H5N1 คือไวรัสไข้หวัดนกที่มักพบในนก แต่ในบางกรณีก็สามารถพบการติดเชื้อในแมวได้เช่นกัน เจ้าของแมวจึงควรทำความเข้าใจช่องทางการติดเชื้อ อาการ และวิธีป้องกันที่ถูกต้อง เพื่อดูแลลูกรักให้ปลอดภัยโดยไม่ต้องตื่นตระหนกเกินไป
แมวอาจได้รับเชื้อ H5N1 ผ่าน 4 ช่องทางหลัก คือ 1) กินนกป่วยหรือซากนก 2) กินอาหารดิบที่ปนเปื้อนเชื้อ 3) สัมผัสสัตว์ที่ติดเชื้อโดยตรง 4) อยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่มีการระบาดของไข้หวัดนก โดยแมวที่ออกนอกบ้านและมีพฤติกรรมล่านกมีความเสี่ยงสูงที่สุด
อาการที่พบในแมวติดเชื้อ H5N1 ได้แก่ มีไข้ ซึม ไม่กินอาหาร ไอ จาม หรือหายใจลำบาก ตาอักเสบ และในบางรายอาจมีอาการทางระบบประสาท เช่น เดินเซหรือชัก หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที
มีความเป็นไปได้แต่พบได้น้อยมาก และยังไม่ใช่ช่องทางหลักของการแพร่เชื้อ ความเสี่ยงจะสูงขึ้นเมื่อสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย หรืออุจจาระของแมวป่วยโดยตรง หรือดูแลแมวป่วยโดยไม่ใส่ถุงมือและหน้ากาก ทั้งนี้ช่องทางหลักของการติดเชื้อในคนยังคงเป็นการสัมผัสนกป่วยโดยตรงมากกว่า
1) เลี้ยงแมวในระบบปิด ไม่ให้ออกล่านกหรือสัมผัสซากนก 2) งดให้อาหารดิบ 3) ล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสสัตว์เลี้ยง 4) ใส่ถุงมือและหน้ากากทุกครั้งหากต้องดูแลแมวป่วย 5) หากแมวมีอาการผิดปกติ รีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที การดูแลอย่างถูกวิธีช่วยลดความเสี่ยงได้โดยไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกเกินไป
หากแมวของคุณมีอาการน่าสงสัย ปรึกษาคลินิกแมวได้ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ โทร 02-079-9999
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่
#ThonglorPetHospital #TheBestAlways