โรคหัวใจในแมว เป็นแล้วดูยังไง? รักษาหายขาดไหม?

แชร์
แมว ,โรคและการรักษา ,โรคที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง 29 พฤษภาคม 2569 3,628 ครั้ง

หนึ่งในโรคที่น่ากลัวสำหรับน้องแมวอีกโรคก็คือ โรคหัวใจ ซึ่งบางทีถ้าเราไม่สังเกตดีๆ ก็อาจไม่ทราบเลยก็ได้ว่าน้องๆ กำลังเป็นโรคนี้อยู่ แมวที่มีโรคหัวใจจะแสดงอาการหอบ ไอแห้ง เหนื่อยง่าย หายใจกระแทก และเยื่อเมือกในบริเวณต่างๆ มีการเปลี่ยนสีเป็นสีม่วง เนื่องจากขาดออกซิเจน หรือการไหลเวียนเลือด หรืออาจมีอาการอัมพาตส่วนท้ายลำตัว เนื่องจากมีลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือด


สารบัญบทความ


โรคหัวใจในแมวคืออะไร?

โรคหัวใจในแมวคืออะไร?

โรคหัวใจในแมว เป็นภาวะที่เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างหรือการทำงานของหัวใจ ส่งผลให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โรคหัวใจในแมวสามารถเกิดได้ทั้งแบบที่เป็นมาแต่กำเนิด และแบบที่เกิดขึ้นภายหลัง ซึ่งมักพบในแมวโตหรือแมวสูงอายุ

หนึ่งในโรคหัวใจที่พบได้บ่อยในแมวคือ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว หรือ Hypertrophic Cardiomyopathy ซึ่งทำให้ผนังหัวใจหนาขึ้นจนช่องภายในหัวใจแคบลง ส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี ในระยะแรกแมวหลายตัวอาจยังไม่แสดงอาการชัดเจน แต่เมื่อโรครุนแรงขึ้น อาจเริ่มมีอาการหอบ หายใจเร็ว เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร หรือในบางกรณีอาจเกิดภาวะฉุกเฉิน เช่น ขาหลังอ่อนแรงจากลิ่มเลือดอุดตันได้

เนื่องจากโรคหัวใจในแมวมักไม่แสดงอาการในช่วงแรก การตรวจสุขภาพประจำปีและสังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของน้องแมว จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้สามารถตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม


สังเกตยังไงว่าแมวของคุณกำลังเป็นโรคหัวใจหรือเปล่า?

โรคหัวใจในแมวหลายกรณีอาจไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก ทำให้คุณพ่อคุณแม่น้อง ๆ อาจไม่ทันสังเกตความผิดปกติ จนกระทั่งโรคเริ่มรุนแรงขึ้น ดังนั้น การหมั่นสังเกตพฤติกรรมและอาการเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนไปของน้องแมวในชีวิตประจำวัน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ตรวจพบโรคได้เร็วขึ้น โดยสัญญาณที่อาจบ่งบอกว่าน้องแมวกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ มีดังนี้

  • หายใจเร็ว หรือหอบผิดปกติ
    แมวที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจอาจหายใจเร็วกว่าปกติ แม้ไม่ได้ออกแรง หรือมีอาการหอบ หายใจแรง เหมือนเหนื่อยตลอดเวลา
  • เหนื่อยง่าย ไม่อยากเล่นเหมือนเดิม
    น้องแมวอาจมีพลังงานลดลง ไม่อยากวิ่งเล่น หรือหยุดพักบ่อยกว่าปกติ แม้ทำกิจกรรมเล็กน้อย
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลง
    ความอยากอาหารลดลง กินอาหารได้น้อยลง และน้ำหนักตัวค่อย ๆ ลดลงโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
  • นอนมากขึ้น หรือซึมผิดปกติ
    แมวที่เคยกระตือรือร้น อาจเริ่มนอนมากขึ้น ไม่สนใจสิ่งรอบตัว หรือดูอ่อนแรงกว่าปกติ
  • เหงือกหรือปลายลิ้นมีสีซีดหรืออมม่วง
    เป็นสัญญาณที่อาจบ่งบอกว่าร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของหัวใจ
  • ขาหลังอ่อนแรง หรือเดินกะเผลกกะทันหัน
    ในบางกรณี โดยเฉพาะแมวที่มีภาวะอย่าง Hypertrophic Cardiomyopathy อาจเกิดลิ่มเลือดอุดตัน ทำให้ขาหลังอ่อนแรงหรือขยับไม่ได้อย่างเฉียบพลัน

หากคุณพ่อคุณแม่น้อง ๆ สังเกตพบอาการเหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือพบว่าน้องแมวมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว เพราะการตรวจพบโรคหัวใจตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยเพิ่มโอกาสในการควบคุมโรค และช่วยให้น้องแมวมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้นานขึ้น


โรคหัวใจ แมวเป็นแล้วรักษาหายขาดไหม ?

โรคหัวใจในแมวเป็นแล้วรักษาไม่หายขาด แต่ยังโชคดีที่เราสามารถ ดูแลและบรรเทาอาการ ให้ลูกๆ ของเราได้ด้วยการใช้ยา หรือ การรักษาอื่นๆ ตามที่คุณหมอแนะนำขึ้นอยู่กับอาการ ระยะที่เป็น และความรุนแรงของโรค และนั่นก็ทำให้ถึงแม้ว่าแมวของเราจะเป็นโรคหัวใจก็ยังสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่กับเราต่อไปได้เรื่อยๆ อย่างมีความสุขนั่นเอง


วิธีการป้องกันน้องแมวจากการเป็นโรคหัวใจแมว ทำยังไงได้บ้าง?

วิธีการป้องกันน้องแมวจากการเป็นโรคหัวใจแมว

แม้ว่าโรคหัวใจในแมวบางชนิดจะไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากพันธุกรรม แต่คุณพ่อคุณแม่น้อง ๆ ยังสามารถลดความเสี่ยงและช่วยดูแลสุขภาพหัวใจของน้องแมวได้ด้วยวิธีดังนี้

  • พาน้องแมวตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี
    เพื่อช่วยตรวจพบความผิดปกติของหัวใจตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะแมวอายุ 7 ปีขึ้นไป หรือแมวสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง
  • ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วนเกินไป
    ภาวะน้ำหนักเกินทำให้หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น จึงควรควบคุมอาหารและปริมาณขนมให้อยู่ในระดับเหมาะสม
  • เลือกอาหารที่มีคุณภาพและเหมาะกับช่วงวัย
    การให้อาหารที่เหมาะสมกับอายุ น้ำหนัก และสุขภาพของน้องแมว จะช่วยสนับสนุนการทำงานของหัวใจในระยะยาว
  • ดูแลให้น้องแมวได้ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
    การเล่นหรือกระตุ้นให้น้องแมวเคลื่อนไหวเป็นประจำ จะช่วยเสริมความแข็งแรงของร่างกายและระบบไหลเวียนเลือด
  • สังเกตอาการผิดปกติอย่างสม่ำเสมอ
    เช่น หายใจเร็ว เหนื่อยง่าย ซึมลง หรือเบื่ออาหาร หากพบความผิดปกติ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที
  • ตรวจคัดกรองหัวใจในแมวกลุ่มเสี่ยง
    โดยเฉพาะแมวสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยง หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ การตรวจเพิ่มเติม เช่น อัลตราซาวด์หัวใจ อาจช่วยตรวจพบโรคได้เร็วขึ้น

การวินิจฉัยโรคหัวใจแมว

แมวบางสายพันธุ์มีโอกาสเป็นโรคหัวใจสูงมากกว่าแมวพันธุ์อื่นๆ เช่นพันธุ์สฟิงค์ เมนคูน และแร็กดอลอาการของโรคหัวใจในแมว อาจสังเกตเองด้วยตาเปล่าได้ยาก ถ้าสงสัยว่าน้องๆ จะเป็นโรคหัวใจแนะนำให้พาไปตรวจกับสัตวแพทย์ ซึ่งจะมีการวินิจฉัยหลายวิธี เช่น

  • การตรวจด้วยการฟังเสียงหัวใจ และปอด 
  • การเอกซเรย์ (x-ray) เพื่อดูภาวะหัวใจโต 
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อดูการเต้นผิดจังหวะของหัวใจ และการใช้เครื่องเอคโค่ (echo) เพื่อประเมินโครงสร้าง/การทำงานของหัวใจ
  • การตรวจเลือด และตรวจปัสสาวะ เพื่อตรวจหาอาการผิดปกติของอวัยวะภายในอื่นๆ

โรคหัวใจแมว รู้ก่อน ดูแลถูกวิธีช่วยให้น้องแมวอยู่กับเราได้นาน

ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหัวใจในสุนัข แมว และสัตว์เลี้ยงพิเศษ โดยสัตวแพทย์เฉพาะทาง ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เช่น การทำเอคโค่หัวใจ (Echocardiogram) เพื่อคัดกรองและประเมินอาการอย่างละเอียด ช่วยดูแลสภาวะโรคหัวใจเรื้อรังเพื่อยืดอายุขัยสัตว์เลี้ยง


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways

แพ็กเกจและโปรโมชั่นที่แนะนำ
Avatar
อยากรู้ว่าน้องหมาน้องแมวของเราหัวใจแข็งแรงรึป่าวนะเรามีคำตอบให้ที่ศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือดโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อโดยคุณหมอด้านโรคหัวใจในสัตว์เลี้ยง