โรคภูมิแพ้หมัด หรือ Flea Allergic Dermatitis (FAD) เป็นหนึ่งในสาเหตุอาการคันที่พบบ่อยที่สุดในสุนัขและแมว ไม่ใช่การติดเชื้อโดยตรง แต่เป็นปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่อโปรตีนในน้ำลายหมัด สัตว์เลี้ยงที่มีความไวสูงอาจเกิดอาการคันรุนแรงได้จากการถูกกัดเพียง 1–2 ครั้งเท่านั้น
สิ่งที่เจ้าของมักเข้าใจผิด: "ไม่เห็นหมัดเลย แปลว่าไม่ใช่โรคนี้" ในความเป็นจริง สัตว์เลี้ยงที่แพ้หมัดมักเลียหรือแต่งขนอย่างหนักจนหมัดหลุดออกไปก่อนที่เจ้าของจะสังเกตเห็น การไม่พบหมัดจึงไม่สามารถตัดโรคนี้ออกได้
อาการในสุนัขมักปรากฏที่ หลังส่วนล่างและโคนหาง ซึ่งเป็นบริเวณที่หมัดชอบกัดมากที่สุด ได้แก่:
แมวแสดงอาการที่ตำแหน่งต่างจากสุนัข มักพบที่ ศีรษะและคอ เนื่องจากพฤติกรรมการดูแลตัวเองที่ต่างกัน:
หมัดตัวเต็มวัย มีขนาดเล็กมาก สีน้ำตาลเข้ม กระโดดได้เร็ว มักพบอยู่บริเวณโคนขนใกล้ผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณหลังและโคนหาง
Flea Dirt คือมูลหมัดที่มีลักษณะเป็นจุดดำๆ คล้ายเกล็ดพริกไทย วิธีทดสอบ: วางบนกระดาษสีขาวที่ชุบน้ำ ถ้าละลายออกมาเป็นสีแดงน้ำตาล แสดงว่าเป็นมูลหมัดจริง (มีเลือดที่ย่อยแล้วปน)
เมื่อหมัดกัด มันจะฉีดน้ำลายเข้าในผิวหนัง ในสัตว์เลี้ยงที่มีความไวต่อโปรตีนในน้ำลายหมัด ระบบภูมิคุ้มกันจะตอบสนองรุนแรงเกินปกติ ทำให้เกิดการอักเสบและอาการคัน
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจ: หมัดที่อยู่บนตัวสัตว์เลี้ยงมีเพียง 5% ของประชากรหมัดทั้งหมด อีก 95% อยู่ในสิ่งแวดล้อม — ไข่ ตัวอ่อน และดักแด้ที่ซ่อนอยู่ในพรม เบาะนั่ง ที่นอนสัตว์เลี้ยง และซอกพื้น
สัตวแพทย์จะประเมินจากหลายปัจจัยร่วมกัน:
การรักษาต้องทำพร้อมกัน 3 ด้าน:
โรคภูมิแพ้หมัดควบคุมได้ดีเมื่อป้องกันการสัมผัสหมัดได้อย่างสม่ำเสมอ การกำจัดหมัดในบ้านอาจใช้เวลา หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ภาวะแพ้ไม่หายขาด ต้องป้องกันหมัดต่อเนื่อง
สอบถามข้อมูลและนัดหมายสัตวแพทย์ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพสัตว์เลี้ยง หรือต้องการนัดหมายเข้ารับการตรวจ สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามบริการ สาขา และตารางออกตรวจของสัตวแพทย์ได้ผ่านช่องทางต่อไปนี้
นัดหมายสัตวแพทย์: คลิกเพื่อนัดหมาย
LINE: @jaothonglor
โทรศัพท์: 02-079-9999
ค้นหาสาขา: โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อใกล้คุณ