เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงแมวเป็น โรคไต หลายคนคงกำลังกังวลเรื่องการ “เลือกอาหาร” เพราะใจหนึ่งก็อยากให้เขากินอร่อย แต่อีกใจก็กลัวเลือกผิดแล้วอาการจะแย่ลง วันนี้เรามาชวนส่อง "หลังซอง" กับ 3 จุดสำคัญที่ต้องมองหาเพื่อถนอมไตลูกรัก
แมวโรคไตยังต้องการโปรตีนเพื่อรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ แต่ต้องเป็นโปรตีนคุณภาพสูงที่ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้ดี (High Digestibility) เพื่อลดการเกิดของเสียสะสมในเลือด (Nitrogen Waste) หรือ "ยูเรีย" ที่จะทำให้ไตทำงานหนักเกินไป หากโปรตีนต่ำเกินไปหรือคุณภาพต่ำ น้องจะผอมโซและกล้ามเนื้อลีบได้
อันนี้สำคัญที่สุด! เพราะไตที่เสื่อมจะขับฟอสฟอรัสออกได้น้อยลง หากสะสมในร่างกายเยอะจะยิ่ง "เร่งให้เนื้อไตเสื่อมเร็วขึ้น" และทำให้น้องซึม เบื่ออาหาร อาการแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นควรเลือกสูตรที่ระบุว่าจำกัดปริมาณฟอสฟอรัส (Low Phosphorus)
การควบคุมโซเดียมช่วยลดภาระความดันเลือดในหน่วยไต ช่วยถนอม "ตัวกรอง" เล็กๆ ในไตของลูกรักให้ทำงานได้ยาวนานขึ้น และลดความเสี่ยงภาวะความดันโลหิตสูงซึ่งพบบ่อยในแมวโรคไต
สำหรับแมวโรคไต การได้รับน้ำให้เพียงพอสำคัญที่สุดครับ หากเป็นไปได้การเลือก อาหารเปียก (Wet Food) จะช่วยให้น้องได้รับน้ำมากขึ้นโดยตรง ซึ่งช่วยลดภาระการทำงานของไตและช่วยขับของเสียได้ดีกว่าการกินอาหารแห้งเพียงอย่างเดียว
อาหารสำหรับสัตว์เป็นโรคไต (Renal Diet) อาจจะไม่หอมหรือน่ากินเท่าอาหารทั่วไป แต่อาหารเฉพาะโรคถูกออกแบบมาเพื่อ "ถนอมไต" โดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้เขาใช้ชีวิตอยู่กับเราได้นานที่สุด
ข้อควรระวัง: การเปลี่ยนอาหารในแมวโรคไตควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป (ค่อยๆ ผสมกับอาหารเดิม) และควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อตรวจเช็กค่าเลือดเพื่อเลือกสูตรที่เหมาะสมที่สุดสำหรับน้องแต่ละตัวนะคะ
Q: แมวโรคไตสามารถกินขนมแมวเลียทั่วไปได้ไหม?
A: ไม่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะขนมแมวเลียทั่วไปมักมีปริมาณโซเดียมและฟอสฟอรัสสูงมาก ซึ่งเป็นตัวเร่งให้เนื้อไตเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ปัจจุบันมีขนมสูตรเฉพาะสำหรับแมวโรคไต (Renal Treats) ที่ควบคุมแร่ธาตุผลิตออกมาแล้ว ควรเลือกใช้สูตรเหล่านั้นเพื่อความปลอดภัยของลูกรัก
Q: ถ้าแมวไม่ยอมกินอาหารโรคไตเลย (Renal Diet) ควรทำอย่างไร?
A: ลองใช้เทคนิคเพิ่มความหอม เช่น อุ่นอาหารเปียกให้พออุ่น เพื่อกระตุ้นกลิ่น หรือค่อยๆ ผสมอาหารโรคไตลงในอาหารเดิมทีละนิดแล้วค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนในแต่ละวัน สิ่งสำคัญคือ "ห้ามปล่อยให้แมวอดอาหารเด็ดขาด" เพราะแมวที่อดอาหารเกิน 24-48 ชั่วโมง เสี่ยงต่อภาวะตับอักเสบแทรกซ้อน (Hepatic Lipidosis) ซึ่งอันตรายถึงชีวิต
Q: ทำไมแมวโรคไตถึงต้องกิน "อาหารเปียก" มากกว่า "อาหารเม็ด"?
A: เพราะแมวโรคไตมักมีภาวะขาดน้ำ (Dehydration) เนื่องจากไตไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ในร่างกายได้ดีเหมือนปกติ อาหารเปียกมีส่วนประกอบของน้ำสูงถึง 70-80% ช่วยให้น้องได้รับน้ำเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ช่วยขับของเสีย และลดภาระการทำงานของไตได้ดีกว่าการกินอาหารเม็ดเพียงอย่างเดียว
Q: อาหารคน เช่น อกไก่ต้ม หรือปลานึ่ง เหมาะกับแมวโรคไตไหม?
A: แม้จะเป็นอกไก่ต้มไม่ปรุงรส แต่อาหารเหล่านี้มี ปริมาณฟอสฟอรัสสูงเกินไป สำหรับแมวที่ไตเสื่อมครับ การให้โปรตีนบริสุทธิ์ในปริมาณมากโดยไม่คุมแร่ธาตุจะทำให้ค่าของเสียในเลือด (BUN) พุ่งสูงขึ้น ทำให้น้องอาเจียนและซึมลงได้ การใช้ อาหารประกอบการรักษาโรค (Prescription Diet) จึงปลอดภัยและสมดุลที่สุด
Q: เราควรให้แมวเริ่มกินอาหารโรคไตเมื่อไหร่?
A: ทันทีที่คุณหมอตรวจพบว่าค่าไต (Creatinine / SDMA) เริ่มสูงกว่าเกณฑ์ปกติ หรือตรวจพบความผิดปกติของเนื้อไตครับ การเริ่มเปลี่ยนโภชนาการตั้งแต่ "ระยะแรก (Early Stage)" จะช่วยชะลอความเสื่อมของไตได้ดีกว่ารอให้มีอาการรุนแรงแล้วค่อยเปลี่ยน
ดูแลไตของเจ้าเหมียวไปพร้อมกับเรา ปรึกษาเรื่องโภชนาการ และตรวจเช็กค่าไตได้ที่: ศูนย์โรคอายุรกรรม | โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ทุกสาขา
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่
#ThonglorPetHospital #TheBestAlways