เจอเห็บบนสุนัข คีบออกแล้วจบไหม? รู้จัก SFTS และวิธีป้องกัน

สุนัข ,แมว ,โรคที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง 18 กันยายน 2569 110 ครั้ง

เจอเห็บบนสุนัข คีบออกแล้วจบไหม? รู้จักโรค SFTS และวิธีป้องกันเห็บในบ้าน

การเจอเห็บบนตัวสุนัขแล้วคีบออก อาจทำให้เจ้าของรู้สึกว่าปัญหาจบแล้ว แต่ความจริงอาจยังมีเห็บตัวอื่นซ่อนอยู่ตามขน ซอกผิวหนัง ที่นอน หรือบริเวณที่สัตว์เลี้ยงใช้ชีวิตเป็นประจำ

นอกจากเห็บจะสร้างปัญหาสุขภาพให้กับสุนัขแล้ว เห็บบางชนิดยังสามารถเป็นพาหะของเชื้อโรคที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของคนได้ หนึ่งในโรคที่กำลังได้รับความสนใจคือ SFTS หรือ Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มีเห็บเป็นพาหะ

SFTS คืออะไร?

SFTS หรือ โรคไข้สูงร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ เป็นโรคติดเชื้อไวรัสจากเชื้อ Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome Virus (SFTSV) หรือ Dabie bandavirus

ช่องทางสำคัญของการติดเชื้อคือการถูกเห็บที่มีเชื้อกัด นอกจากนี้ยังมีรายงานการติดเชื้อที่สัมพันธ์กับการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของสัตว์หรือผู้ป่วยที่ติดเชื้อด้วย

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ณ วันที่ 16 กันยายน 2569 ระบุว่า ประเทศไทยพบผู้ป่วย SFTS สะสมตั้งแต่ปี 2562–2569 จำนวน 10 ราย และเสียชีวิต 5 ราย โดยผู้ป่วยหลายรายมีประวัติเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงสัตว์ สัมผัสสุนัขหรือแมว ถูกเห็บกัด หรือสัมผัสและบี้เห็บโดยตรง งานวิจัยในประเทศไทยยังตรวจพบ SFTSV RNA ในเห็บสุนัขสีน้ำตาล (Rhipicephalus sanguineus) ที่เก็บจากสุนัขและบริเวณบ้านของผู้ป่วยบางราย อย่างไรก็ตาม นักวิจัยระบุว่ายังไม่สามารถสรุปทิศทางการแพร่เชื้อได้ทั้งหมด จึงควรมองเรื่องนี้ในมุมของการป้องกันทั้งสัตว์ คน และสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

เจอเห็บบนสุนัข หมายความว่าน้องติด SFTS หรือไม่?

ไม่ใช่ การพบเห็บบนตัวสุนัขไม่ได้หมายความว่าเห็บทุกตัวมีเชื้อ SFTSV และไม่ได้หมายความว่าสุนัขจะสามารถแพร่เชื้อให้เจ้าของทันที

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือการลดโอกาสที่คนและสัตว์เลี้ยงจะสัมผัสกับเห็บ รวมถึงลดจำนวนเห็บภายในบ้านและสิ่งแวดล้อม

มีงานศึกษาที่ตรวจพบหลักฐานการสัมผัสเชื้อ SFTSV ในสุนัขในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนว่าเชื้อมีการหมุนเวียนอยู่ในระบบนิเวศของสัตว์และเห็บ และเป็นเหตุผลที่การควบคุมเห็บอย่างต่อเนื่องมีความสำคัญ

เจอเห็บบนตัวสุนัข ควรทำอย่างไร?

เมื่อพบเห็บ ไม่ควรจับ ดึง หรือบี้เห็บด้วยมือเปล่า เพราะอาจทำให้สัมผัสกับตัวเห็บหรือสารคัดหลั่งโดยตรง กรมควบคุมโรคแนะนำให้สวมถุงมือเมื่อต้องสัมผัสสัตว์ที่มีเห็บ รวมถึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งโดยตรง

เจ้าของควรดูแลเพิ่มเติมดังนี้

  • ใช้อุปกรณ์คีบเห็บอย่างเหมาะสมและหลีกเลี่ยงการสัมผัสด้วยมือเปล่า
  • ตรวจบริเวณที่เห็บมักซ่อน เช่น รอบหู รอบคอ รักแร้ ขาหนีบ และซอกนิ้ว
  • ตรวจสัตว์เลี้ยงตัวอื่นที่อยู่ร่วมบ้านด้วย
  • ซักและทำความสะอาดที่นอน ผ้า และบริเวณที่สัตว์เลี้ยงพักอาศัย
  • ล้างมือและทำความสะอาดอุปกรณ์หลังสัมผัสเห็บทุกครั้ง
  • วางแผนป้องกันเห็บและหมัดอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของสัตวแพทย์

ทำไมคีบเห็บออกแล้ว ยังต้องป้องกันต่อ?

