ไม่ได้กินน้ำตาล...แต่ทำไมสัตว์เลี้ยงเป็น "เบาหวาน" ได้?

แชร์
สุนัข ,แมว ,โรคและการรักษา 21 พฤษภาคม 2569 587 ครั้ง

ไม่ได้กินน้ำตาล...แต่ทำไมสัตว์เลี้ยงเป็น "เบาหวาน" ได้?

เจ้าของหลายคนถึงกับตกใจ! เมื่อคุณหมอวินิจฉัยว่าลูกรักเป็น "โรคเบาหวาน" ทั้งที่คุมอาหารอย่างดี ไม่เคยให้กินขนมคน หรือของหวานเลย แล้วโรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? วันนี้เราจะพาไปไขข้อสงใจว่า "น้ำตาลทราย" ไม่ใช่สาเหตุเดียวที่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงครับ


4 สาเหตุหลักที่ทำให้สัตว์เลี้ยงเป็นเบาหวาน (แม้ไม่กินหวาน)

1. แป้ง (คาร์โบไฮเดรต) ที่เปลี่ยนเป็นน้ำตาล

อาหารเม็ดหรือขนมสัตว์เลี้ยงบางชนิดมีส่วนประกอบของแป้งสูง เมื่อร่างกายย่อยคาร์โบไฮเดรตจะเปลี่ยนเป็น น้ำตาลกลูโคส เพื่อใช้เป็นพลังงาน หากน้องกินเยอะเกินไปแต่ไม่ได้ออกกำลังกาย น้ำตาลส่วนเกินจะสะสมในกระแสเลือด ไม่ต่างจากการกินน้ำตาลโดยตรงเลยครับ

2. ความอ้วนและภาวะดื้ออินซูลิน

ความอ้วนคือตัวกระตุ้นหลักของ ภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin Resistance) โดยเฉพาะใน "น้องแมว" ที่มักเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2) คือร่างกายยังมีอินซูลินอยู่ แต่เซลล์ไม่สามารถนำไปใช้จัดการน้ำตาลได้ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดค้างสูงตลอดเวลา

3. ตับอ่อนอักเสบ และ พันธุกรรม

ตับอ่อนเปรียบเสมือน "โรงงานผลิตอินซูลิน" * ตับอ่อนอักเสบ: มักเกิดจากการกินอาหารที่มีไขมันสูงจัด จนโรงงานพังและผลิตอินซูลินไม่ได้

  • พันธุกรรม: ในสุนัขมักเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1) คือตับอ่อนไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เลย พบได้บ่อยในสายพันธุ์อย่าง Samoyed, Australian Terrier หรือ Miniature Poodle

4. ผลจากฮอร์โมนแฝง (โดยเฉพาะเพศเมีย)

สุนัขเพศเมียที่ "ยังไม่ได้ทำหมัน" มีความเสี่ยงสูงขึ้น เนื่องจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่หลั่งออกมาในช่วงวงรอบการเป็นสัด สามารถต้านการทำงานของอินซูลินได้ การทำหมันจึงเป็นหนึ่งในวิธีช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานในสุนัขเพศเมียได้โดยตรงครับ


4 สัญญาณอันตราย: รีบเช็กก่อนสายเกินไป

หากพบอาการเหล่านี้อย่างน้อย 2 ข้อ ควรพาน้องมาตรวจเลือดทันทีครับ:

  1. หิวน้ำบ่อย: กินน้ำเก่งผิดปกติ เติมเท่าไหร่ก็หมด

  2. ฉี่บ่อย/ฉี่เยอะ: เข้าห้องน้ำบ่อยกว่าเดิม หรือเริ่มฉี่ไม่เป็นที่

  3. กินจุแต่ผอมลง: เจริญอาหารมาก แต่น้ำหนักตัวกลับลดลงอย่างรวดเร็ว

  4. ตาขุ่นมัว: เริ่มมีอาการต้อกระจกแทรกซ้อน (พบได้บ่อยมากในสุนัขที่เป็นเบาหวาน)


เบาหวานในสัตว์เลี้ยง...ดูแลให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้

แม้ส่วนใหญ่จะรักษาไม่หายขาด แต่การพาไปตรวจสุขภาพประจำปี การเลือกอาหารที่มีโภชนาการเหมาะสม (Low GI) และการฉีดอินซูลินตามสั่งของคุณหมออย่างเคร่งครัด คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เขาอยู่กับเราไปได้นานๆ ครับ


Q&A: เรื่องน่ารู้ของโรคเบาหวานในสัตว์เลี้ยง

Q: สัตว์เลี้ยงเป็นเบาหวานแล้ว สามารถรักษาให้หายขาดได้ไหม?

A: ในสุนัขส่วนใหญ่เป็นชนิดที่ 1 มักต้องฉีดอินซูลินตลอดชีวิต แต่ในน้องแมว หากตรวจพบเร็ว และควบคุมอาหารร่วมกับการใช้ยาอย่างเคร่งครัด มีโอกาสเกิดภาวะ "เบาหวานสงบ" (Diabetic Remission) ซึ่งทำให้น้องกลับมาใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องพึ่งอินซูลินชั่วคราวหรือตลอดไป


Q: ถ้าตรวจเจอว่าเป็นเบาหวาน น้องจะอยู่กับเราได้อีกนานไหม?

A: หากเจ้าของมีระเบียบในการฉีดอินซูลิน และคุมโภชนาการตามสั่งของคุณหมอ สัตว์เลี้ยงที่เป็นเบาหวานสามารถมีอายุยืนยาว และมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ เกือบเท่ากับสัตว์ปกติ สิ่งสำคัญคือการไปตามนัดหมอสม่ำเสมอ


Q: สังเกตอย่างไรว่าน้ำตาลในเลือดน้อง "ต่ำ" เกินไปหลังฉีดอินซูลิน?

A: อาการน้ำตาลต่ำ (Hypoglycemia) อันตรายมากครับ ให้สังเกตอาการ อ่อนแรง เดินเซ ตัวสั่น หรือชัก หากพบอาการนี้ให้รีบป้ายน้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อมที่เหงือกน้องเบาๆ และรีบพาส่งโรงพยาบาลสัตว์ทันที


Q: ทำไมสุนัขที่เป็นเบาหวานถึงมักจะตาบอดหรือเป็นต้อกระจก?

A: เมื่อน้ำตาลในเลือดสูงเกินไปน้ำตาลจะเข้าไปสะสมในเลนส์ตา และดึงน้ำเข้ามาทำให้เลนส์บวม และขุ่นมัวกลายเป็น ต้อกระจก (Cataract) อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุดในสุนัขที่เป็นเบาหวาน


📌 อย่าปล่อยให้โรคเบาหวานทำร้ายลูกรัก หากสงสัยว่าน้องมีอาการกลุ่มเสี่ยง สามารถนัดหมายเข้ามาตรวจ และปรึกษาคุณหมอได้ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ทุกสาขา นะคะ


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways