Zoonosis พบได้ในสัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า ปศุสัตว์ และสัตว์ฟันแทะหลายชนิด

สัตว์ที่มีเชื้อสามารถขับเชื้อออกมากับปัสสาวะ ทำให้เชื้อปนเปื้อนในน้ำหรือดินที่มีความชื้น และอาจอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน โดยเฉพาะพื้นที่อากาศอุ่นและชื้น ตามข้อมูลของ CDC เรื่องโรค Leptospirosis

คำว่า “โรคฉี่หนู” จึงไม่ได้หมายความว่าต้องสัมผัสหนูเท่านั้น เพราะสัตว์เลี้ยงและสัตว์ชนิดอื่นก็สามารถเป็นพาหะหรือปล่อยเชื้อออกมากับปัสสาวะได้เช่นกัน

น้องหมาติดโรคฉี่หนูจากน้ำขังได้อย่างไร?

สุนัขอาจได้รับเชื้อจากสถานการณ์ต่อไปนี้

  • เดินหรือนอนในน้ำขัง น้ำท่วม ดินเปียก หรือโคลนที่มีเชื้อปนเปื้อน

  • ดื่มน้ำจากแอ่ง บ่อ คูน้ำ หรือแหล่งน้ำที่ไหลช้า

  • มีแผลถลอกหรือบาดแผลสัมผัสน้ำและดินปนเปื้อน

  • เชื้อสัมผัสเยื่อบุตา จมูก หรือช่องปาก

  • สัมผัสปัสสาวะ เลือด หรือเนื้อเยื่อของสัตว์ที่ติดเชื้อ

  • ถูกสัตว์พาหะกัดหรือทำให้เกิดบาดแผล

เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านเยื่อบุต่าง ๆ หรือผิวหนังที่มีบาดแผล จากนั้นแพร่กระจายไปยังไต ตับ ปอด และอวัยวะอื่น ๆ โดยข้อมูลทางสัตวแพทย์ระบุว่าระยะฟักตัวในสัตว์อาจอยู่ที่ประมาณ 4–20 วัน อาการจึงไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นทันทีหลังลุยน้ำขัง Merck Veterinary Manual

อาการโรคฉี่หนูในสุนัขที่ควรสังเกต

อาการของโรคฉี่หนูแตกต่างกันได้ตั้งแต่ไม่แสดงอาการ อาการเล็กน้อย ไปจนถึงไตวาย ตับวาย ระบบหายใจผิดปกติ หรือเสียชีวิต อาการที่เจ้าของควรเฝ้าระวัง ได้แก่

  • ซึม อ่อนแรง ไม่ร่าเริง

  • มีไข้

  • เบื่ออาหารหรือไม่กินอาหาร

  • อาเจียนหรือท้องเสีย

  • ดื่มน้ำและปัสสาวะมากหรือน้อยกว่าปกติ

  • ปัสสาวะลดลงหรือไม่ปัสสาวะ

  • มีภาวะขาดน้ำ

  • เจ็บกล้ามเนื้อ ไม่อยากเดิน หรือปวดบริเวณหลัง

  • เหงือก ตาขาว หรือผิวหนังมีสีเหลือง

  • หายใจเร็ว หอบ หรือหายใจลำบาก

  • มีจุดเลือดออกหรือเลือดออกผิดปกติ

อาการเหล่านี้คล้ายกับโรคอื่นได้หลายชนิด จึงไม่สามารถยืนยันโรคฉี่หนูจากอาการภายนอกเพียงอย่างเดียว หากมีประวัติลุยน้ำขังร่วมกับอาการผิดปกติ ควรแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำ ดิน โคลน หรือสัตว์พาหะให้สัตวแพทย์ทราบด้วย

หลังน้องหมาลุยน้ำขัง ควรดูแลอย่างไร?

หากน้องเพิ่งเดินลุยน้ำขังหรือน้ำท่วม เจ้าของควรดูแลเบื้องต้นดังนี้

  1. ล้างเท้า ขา ท้อง และบริเวณที่สัมผัสน้ำด้วยน้ำสะอาด

  2. เช็ดตัวและซอกนิ้วให้แห้ง เพื่อลดความอับชื้น

  3. ไม่ปล่อยให้น้องเลียน้ำสกปรกหรือดื่มน้ำจากแอ่ง

  4. ตรวจเท้าและผิวหนังว่ามีแผล ถลอก หรือสิ่งแปลกปลอมหรือไม่

  5. เฝ้าสังเกตการกินอาหาร ระดับความร่าเริง การดื่มน้ำ และการปัสสาวะในช่วง 2–3 สัปดาห์หลังสัมผัสพื้นที่เสี่ยง

การล้างตัวช่วยลดสิ่งปนเปื้อนที่อยู่ภายนอก แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าน้องไม่ได้รับเชื้อ หากเริ่มมีอาการผิดปกติ ไม่ควรรอดูอาการจนทรุด

สัตวแพทย์ตรวจโรคฉี่หนูในสุนัขอย่างไร?

สัตวแพทย์จะประเมินร่วมกันทั้งประวัติการสัมผัสพื้นที่เสี่ยง อาการ การตรวจร่างกาย และผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งอาจประกอบด้วย

  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด

  • ตรวจค่าการทำงานของไตและตับ

  • ตรวจปัสสาวะ

  • ตรวจสารพันธุกรรมของเชื้อด้วยวิธี PCR

  • ตรวจภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดีต่อเชื้อ

  • ตรวจภาพวินิจฉัยเพิ่มเติมตามภาวะของผู้ป่วย

การวินิจฉัยมักต้องพิจารณาผลหลายส่วนร่วมกัน โดยแนวทางทางสัตวแพทย์ระบุว่าการใช้ผลตรวจทางภูมิคุ้มกันร่วมกับ PCR ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย Merck Veterinary Manual

โรคฉี่หนูในสุนัขรักษาได้หรือไม่?

โรคฉี่หนูสามารถรักษาได้ โดยสัตวแพทย์อาจให้ยาปฏิชีวนะร่วมกับการรักษาประคับประคองตามความรุนแรง เช่น การให้สารน้ำ ยาควบคุมอาการอาเจียน การดูแลสมดุลเกลือแร่ และการติดตามการทำงานของไตกับตับ

ในรายที่มีไตวาย ปอดผิดปกติ หรืออวัยวะสำคัญได้รับผลกระทบรุนแรง อาจจำเป็นต้องพักรักษาในโรงพยาบาล เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หรือพิจารณาการบำบัดทดแทนไตตามข้อบ่งชี้ การเริ่มรักษาเร็วช่วยเพิ่มโอกาสฟื้นตัวและลดความเสียหายของอวัยวะ ตามคำแนะนำของ CDC เรื่อง Leptospirosis ในสัตว์

โรคฉี่หนูติดต่อจากสุนัขสู่คนได้หรือไม่?

โรคฉี่หนูเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน คนสามารถได้รับเชื้อจากน้ำ ดิน หรือโคลนที่ปนเปื้อน รวมถึงการสัมผัสปัสสาวะ เลือด หรือสารคัดหลั่งของสัตว์ที่ติดเชื้อ โดยเฉพาะเมื่อเชื้อสัมผัสบาดแผลหรือเยื่อบุตา จมูก และปาก

หากสงสัยว่าน้องติดเชื้อ เจ้าของควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสปัสสาวะโดยตรง ปิดบาดแผลให้มิดชิด สวมถุงมือและรองเท้าป้องกันเมื่อต้องทำความสะอาด พร้อมล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังสัมผัสตัวสัตว์หรือบริเวณที่อาจปนเปื้อน

หากเจ้าของมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน ตาแดง หรือตัวเหลืองภายหลังสัมผัสน้ำขังหรือสารคัดหลั่งของสัตว์ ควรพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสอย่างครบถ้วน

วิธีป้องกันโรคฉี่หนูในสุนัข

การป้องกันควรทำหลายด้านร่วมกัน ได้แก่

  • หลีกเลี่ยงการพาน้องเดินลุยน้ำขัง น้ำท่วม หรือพื้นที่โคลนสกปรก

  • ไม่ให้น้องดื่มน้ำจากแอ่ง บ่อ หรือแหล่งน้ำที่ไม่สะอาด

  • ดูแลอาหารและน้ำดื่มให้สะอาดอยู่เสมอ

  • ปิดแผลก่อนออกนอกบ้าน และทำความสะอาดทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน

  • ควบคุมหนูและสัตว์พาหะรอบบ้านอย่างเหมาะสม

  • รักษาความสะอาดบริเวณที่น้องพักอาศัย

  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคฉี่หนูตามแผนที่สัตวแพทย์แนะนำ

วัคซีนช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรค แต่ไม่สามารถป้องกันเชื้อได้ครบทุกสายพันธุ์ การหลีกเลี่ยงพื้นที่ปนเปื้อนและการสังเกตอาการจึงยังคงสำคัญ CDC

เมื่อไรควรพาน้องหมามาพบสัตวแพทย์?

ควรพาน้องมารับการตรวจโดยเร็ว หากมีประวัติลุยน้ำขัง น้ำท่วม ดื่มน้ำจากแอ่ง หรือสัมผัสพื้นที่เสี่ยง ร่วมกับอาการต่อไปนี้

  • ซึมหรือไม่กินอาหาร

  • มีไข้ อาเจียน หรือท้องเสีย

  • ดื่มน้ำหรือปัสสาวะผิดปกติ

  • ปัสสาวะน้อยลงหรือไม่ปัสสาวะ

  • เหงือกหรือตาขาวมีสีเหลือง

  • หอบ หายใจเร็ว หรือมีเลือดออกผิดปกติ

โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อพร้อมตรวจวินิจฉัย วางแผนการรักษา และดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินโดยทีมสัตวแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง ข้อมูลบริการโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q : สุนัขต้องสัมผัสหนูโดยตรงจึงจะติดโรคฉี่หนูหรือไม่?
A :

ไม่จำเป็น สุนัขสามารถติดเชื้อจากน้ำ ดิน หรือโคลนที่ปนเปื้อนปัสสาวะของสัตว์พาหะได้ แม้ไม่เคยสัมผัสหนูโดยตรง


Q : น้ำขังหน้าบ้านทำให้น้องหมาติดโรคฉี่หนูได้หรือไม่?
A :

มีความเป็นไปได้หากน้ำขังนั้นปนเปื้อนปัสสาวะของสัตว์ที่มีเชื้อ โดยความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเมื่อน้องดื่มน้ำ เลียน้ำ หรือมีบาดแผลสัมผัสน้ำดังกล่าว


Q : หลังลุยน้ำขังควรเฝ้าสังเกตอาการนานแค่ไหน?
A :

อาการอาจไม่เกิดขึ้นทันที เนื่องจากระยะฟักตัวในสัตว์อาจอยู่ประมาณ 4–20 วัน ควรเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดในช่วง 2–3 สัปดาห์ และพบสัตวแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติ


Q : โรคฉี่หนูจากสุนัขติดต่อสู่คนได้หรือไม่?
A :

ติดต่อได้ โดยเฉพาะจากการสัมผัสปัสสาวะ เลือด หรือสารคัดหลั่งของสัตว์ที่ติดเชื้อผ่านบาดแผลหรือเยื่อบุต่าง ๆ จึงควรสวมถุงมือ ปิดบาดแผล และล้างมือทุกครั้งหลังทำความสะอาด


Q : ฉีดวัคซีนแล้วน้องหมาจะไม่เป็นโรคฉี่หนูเลยใช่หรือไม่?
A :

วัคซีนช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรค แต่ไม่ครอบคลุมเชื้อทุกสายพันธุ์ เจ้าของยังควรหลีกเลี่ยงน้ำขัง ควบคุมสัตว์พาหะ และพาน้องฉีดวัคซีนตามกำหนด


Q : สามารถวินิจฉัยโรคฉี่หนูจากอาการได้หรือไม่?
A :

ไม่สามารถยืนยันจากอาการเพียงอย่างเดียว เพราะอาการคล้ายกับโรคอื่น สัตวแพทย์ต้องประเมินประวัติ ตรวจร่างกาย และใช้ผลตรวจเลือด ปัสสาวะ PCR หรือการตรวจแอนติบอดีประกอบกัน