เห็บที่มองเห็นบนตัวสุนัขอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหา เพราะเห็บสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัวสัตว์เลี้ยงได้ด้วย

ดังนั้นการจัดการเฉพาะเห็บตัวที่พบจึงอาจไม่เพียงพอ

สิ่งสำคัญคือ การป้องกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรรอให้พบเห็บจำนวนมากหรือเริ่มมีปัญหาก่อนแล้วจึงเริ่มดูแล

สำหรับสุนัขและแมว วิธีป้องกันเห็บหมัดมีหลายรูปแบบ โดยสัตวแพทย์สามารถช่วยเลือกให้เหมาะกับชนิดสัตว์ อายุ น้ำหนัก สุขภาพ และรูปแบบการใช้ชีวิตของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวได้

ป้องกันเห็บทุกเดือน ช่วยดูแลทั้งน้องและคนในบ้าน

แนวคิดในการควบคุมโรคที่เกี่ยวข้องกับสัตว์และแมลงพาหะในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการดูแลร่วมกันทั้ง สัตว์เลี้ยง คน และสิ่งแวดล้อม

การป้องกันเห็บหมัดอย่างสม่ำเสมอจึงไม่ได้มีประโยชน์เพียงเรื่องความคันหรือปัญหาผิวหนังของสัตว์เลี้ยง แต่ยังช่วยลดโอกาสที่เห็บจะเข้ามาอาศัยและเพิ่มจำนวนภายในบ้านด้วย

สำหรับบ้านที่เลี้ยงสุนัขหรือแมว การตรวจร่างกายสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ ทำความสะอาดบริเวณที่พัก และมีแผนควบคุมปรสิตภายนอกต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งที่ควรทำควบคู่กัน

วางแผนป้องกันเห็บหมัดกับ Thonglor Cares

สำหรับเจ้าของที่ต้องการวางแผนดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อมีโปรแกรม Thonglor Cares ซึ่งรวมการดูแลสุขภาพและการป้องกันเห็บหมัดตามช่วงวัย

Puppy & Kitten Wellness Program สำหรับลูกสุนัขและลูกแมวอายุไม่เกิน 6 เดือน ดูแลต่อเนื่อง 4 เดือน พร้อมการป้องกันเห็บหมัด 4 ครั้ง ราคา 3,500 บาท

Adult Dog & Cat Wellness Program สำหรับสุนัขและแมวอายุ 6 เดือนขึ้นไป ดูแลต่อเนื่อง 12 เดือน พร้อมการป้องกันเห็บหมัด 12 ครั้ง รวมถึงการตรวจสุขภาพ วัคซีน การถ่ายพยาธิ และการตรวจเลือดตามรายละเอียดของโปรแกรม ปัจจุบันราคา 11,995 บาท

ดูรายละเอียดโปรแกรม Thonglor Cares  รายละเอียดโปรแกรม Thonglor Cares


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q : เจอเห็บบนสุนัข คีบออกแล้วถือว่าปลอดภัยหรือยัง?
A :

ยังไม่ควรถือว่าปัญหาจบ เพราะอาจมีเห็บตัวอื่นซ่อนอยู่ตามขน ซอกหู รอบคอ รักแร้ ขาหนีบ ซอกนิ้ว รวมถึงบริเวณที่น้องพักอาศัย จึงควรตรวจร่างกายเพิ่มเติม ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม และป้องกันเห็บหมัดอย่างต่อเนื่อง


Q : เห็บสุนัขทุกตัวมีเชื้อ SFTS หรือไม่?
A :

ไม่ใช่ เห็บที่พบบนสุนัขไม่ได้หมายความว่าจะมีเชื้อ SFTS ทุกตัว อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการจับหรือบี้เห็บด้วยมือเปล่า และกำจัดเห็บอย่างเหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคที่มีเห็บเป็นพาหะ


Q : คนสามารถติดโรค SFTS จากสุนัขได้หรือไม่?
A :

ความเสี่ยงหลักของ SFTS คือการถูกเห็บที่มีเชื้อกัด นอกจากนี้ยังมีรายงานการติดเชื้อจากการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของสัตว์หรือผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ดังนั้นการพบเห็บบนสุนัขไม่ได้หมายความว่าสุนัขจะแพร่เชื้อสู่คนทันที


Q : ถ้าเจอเห็บบนตัวสุนัขควรทำอย่างไร?
A :

ควรสวมถุงมือ ใช้อุปกรณ์สำหรับคีบเห็บอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการจับหรือบี้ด้วยมือเปล่า หลังจากนั้นควรตรวจบริเวณที่เห็บมักซ่อน ทำความสะอาดที่นอนและพื้นที่พักอาศัยของสัตว์เลี้ยง รวมถึงล้างมือและทำความสะอาดอุปกรณ์หลังใช้งาน


Q : บริเวณไหนของสุนัขที่ควรตรวจหาเห็บเป็นพิเศษ?
A :

ควรตรวจบริเวณรอบหู รอบคอ รักแร้ ขาหนีบ ซอกนิ้ว และบริเวณที่มีขนหนาหรืออับชื้น เนื่องจากเป็นจุดที่เจ้าของอาจมองเห็นเห็บได้ยาก


Q : ควรป้องกันเห็บหมัดให้สุนัขบ่อยแค่ไหน?
A :

ความถี่ขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์ อายุ น้ำหนัก สุขภาพ และรูปแบบการใช้ชีวิตของสัตว์เลี้ยง ควรใช้ผลิตภัณฑ์ตามระยะเวลาที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง และเลือกให้เหมาะกับสัตว์แต่ละตัวตามคำแนะนำของสัตวแพทย์


Q : ทำไมต้องป้องกันเห็บทั้งที่สุนัขไม่เคยมีเห็บ?
A :

การป้องกันก่อนพบเห็บช่วยลดโอกาสที่เห็บจะมาเกาะสัตว์เลี้ยงและเพิ่มจำนวนในบ้าน การดูแลอย่างสม่ำเสมอจึงมีประโยชน์ทั้งต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยงและช่วยลดการสัมผัสเห็บของคนในครอบครัว