การเจอเห็บบนตัวสุนัขแล้วคีบออก อาจทำให้เจ้าของรู้สึกว่าปัญหาจบแล้ว แต่ความจริงอาจยังมีเห็บตัวอื่นซ่อนอยู่ตามขน ซอกผิวหนัง ที่นอน หรือบริเวณที่สัตว์เลี้ยงใช้ชีวิตเป็นประจำ
นอกจากเห็บจะสร้างปัญหาสุขภาพให้กับสุนัขแล้ว เห็บบางชนิดยังสามารถเป็นพาหะของเชื้อโรคที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของคนได้ หนึ่งในโรคที่กำลังได้รับความสนใจคือ SFTS หรือ Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มีเห็บเป็นพาหะ
SFTS หรือ โรคไข้สูงร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ เป็นโรคติดเชื้อไวรัสจากเชื้อ Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome Virus (SFTSV) หรือ Dabie bandavirus
ช่องทางสำคัญของการติดเชื้อคือการถูกเห็บที่มีเชื้อกัด นอกจากนี้ยังมีรายงานการติดเชื้อที่สัมพันธ์กับการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของสัตว์หรือผู้ป่วยที่ติดเชื้อด้วย
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ณ วันที่ 16 กันยายน 2569 ระบุว่า ประเทศไทยพบผู้ป่วย SFTS สะสมตั้งแต่ปี 2562–2569 จำนวน 10 ราย และเสียชีวิต 5 ราย โดยผู้ป่วยหลายรายมีประวัติเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงสัตว์ สัมผัสสุนัขหรือแมว ถูกเห็บกัด หรือสัมผัสและบี้เห็บโดยตรง งานวิจัยในประเทศไทยยังตรวจพบ SFTSV RNA ในเห็บสุนัขสีน้ำตาล (Rhipicephalus sanguineus) ที่เก็บจากสุนัขและบริเวณบ้านของผู้ป่วยบางราย อย่างไรก็ตาม นักวิจัยระบุว่ายังไม่สามารถสรุปทิศทางการแพร่เชื้อได้ทั้งหมด จึงควรมองเรื่องนี้ในมุมของการป้องกันทั้งสัตว์ คน และสิ่งแวดล้อมร่วมกัน
ไม่ใช่ การพบเห็บบนตัวสุนัขไม่ได้หมายความว่าเห็บทุกตัวมีเชื้อ SFTSV และไม่ได้หมายความว่าสุนัขจะสามารถแพร่เชื้อให้เจ้าของทันที
สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือการลดโอกาสที่คนและสัตว์เลี้ยงจะสัมผัสกับเห็บ รวมถึงลดจำนวนเห็บภายในบ้านและสิ่งแวดล้อม
มีงานศึกษาที่ตรวจพบหลักฐานการสัมผัสเชื้อ SFTSV ในสุนัขในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนว่าเชื้อมีการหมุนเวียนอยู่ในระบบนิเวศของสัตว์และเห็บ และเป็นเหตุผลที่การควบคุมเห็บอย่างต่อเนื่องมีความสำคัญ
เมื่อพบเห็บ ไม่ควรจับ ดึง หรือบี้เห็บด้วยมือเปล่า เพราะอาจทำให้สัมผัสกับตัวเห็บหรือสารคัดหลั่งโดยตรง กรมควบคุมโรคแนะนำให้สวมถุงมือเมื่อต้องสัมผัสสัตว์ที่มีเห็บ รวมถึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งโดยตรง
เจ้าของควรดูแลเพิ่มเติมดังนี้
เห็บที่มองเห็นบนตัวสุนัขอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหา เพราะเห็บสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัวสัตว์เลี้ยงได้ด้วย
ดังนั้นการจัดการเฉพาะเห็บตัวที่พบจึงอาจไม่เพียงพอ
สิ่งสำคัญคือ การป้องกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรรอให้พบเห็บจำนวนมากหรือเริ่มมีปัญหาก่อนแล้วจึงเริ่มดูแล
สำหรับสุนัขและแมว วิธีป้องกันเห็บหมัดมีหลายรูปแบบ โดยสัตวแพทย์สามารถช่วยเลือกให้เหมาะกับชนิดสัตว์ อายุ น้ำหนัก สุขภาพ และรูปแบบการใช้ชีวิตของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวได้
แนวคิดในการควบคุมโรคที่เกี่ยวข้องกับสัตว์และแมลงพาหะในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการดูแลร่วมกันทั้ง สัตว์เลี้ยง คน และสิ่งแวดล้อม
การป้องกันเห็บหมัดอย่างสม่ำเสมอจึงไม่ได้มีประโยชน์เพียงเรื่องความคันหรือปัญหาผิวหนังของสัตว์เลี้ยง แต่ยังช่วยลดโอกาสที่เห็บจะเข้ามาอาศัยและเพิ่มจำนวนภายในบ้านด้วย
สำหรับบ้านที่เลี้ยงสุนัขหรือแมว การตรวจร่างกายสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ ทำความสะอาดบริเวณที่พัก และมีแผนควบคุมปรสิตภายนอกต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งที่ควรทำควบคู่กัน
สำหรับเจ้าของที่ต้องการวางแผนดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อมีโปรแกรม Thonglor Cares ซึ่งรวมการดูแลสุขภาพและการป้องกันเห็บหมัดตามช่วงวัย
Puppy & Kitten Wellness Program สำหรับลูกสุนัขและลูกแมวอายุไม่เกิน 6 เดือน ดูแลต่อเนื่อง 4 เดือน พร้อมการป้องกันเห็บหมัด 4 ครั้ง ราคา 3,500 บาท
Adult Dog & Cat Wellness Program สำหรับสุนัขและแมวอายุ 6 เดือนขึ้นไป ดูแลต่อเนื่อง 12 เดือน พร้อมการป้องกันเห็บหมัด 12 ครั้ง รวมถึงการตรวจสุขภาพ วัคซีน การถ่ายพยาธิ และการตรวจเลือดตามรายละเอียดของโปรแกรม ปัจจุบันราคา 11,995 บาท
ดูรายละเอียดโปรแกรม Thonglor Cares รายละเอียดโปรแกรม Thonglor Cares
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่
#ThonglorPetHospital #TheBestAlways
ยังไม่ควรถือว่าปัญหาจบ เพราะอาจมีเห็บตัวอื่นซ่อนอยู่ตามขน ซอกหู รอบคอ รักแร้ ขาหนีบ ซอกนิ้ว รวมถึงบริเวณที่น้องพักอาศัย จึงควรตรวจร่างกายเพิ่มเติม ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม และป้องกันเห็บหมัดอย่างต่อเนื่อง
ไม่ใช่ เห็บที่พบบนสุนัขไม่ได้หมายความว่าจะมีเชื้อ SFTS ทุกตัว อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการจับหรือบี้เห็บด้วยมือเปล่า และกำจัดเห็บอย่างเหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคที่มีเห็บเป็นพาหะ
ความเสี่ยงหลักของ SFTS คือการถูกเห็บที่มีเชื้อกัด นอกจากนี้ยังมีรายงานการติดเชื้อจากการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของสัตว์หรือผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ดังนั้นการพบเห็บบนสุนัขไม่ได้หมายความว่าสุนัขจะแพร่เชื้อสู่คนทันที
ควรสวมถุงมือ ใช้อุปกรณ์สำหรับคีบเห็บอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการจับหรือบี้ด้วยมือเปล่า หลังจากนั้นควรตรวจบริเวณที่เห็บมักซ่อน ทำความสะอาดที่นอนและพื้นที่พักอาศัยของสัตว์เลี้ยง รวมถึงล้างมือและทำความสะอาดอุปกรณ์หลังใช้งาน
ควรตรวจบริเวณรอบหู รอบคอ รักแร้ ขาหนีบ ซอกนิ้ว และบริเวณที่มีขนหนาหรืออับชื้น เนื่องจากเป็นจุดที่เจ้าของอาจมองเห็นเห็บได้ยาก
ความถี่ขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์ อายุ น้ำหนัก สุขภาพ และรูปแบบการใช้ชีวิตของสัตว์เลี้ยง ควรใช้ผลิตภัณฑ์ตามระยะเวลาที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง และเลือกให้เหมาะกับสัตว์แต่ละตัวตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
การป้องกันก่อนพบเห็บช่วยลดโอกาสที่เห็บจะมาเกาะสัตว์เลี้ยงและเพิ่มจำนวนในบ้าน การดูแลอย่างสม่ำเสมอจึงมีประโยชน์ทั้งต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยงและช่วยลดการสัมผัสเห็บของคนในครอบครัว