พลิกหลังซอง! เลือกอาหารยังไงไม่ให้ ‘ไตพัง’... ฉบับแมวเป็นโรคไต

แชร์
แมว ,โรคและการรักษา 6 เมษายน 2569 1,299 ครั้ง

พลิกหลังซอง! เลือกอาหารยังไงไม่ให้ ‘ไตพัง’... ฉบับแมวเป็นโรคไต

เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงแมวเป็น โรคไต หลายคนคงกำลังกังวลเรื่องการ “เลือกอาหาร” เพราะใจหนึ่งก็อยากให้เขากินอร่อย แต่อีกใจก็กลัวเลือกผิดแล้วอาการจะแย่ลง วันนี้เรามาชวนส่อง "หลังซอง" กับ 3 จุดสำคัญที่ต้องมองหาเพื่อถนอมไตลูกรัก


3 จุดสำคัญที่ต้องเช็ก! เมื่อเลือกอาหารแมวโรคไต

1. โปรตีนต้อง ‘คุณภาพสูง’ (High Quality Protein)

แมวโรคไตยังต้องการโปรตีนเพื่อรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ แต่ต้องเป็นโปรตีนคุณภาพสูงที่ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้ดี (High Digestibility) เพื่อลดการเกิดของเสียสะสมในเลือด (Nitrogen Waste) หรือ "ยูเรีย" ที่จะทำให้ไตทำงานหนักเกินไป หากโปรตีนต่ำเกินไปหรือคุณภาพต่ำ น้องจะผอมโซและกล้ามเนื้อลีบได้

2. ควบคุมปริมาณฟอสฟอรัส (Phosphorus Control)

อันนี้สำคัญที่สุด! เพราะไตที่เสื่อมจะขับฟอสฟอรัสออกได้น้อยลง หากสะสมในร่างกายเยอะจะยิ่ง "เร่งให้เนื้อไตเสื่อมเร็วขึ้น" และทำให้น้องซึม เบื่ออาหาร อาการแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นควรเลือกสูตรที่ระบุว่าจำกัดปริมาณฟอสฟอรัส (Low Phosphorus)

3. ลดเค็ม เลือกโซเดียมต่ำ (Low Sodium)

การควบคุมโซเดียมช่วยลดภาระความดันเลือดในหน่วยไต ช่วยถนอม "ตัวกรอง" เล็กๆ ในไตของลูกรักให้ทำงานได้ยาวนานขึ้น และลดความเสี่ยงภาวะความดันโลหิตสูงซึ่งพบบ่อยในแมวโรคไต


"น้ำ" คือหัวใจสำคัญของการรักษา

สำหรับแมวโรคไต การได้รับน้ำให้เพียงพอสำคัญที่สุดครับ หากเป็นไปได้การเลือก อาหารเปียก (Wet Food) จะช่วยให้น้องได้รับน้ำมากขึ้นโดยตรง ซึ่งช่วยลดภาระการทำงานของไตและช่วยขับของเสียได้ดีกว่าการกินอาหารแห้งเพียงอย่างเดียว


ทริคเล็กๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่

อาหารสำหรับสัตว์เป็นโรคไต (Renal Diet) อาจจะไม่หอมหรือน่ากินเท่าอาหารทั่วไป แต่อาหารเฉพาะโรคถูกออกแบบมาเพื่อ "ถนอมไต" โดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้เขาใช้ชีวิตอยู่กับเราได้นานที่สุด

ข้อควรระวัง: การเปลี่ยนอาหารในแมวโรคไตควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป (ค่อยๆ ผสมกับอาหารเดิม) และควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อตรวจเช็กค่าเลือดเพื่อเลือกสูตรที่เหมาะสมที่สุดสำหรับน้องแต่ละตัวนะคะ


Q&A: 5 ข้อสงสัยยอดฮิต "อาหารและการดูแลแมวโรคไต"


Q: แมวโรคไตสามารถกินขนมแมวเลียทั่วไปได้ไหม?

A: ไม่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะขนมแมวเลียทั่วไปมักมีปริมาณโซเดียมและฟอสฟอรัสสูงมาก ซึ่งเป็นตัวเร่งให้เนื้อไตเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ปัจจุบันมีขนมสูตรเฉพาะสำหรับแมวโรคไต (Renal Treats) ที่ควบคุมแร่ธาตุผลิตออกมาแล้ว ควรเลือกใช้สูตรเหล่านั้นเพื่อความปลอดภัยของลูกรัก


Q: ถ้าแมวไม่ยอมกินอาหารโรคไตเลย (Renal Diet) ควรทำอย่างไร?

A: ลองใช้เทคนิคเพิ่มความหอม เช่น อุ่นอาหารเปียกให้พออุ่น เพื่อกระตุ้นกลิ่น หรือค่อยๆ ผสมอาหารโรคไตลงในอาหารเดิมทีละนิดแล้วค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนในแต่ละวัน สิ่งสำคัญคือ "ห้ามปล่อยให้แมวอดอาหารเด็ดขาด" เพราะแมวที่อดอาหารเกิน 24-48 ชั่วโมง เสี่ยงต่อภาวะตับอักเสบแทรกซ้อน (Hepatic Lipidosis) ซึ่งอันตรายถึงชีวิต


Q: ทำไมแมวโรคไตถึงต้องกิน "อาหารเปียก" มากกว่า "อาหารเม็ด"?

A: เพราะแมวโรคไตมักมีภาวะขาดน้ำ (Dehydration) เนื่องจากไตไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ในร่างกายได้ดีเหมือนปกติ อาหารเปียกมีส่วนประกอบของน้ำสูงถึง 70-80% ช่วยให้น้องได้รับน้ำเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ช่วยขับของเสีย และลดภาระการทำงานของไตได้ดีกว่าการกินอาหารเม็ดเพียงอย่างเดียว


Q: อาหารคน เช่น อกไก่ต้ม หรือปลานึ่ง เหมาะกับแมวโรคไตไหม?

A: แม้จะเป็นอกไก่ต้มไม่ปรุงรส แต่อาหารเหล่านี้มี ปริมาณฟอสฟอรัสสูงเกินไป สำหรับแมวที่ไตเสื่อมครับ การให้โปรตีนบริสุทธิ์ในปริมาณมากโดยไม่คุมแร่ธาตุจะทำให้ค่าของเสียในเลือด (BUN) พุ่งสูงขึ้น ทำให้น้องอาเจียนและซึมลงได้ การใช้ อาหารประกอบการรักษาโรค (Prescription Diet) จึงปลอดภัยและสมดุลที่สุด


Q: เราควรให้แมวเริ่มกินอาหารโรคไตเมื่อไหร่?

A: ทันทีที่คุณหมอตรวจพบว่าค่าไต (Creatinine / SDMA) เริ่มสูงกว่าเกณฑ์ปกติ หรือตรวจพบความผิดปกติของเนื้อไตครับ การเริ่มเปลี่ยนโภชนาการตั้งแต่ "ระยะแรก (Early Stage)" จะช่วยชะลอความเสื่อมของไตได้ดีกว่ารอให้มีอาการรุนแรงแล้วค่อยเปลี่ยน


ดูแลไตของเจ้าเหมียวไปพร้อมกับเรา ปรึกษาเรื่องโภชนาการ และตรวจเช็กค่าไตได้ที่: ศูนย์โรคอายุรกรรม | โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ทุกสาขา


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways