แมวเท้าบวมอันตรายไหม? รู้จักสาเหตุ อาการ และวิธีดูแลเบื้องต้น

แมว ,โรคและการรักษา 13 สิงหาคม 2569 148 ครั้ง

แมวเท้าบวมเป็นอาการที่เจ้าของหลายคนอาจสังเกตได้จากอุ้งเท้าที่ดูใหญ่ขึ้น มีลักษณะแดง มีอาการเจ็บ หรือเริ่มเห็นน้องแมวเดินกะเผลกผิดปกติ แมวบางตัวอาจมีอาการเลียเท้าบ่อย ไม่ยอมให้จับเท้า หรือซ่อนตัวเพราะรู้สึกเจ็บ อาการเหล่านี้อาจเกิดจากสาเหตุทั่วไป เช่น แผลเล็ก ๆ มีสิ่งแปลกปลอมติดเท้า โดนแมลงกัด หรือโดนกระแทกจนเจ็บ แต่ในบางกรณี การที่แมวอุ้งเท้าบวมก็อาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ ฝี หนอง หรือโรคผิวหนังบริเวณอุ้งเท้า จึงควรสังเกตอาการร่วมและพาน้องแมวไปพบสัตวแพทย์เมื่ออาการไม่ดีขึ้น


Key Takeaways

  • แมวเท้าบวมอาจเกิดได้ทั้งจากแผล การติดเชื้อ ภูมิแพ้ อุบัติเหตุ หรือโรคเฉพาะบริเวณอุ้งเท้าอย่าง Feline Plasma Cell Pododermatitis
  • หากพบว่าเท้าแมวบวม ไม่มีแผล แต่มีอุ้งเท้าแดง นุ่มผิดปกติ หรือเลียเท้าบ่อย ควรให้สัตวแพทย์ตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
  • อาการเท้าบวมในแมวที่มาพร้อมหนอง แผลเปิด เดินกะเผลก ซึม เบื่ออาหาร หรือเจ็บมากเมื่อจับ ถือเป็นสัญญาณที่ไม่ควรปล่อยไว้
  • การรักษาแมวเท้าบวมขึ้นอยู่กับสาเหตุ อาจใช้ยาแก้อักเสบ ยาปฏิชีวนะ การระบายฝี หรือการตรวจเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์ เลือด หรือชิ้นเนื้อ

สารบัญบทความ


แมวเท้าบวมคืออะไร? 

อาการแมวเท้าบวมคือภาวะที่บริเวณเท้า นิ้วเท้า หรืออุ้งเท้าของแมวมีขนาดใหญ่ขึ้นผิดปกติ อาจเกิดเพียงข้างเดียวหรือหลายข้างพร้อมกันก็ได้ โดยอาการบวมอาจสัมพันธ์กับการอักเสบ การติดเชื้อ การบาดเจ็บ หรือโรคในระบบภูมิคุ้มกัน

หนึ่งในโรคที่เกี่ยวข้องกับการที่แมวอุ้งเท้าบวมคือ Feline Plasma Cell Pododermatitis หรือที่เรียกว่า Pillow Foot ซึ่งเป็นโรคผิวหนังที่ทำให้อุ้งเท้ามีลักษณะบวม ฟู นุ่ม คล้ายหมอน และมักเห็นชัดบริเวณฝ่าเท้าหรือแผ่นรองอุ้งเท้า ในระยะแรกน้องแมวบางตัวอาจยังเดินได้ตามปกติ แต่เมื่ออาการมากขึ้น อุ้งเท้าอาจเริ่มแดง สีคล้ำ ผิวลอก มีสะเก็ด แตกเป็นแผล หรือมีเลือดและหนองร่วมด้วย ดังนั้น หากพบว่าแมวเท้าบวมโดยไม่มีแผลชัดเจน หรืออุ้งเท้าบวมเรื้อรังไม่ยุบ ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจแยกสาเหตุและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม


แมวเท้าบวมเกิดจากอะไร 

อาการแมวอุ้งเท้าบวมเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ปัญหาเล็กน้อยที่ดูแลได้ไม่ยาก ไปจนถึงภาวะที่ต้องได้รับการรักษาเฉพาะทาง โดยสาเหตุที่พบได้ เช่น

  • บาดแผลหรือสิ่งแปลกปลอมตำเท้า เช่น เศษแก้ว หนาม เสี้ยน หรือของมีคม ทำให้แมวเท้าบวม เจ็บ และไม่ยอมลงน้ำหนัก
  • การติดเชื้อหรือฝีใต้ผิวหนัง โดยเฉพาะหลังถูกแมวตัวอื่นกัด อาจเกิดหนอง บวมร้อน และปวดมาก
  • แมลงกัดต่อยหรืออาการแพ้ อาจทำให้เท้าบวมอย่างรวดเร็ว มีอาการคัน แดง หรือระคายเคืองร่วมด้วย
  • การกระแทก เคล็ด หรือกระดูกผิดปกติ หากแมวตกจากที่สูง โดนทับ หรือได้รับอุบัติเหตุ อาจทำให้แมวขาบวมและเดินผิดปกติได้
  • โรค Feline Plasma Cell Pododermatitis ทำให้อุ้งเท้าบวม ฟูนุ่ม สีเปลี่ยน หรือเกิดแผลในบางเคส
  • เนื้องอกหรือก้อนผิดปกติ แม้พบไม่บ่อย แต่หากบวมเรื้อรัง โตขึ้น หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษา ควรพบสัตวแพทย์เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติม

แมวเท้าบวมอาการเป็นอย่างไรบ้าง?

อาการแมวเท้าบวมอาจแตกต่างกันตามสาเหตุ บางตัวบวมเล็กน้อยและยังใช้ชีวิตได้ปกติ แต่บางตัวอาจเจ็บมากจนไม่ยอมเดิน เจ้าของจึงควรสังเกตสัญญาณเหล่านี้

  • อุ้งเท้าหรือนิ้วเท้าบวมกว่าปกติ อาจเป็นข้างเดียวหรือหลายข้าง
  • แมวอุ้งเท้าแดง มีสะเก็ด ผิวลอก หรือมีแผลเปิด
  • แมวเลียเท้าบ่อย กัดเท้า หรือพยายามสะบัดเท้าซ้ำ ๆ
  • เดินกะเผลก ไม่ยอมลงน้ำหนัก หรือกระโดดน้อยลง
  • แมวเท้าบวมมีหนอง มีกลิ่น หรือมีน้ำเหลืองไหล
  • เจ็บเมื่อจับเท้า ร้อง ขู่ หรือพยายามหนี
  • มีอาการซึม เบื่ออาหาร ไข้ หรือไม่เล่นตามปกติ

การตรวจวินิจฉัยอาการแมวเท้าบวม 

การตรวจวินิจฉัยอาการแมวเท้าบวม โดยเฉพาะในกรณีที่สงสัยว่าเป็นโรค Feline Plasma Cell Pododermatitis หรือ Pillow Foot คุณหมอจะเริ่มจากการตรวจลักษณะรอยโรคบริเวณอุ้งเท้าอย่างละเอียด เช่น อุ้งเท้าบวม ฟูนุ่ม แดง ผิวลอก มีสะเก็ด แผลหลุม หรือมีเลือดและหนองร่วมด้วย พร้อมซักประวัติอาการว่าเริ่มเป็นตั้งแต่เมื่อไร มีการเลียเท้าบ่อย เดินกะเผลก หรือมีประวัติบาดเจ็บมาก่อนไหม เพื่อประเมินว่าอาการที่เป็นเกิดจากการติดเชื้อ บาดแผล ภูมิแพ้ หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน

ในบางกรณี คุณหมออาจแนะนำให้เก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อหรือทำ Biopsy ร่วมกับการประเมินรอยโรค เพื่อช่วยยืนยันการวินิจฉัยให้แม่นยำมากขึ้น หากพบว่าเป็น Pillow Foot แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ซึ่งแมวบางตัวอาจดีขึ้นได้เองแต่พบได้ไม่มาก ส่วนใหญ่จำเป็นต้องได้รับยาเพื่อลดการอักเสบหรือควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์ หรือยาปฏิชีวนะบางชนิดอย่าง Doxycycline ที่ช่วยปรับการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน และในน้องแมวที่มีแผลหลุมจำนวนมากหรือรอยโรครุนแรง อาจพิจารณาการผ่าตัดร่วมด้วย


แมวเท้าบวมมีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง?

อาการแมวเท้าบวม

การรักษาแมวเท้าบวมขึ้นอยู่กับสาเหตุที่เป็น เจ้าของไม่ควรซื้อยาคนหรือยาทาแผลมาใช้เองเพราะยาบางชนิดอาจเป็นอันตรายกับน้องแมวได้ แนวทางรักษาที่สัตวแพทย์อาจพิจารณามีดังนี้

  • ทำความสะอาดแผลและดูแลบริเวณที่บวม หากอาการบวมเกิดจากแผลถลอก สิ่งแปลกปลอม หรือการระคายเคือง
  • ให้ยาปฏิชีวนะ ในกรณีติดเชื้อ มีฝี หรือน้องแมวเท้าบวมและมีหนองร่วมด้วย
  • ให้ยาแก้อักเสบหรือยาแก้ปวดสำหรับสัตว์ เพื่อช่วยลดอาการปวด บวม และทำให้น้องแมวกลับมาเดินได้สบายขึ้น
  • ระบายฝีหรือผ่าตัดเล็ก หากมีหนองสะสม ก้อน หรือแผลลึกที่ต้องเปิดระบาย
  • รักษาโรคภูมิคุ้มกันหรือ Pillow Foot อาจใช้ยาที่ช่วยควบคุมการอักเสบหรือยาปรับภูมิคุ้มกันตามดุลยพินิจของสัตวแพทย์
  • จำกัดการเคลื่อนไหวและป้องกันการเลียเท้า เช่น ใช้ปลอกคอกันเลีย ดูแลให้พักในพื้นที่สะอาด และมาตรวจติดตามตามนัดที่คลินิคแมวอย่างสม่ำเสมอ

รักษาอาการแมวเท้าบวม อย่ารอให้เจ็บหนัก โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อพร้อมดูแล

แมวเท้าบวมเป็นอาการที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม เพราะความผิดปกติเล็ก ๆ อย่างแผลหรือแมลงกัด อาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ ฝี หนอง อุบัติเหตุ หรือโรค Feline Plasma Cell Pododermatitis ได้เช่นกัน หากพบว่าน้องแมวขาบวม เดินกะเผลก เลียเท้าบ่อย อุ้งเท้าแดง มีหนอง หรือบวมไม่ยุบภายใน 1-2 วัน ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรักษาอย่างเหมาะสม

หากพบว่าน้องแมวเท้าบวม โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อพร้อมให้การดูแลและรักษาสัตว์อย่างครบวงจร ด้วยทีมสัตวแพทย์ผู้มีประสบการณ์ และบริการตรวจวินิจฉัยที่ช่วยวางแผนการรักษาให้เหมาะกับอาการของน้องแมวแต่ละตัวอย่างเหมาะสม 

นัดหมายออนไลน์ได้เลยที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ เปิด 24 ชั่วโมง เพราะชีวิตรอไม่ได้ | thonglorpet.com


คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

แมวเท้าบวมสามารถหายเองได้หรือไม่?

บางกรณีที่บวมเล็กน้อยจากการกระแทกอาจดีขึ้นได้ แต่หากแมวมีอาการเท้าบวมมาก เจ็บ เดินกะเผลก มีหนอง หรืออาการไม่ดีขึ้นใน 1-2 วัน ควรพบสัตวแพทย์

หากแมวเลียเท้าบ่อยผิดปกติควรทำอย่างไร?

ควรตรวจดูว่ามีแผล บวม แดง สิ่งแปลกปลอม หรือหนองหรือไม่ และพาไปพบสัตวแพทย์หากแมวเลียต่อเนื่อง เพราะอาจเกิดจากเจ็บ คัน ภูมิแพ้ หรือการติดเชื้อ

วิธีป้องกันอาการเท้าบวมในแมวทำได้อย่างไร?

ดูแลพื้นที่อยู่ให้สะอาด จัดเก็บของมีคมให้เรียบร้อย ตรวจอุ้งเท้าเป็นประจำ ป้องกันการกัดกันระหว่างแมว และรีบรักษาแผลเล็ก ๆ ก่อนลุกลามเป็นการติดเชื้อหรือฝี


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways