พยาธิหนอนหัวใจ ภัยคุกคามสุนัขและแมวที่ป้องกันได้

แชร์
โรคและการรักษา ,โรคที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง 12 กุมภาพันธ์ 2569 4,246 ครั้ง



โรคพยาธิหนอนหัวใจ เป็นหนึ่งในโรคร้ายแรงของน้องหมาและน้องแมว เกิดจากถูกยุงที่เป็นพาหะของโรคกัด ทำให้ตัวอ่อนเข้าไปสู่กระแสเลือด เป็นระยะเวลานานประมาณ 6 เดือน และพัฒนาไปเป็นพยาธิหนอนหัวใจเต็มวัย และเข้าไปทำลายหัวใจและปอด ส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว และเสียชีวิตได้ เราจึงต้องป้องกัน เฝ้าระวังและสังเกตอาการ เพื่อรักษาแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่จะสายเกินไป 

อาการของสุนัขและแมวที่เป็นโรคพยาธิหนอนหัวใจ 

สุนัขและแมวที่เป็นโรคพยาธิหนอนหัวใจในระยะแรก อาจจะไม่มีอาการที่ชัดเจน แต่เมื่อพยาธิเจริญเติบโตเต็มวัยและเริ่มไปที่หัวใจห้องล่างขวา เส้นเลือด และที่ปอด ก็จะเริ่มแสดงอาการต่าง ๆ โดยสุนัขและแมวมีอาการดังต่อไปนี้ 

พยาธิหนอนหัวใจในสุนัขอาการเป็นอย่างไร ?

  • ไอเรื้อรัง บางตัวไอเป็นเลือด

  • หายใจลำบาก หอบ เหนื่อยง่าย 

  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลด 

  • ซึม อ่อนเพลีย ไม่ค่อยขยับตัว 

  • ตัวบวม มีอาการท้องมาน หรือมีของเหลวสะสมในช่องท้อง 

  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรืออาจจะมีอาการหัวใจล้มเหลว 

พยาธิหนอนหัวใจในแมวอาการเป็นอย่างไร ? 

  • ไอเรื้อรัง เหมือนเป็นโรคหอบหืด 

  • อาเจียน ซึม เบื่ออาหาร น้ำหนักลด 

  • บางตัวอาจจะเดินลำบาก อ่อนเพลีย 

  • มีของเหลวในช่องท้อง 

  • บางรายไม่แสดงอาการใด ๆ จนกระทั่งเสียชีวิตโดยฉับพลัน 


หากสุนัขหรือแมวมีอาการเหล่านี้มากกว่า 3 ข้อ แสดงว่าสุนัขหรือแมวมีภาวะเสี่ยงเป็นโรคพยาธิหนอนหัวใจ ควรรีบพาสุนัขของท่านมาพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษา โดยการรักษานั้นทำได้หลายวิธีแล้วแต่ระดับความรุนแรงของโรคพยาธิหนอนหัวใจ


การวินิจฉัยโรคพยาธิหนอนหัวใจ 

ในสุนัขและแมวบางตัวจะไม่แสดงอาการให้เห็นเด่นชัด กว่าจะรู้ว่าเป็นโรคนี้ก็มีอาการรุนแรงแล้ว เจ้าของควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หรือตรวจวินิจฉัยเมื่อพบว่าอยู่ในสภาวะเสี่ยง ซึ่งการวินิจฉัยโรคพยาธิหนอนหัวใจ สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้ 

  • การตรวจเลือดเพื่อหาตัวอ่อนในกระแสเลือด โดยสัตวแพทย์จะส่องจากกล้องจุลทรรศน์  

  • ใช้ชุดทดสอบแอนติเจน (Antigen test) เพื่อตรวจโปรตีนที่ผลิตโดยพยาธิตัวเมียที่โตเต็มไว มีความแม่นยำสูง และเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

  • เอกซเรย์ เพื่อดูความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือด 

  • การตรวจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram) เพื่อตรวจขนาดของหัวใจสัตว์เลี้ยง และอาจจะพบตัวพยาธิหัวใจได้โดยตรง  


พยาธิหนอนหัวใจมีวิธีการรักษาอย่างไร ? 

แนวทางการรักษาพยาธิหนอนหัวใจจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคที่พบ โดยส่วนใหญ่จะรักษาด้วยวิธีดังต่อไปนี้ 

  • ยาฆ่าพยาธิ ในกรณีที่พยาธิหนอนหัวใจยังไม่ได้ทำลายเนื้อเยื่อ 

  • รักษาด้วยสารน้ำและยาปฏิชีวนะ ในกรณีที่สุนัขและแมวมีภาวะขาดน้ำหรือติดเชื้อ 

  • การผ่าตัด ในกรณีที่อวัยวะภายในถูกทำลาย หรือมีภาวะหัวใจล้มเหลว 


การป้องกันโรคพยาธิหนอนหัวใจ 

วิธีที่ดีที่สุดในการดูแลสัตว์เลี้ยงให้ปลอดภัยคือการป้องกันก่อนที่พยาธิหนอนหัวใจจะเข้าไปในร่างกาย ซึ่งแม้ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่สามารถป้องกันได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ 

  • ใช้ยาป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ ที่มีฤทธิ์ในการกำจัดตัวอ่อนพยาธิ ซึ่งมีทั้งยาหยอดหลัง ยากิน และยาฉีด โดยแนะนำให้ใช้อย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของสัตวแพทย์

  • ป้องกันยุงไม่ให้กัดสัตว์เลี้ยง โดยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง การติดมุ้งลวด และยาจุดกันยุง  

  • ตรวจคัดกรองโรคเป็นประจำทุกปี เพื่อทำการรักษาตั้งแต่ยังไม่แสดงอาการ 


ดูแลหัวใจสัตว์เลี้ยงของคุณที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ

หากคุณสังเกตเห็นอาการที่สงสัยว่าเป็นพยาธิหนอนหัวใจ หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพหัวใจสัตว์เลี้ยง อย่ารอช้า พาสุนัขหรือน้องแมวของคุณมาที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ เพื่อตรวจวินิจฉัย เรามีทั้งบริการตรวจหัวใจแมว บริการตรวจหัวใจสุนัข, และบริการตรวจหัวใจสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ โดยทีมสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำปรึกษาและดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ 


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่

#ThonglorPetHospital #TheBestAlways


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways