อาหารเปียกแมวกินเยอะอันตรายไหม เริ่มกินได้ตอนอายุกี่เดือน

แชร์
แมว 21 พฤษภาคม 2569 28,841 ครั้ง

อาหารเปียกเป็นหนึ่งในอาหารที่ได้รับความนิยมในหมู่ทาสแมว แถมยังมีรสชาติที่เจ้าเหมียวชื่นชอบ พร้อมกับกลิ่นที่หอมชวนกิน ได้รสชาติที่สดใหม่ อีกทั้งยังมีส่วนผสมที่เป็นประโยชน์ รวมถึงมีน้ำเป็นส่วนประกอบที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ร่างกาย แต่แม้ว่าอาหารเปียกจะดีต่อสุขภาพในหลาย ๆ ด้าน แต่ทาสแมวก็ยังคงมีคำถามเกี่ยวกับปริมาณที่เหมาะสม เพราะกลัวว่าแมวกินอาหารเปียกมาก ๆ จะเป็นอันตรายไหม และลูกแมวจะกินอาหารเปียกได้ตอนไหน ? เพื่อให้แมวได้รับสารอาหารที่เหมาะสมและมีสุขภาพดี ไปดูคำตอบกันเลย

อาหารเปียกแมว คืออะไร มีข้อดีอย่างไรบ้าง ?

อาหารเปียกแมว คือ อาหารที่มีความชื้นสูงมากกว่าปกติ (ประมาณ 60–70%) ซึ่งเป็นปริมาณที่ใกล้เคียงกับเหยื่อตามธรรมชาติของแมว มักจะอยู่ในรูปของเนื้อสัตว์ที่บดเป็นชิ้นเล็ก ๆ อย่างไก่ ปลา หรือเนื้อแกะ บรรจุในซองหรือกระป๋อง

ตามธรรมชาติ แมวเป็นสัตว์ที่กินน้ำน้อย แต่จะได้รับน้ำจากเหยื่อที่กินเป็นอาหาร แต่พอปรับเปลี่ยนมาเป็นแมวบ้าน แมวบางตัวก็ยังไม่ค่อยจะกินน้ำ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาการขาดน้ำ โดยเฉพาะกับแมวที่เป็นโรคไต ดังนั้น การให้แมวกินอาหารเปียก ก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเพิ่มปริมาณน้ำให้แก่ร่างกาย

ข้อดีของอาหารเปียกที่สำคัญ

  • ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำให้แก่ร่างกาย เหมาะสำหรับแมวที่กินน้ำน้อย ลดโอกาสการเกิดโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ
  • มีรสชาติอร่อย กลิ่นหอม ทำให้แมวเจริญอาหารมากกว่า เหมาะกับแมวที่กินยาก
  • มีโปรตีนสูงและมีการเติมสารอาหารเข้าไปในส่วนผสมอย่างครบถ้วน
  • แคลอรีต่ำ ช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดี
  • เหมาะกับแมวเด็ก แมวสูงอายุ แมวป่วย และแมวที่มีปัญหาเรื่องฟัน

ข้อควรระวังในการให้อาหารเปียก

  • หลังเปิดซองหรือกระป๋องควรกินให้หมดทันที เพราะอาจจะเก็บรักษาได้ไม่นาน
  • ราคาสูงกว่าอาหารเม็ด
  • มีผลต่อสุขภาพฟันในระยะยาว อาจจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพในช่องปากได้ เนื่องจากไม่ได้ขัดฟันเหมือนการกินอาหารเม็ด

ประเภทของอาหารเปียก

ปัจจุบันอาหารเปียกในท้องตลาด สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ดังต่อไปนี้

1. มูส (Mousse)

เป็นอาหารเปียกที่มีเนื้อเนียนละเอียดคล้ายครีมนุ่ม ๆ กินง่าย ย่อยง่าย เหมาะสำหรับแมวเด็ก

2. เกรวี (Gravy)

มีลักษณะเป็นซุปข้น และมีส่วนประกอบของน้ำจำนวนมาก เหมือนเป็นน้ำซุปผสมกับเนื้อสัตว์ รสชาติอร่อย เป็นที่ชื่นชอบของแมว

3. เจลลี (Jelly)

เป็นอาหารแมวเปียกที่นำเนื้อและน้ำทำเป็นวุ้นเจลลี มีความนุ่มลื่น เพิ่มรสสัมผัสที่หลากหลาย


อาหารเปียกแมวมีทั้งแบบมูส เกรวี่ และเจลลี


แมวกินอาหารเปียกมาก ๆ อันตรายไหม ?

คำตอบคือ ไม่เป็นอันตราย หากได้รับในปริมาณที่เหมาะสมและมีสารอาหารที่ครบถ้วน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องต่อสุขภาพ เช่น อ้วนเกินไปหรือผอมเกินไป หรือมีปัญหาเรื่องการขับถ่าย อย่างไรก็ตาม อาหารเปียกแมวที่วางขายมักจะมีการเติมสารอาหารที่เหมาะสมลงไป โดยทั่วไปแมวโต ควรให้ปริมาณอาหารเปียกประมาณ 2 ซองต่อวัน ผสมกับอาหารเม็ดเพื่อให้แมวได้รับสารอาหารครบถ้วนและหลากหลาย

ลูกแมวกินอาหารเปียกได้ตอนไหน ?

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มให้อาหารแมวเปียกคือประมาณ 4 สัปดาห์เป็นต้นไป

ตารางอาหารที่เหมาะสมของลูกแมวในแต่ละช่วงวัย

ช่วงอายุคำแนะนำ
แรกเกิด - 4 สัปดาห์นมแม่แมวหรือนมทดแทนนมแม่เท่านั้น
4-8 สัปดาห์เริ่มฝึกกินอาหารเปียกสำหรับลูกแมว โดยผสมกับนมทดแทนทีละน้อย และแบ่งเป็นมื้อย่อยประมาณ 4–5 มื้อต่อวัน
8 สัปดาห์ – 10 เดือนอาหารเปียกหรืออาหารเม็ดสูตรลูกแมว ตามความเหมาะสม

วิธีการเลือกอาหารเปียกให้แมว ที่จริงแล้วแมวควรกินอาหารแบบไหน ?

การเลือกสูตรอาหารเปียกแมวมีความสำคัญพอ ๆ กับปริมาณที่ให้ ซึ่งปัจจุบันนี้มีอาหารเปียกแมวมากมายในท้องตลาดให้เลือก แนะนำให้เลือกโดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • เลือกอาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัยของแมว โดยแมวเด็กควรได้รับอาหารที่มีโปรตีนสูง ไขมันปานกลาง เสริมด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ส่วนแมวสูงวัยหรือมีโรคประจำตัวควรได้รับอาหารสูตรเฉพาะตามความแนะนำของสัตวแพทย์
  • เลือกอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพสูงจากเนื้อสัตว์ เช่น ไก่ ปลา หรือเนื้อแกะ ซึ่งให้กรดอะมิโนที่ครบถ้วน และงดโปรตีนหลักจากพืช
  • ตรวจสอบปริมาณโปรตีนและไขมัน เพื่อให้ได้พลังงานและสารอาหารที่เพียงพอ
  • เลือกอาหารที่ได้รับการรับรองโภชนาการครบถ้วนจากมาตรฐานสากล เช่น AAFCO (Association of American Feed Control Officials) ซึ่งจะมีการระบุบนฉลากว่า “Complete and Balanced” หรือ “Meets the nutritional levels established by the AAFCO Cat Food Nutrient Profiles”
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีธัญพืชหรือสารเติมแต่งที่ไม่จำเป็น โดยเลือกอาหารที่ระบุว่าเป็น Natural, Grain Free ไม่มี By-product หรือ Chemical Additive

อาหารเปียกที่ดีจะช่วยให้แมวมีสุขภาพที่ดีและมีความสุขกับการกินมากขึ้น แต่ควรให้ในปริมาณที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงการให้มากเกินไป

ปริมาณอาหารเปียกแมวที่ควรให้ในแต่ละวัน

แมวแต่ละตัวมีน้ำหนักและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน โดยควรปรับให้เหมาะสมตามน้ำหนักดังต่อไปนี้

  • แมวน้ำหนัก 2–3 กิโลกรัม: ควรได้รับอาหารเปียกประมาณ 48–63 กรัมต่อวัน
  • แมวน้ำหนัก 5–6 กิโลกรัม: ควรได้รับอาหารเปียกประมาณ 89–100 กรัมต่อวัน
  • แมวน้ำหนัก 7–8 กิโลกรัม: ควรได้รับอาหารเปียกประมาณ 111–122 กรัมต่อวัน

ดูแลสุขภาพแมวต้องเริ่มต้นด้วยอาหารแมวคุณภาพ เหมาะสำหรับช่วงวัย และทุกปีอย่าลืมพามาโรงพยาบาลตรวจสุขภาพสัตว์ประจำปีที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ซึ่งเป็นคลินิกรักษาสัตว์ในกรุงเทพฯ มีหลายสาขาใกล้บ้านคุณ เราพร้อมให้บริการตรวจรักษาและดูแลสัตว์เลี้ยงตลอด 24 ชม. ติดต่อสอบถามได้ที่ 02-079-9999 หรือ Line Official @jaothonglor

ข้อมูลอ้างอิง


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways