โรคหูอักเสบในสัตว์เลี้ยง

แชร์
สุนัข 17 สิงหาคม 2568 60,070 ครั้ง

โรคหูอักเสบในสัตว์เลี้ยง

โดยธรรมชาติภายในช่องหูของสัตว์เลี้ยงจะมีการสร้างไขมันและสารคัดหลั่งต่างๆ มาเคลือบตามผนังของช่องหู  เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ดักจับฝุ่นผงและคงความชุ่มชื้นภายในช่องหู 

หลังจากช่วงระยะเวลาหนึ่งไขมันและสารคัดหลั่งที่สกปรกเหล่านี้ก็จะรวมตัวกับเซลล์ผนังช่องหูที่หมดอายุ หรือเซลล์ที่ตายแล้วและขับออกมาเป็นขี้หูออกสู่ภายนอกของช่องหู โดยขบวนการทำงานของขนเล็กๆ จำนวนมากบนผนังเซลล์ของช่องหู แต่ถ้าหากเกิดการทำงานที่บกพร่องของกลไกดังกล่าวก็จะทำให้สัตว์เลี้ยงตัวนั้นมีการ "ติดเชื้อ"หรือภาวะหูอักเสบตามมาเช่น เชื้อแบคทีเรีย และยีสต์ ที่พบได้บ่อยจากการตรวจหาเชื้อจากขี้หูของสัตว์ป่วยหูอักเสบ

การอักเสบในช่องหูของสัตว์เลี้ยงที่มักพบบ่อยๆ 

  • การอักเสบเนื่องจากมีไรในช่องหู
  •  โรคภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ภูมิแพ้อาหาร, ภูมิแพ้สิ่งแวดล้อม กระตุ้นให้เกิดการคัน, เกา 
  •  โรคจากความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น โรคไทรอยด์ต่ำ โรคคุชชิ่ง (hyperadrenocorticism - cushing)
  •  เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างของเซลล์ภายในช่องหู เช่น เนื้องอก, ติ่งเนื้อ หรือมะเร็งในช่องหู 
  •  สิ่งแปลกปลอมต่างๆ เช่น ฝุ่นผง ละอองเกสร  แมลง

อาการของหูอักเสบ 

  • มีขี้หูปริมาณมาก รวมถึงมีมีกลิ่นเหม็น
  • คัน เกา บริเวณหูมากๆ รวมถึงบริเวณหน้า กกหู มีอาการสะบัดหูบ่อยๆ เอาหน้าถูไถพื้น สิ่งของภายในบ้าน 
  • ใบหู ช่องหูแดง บางรายที่เป็นนานๆ จะเริ่มมีใบหูหนาขึ้น สีผิวใบหูดำขึ้น มีสะเก็ด ถลอก มีรอยเกา

ปัจจัยอื่นๆที่ทำให้เกิดอาการช่องหูอักเสบได้

  • น้องหมาสายพันธุ์หูตกหรือใบหูพับ เช่น ลาบาดอร์ โกลเด้นรีทรีฟเวอร์  ค็อกเกอร์ สแปเนียล เนื่องจากการที่น้องมีใบหูตก ปิดรูหู จึงทำให้เกิดความอับชื้นในช่องหูได้ง่ายกว่าน้องๆสายพันธุ์หูตั้ง จึงทำให้เชื้อโรคเติบโตได้ดี 
  • ความเปียกชื้นในช่องหู จากกิจกรรมต่างๆ เช่น การว่ายน้ำ อาบน้ำ การเลียให้กันของเพื่อนสุนัขในบ้าน 
  • อุณหภูมิ ที่สูงหรืออุณหภูมิที่เป็นผลมาจากการอักเสบของช่องหูรวมกันกับปัจจัยด้านความชื้น ก็จะทำให้เชื้อโรคเติบโตได้ดียิ่งขึ้น
  • ความตีบแคบของช่องหู  มักเป็นผลมาจากการอักเสบและบวมของผนังช่องหู เเบบเรื้อรัง ทำให้มีความอับชื้นเพิ่มขึ้น การกำจัดเชื้อโรค เคลียร์ทำความสะอาดช่องหูได้ยากขึ้น
  • ช่วงอายุของสัตว์เลี้ยง น้องๆ ที่มีอายุมาก การทำงานของเซลล์ผนังในช่องหู ที่ทำหน้าที่ในการขับสิ่งแปลกปลอม ของเสีย (ขี้หู) จะมีประสิทธิภาพการทำงานลดลง ไม่สามารถขับของเสียต่างๆ ได้ดีเท่าที่ควร

แนวทางการรักษา

  • รักษาการติดเชื้อต่างๆ ร่วมกับการแก้ไขที่สาเหตุหรือปัจจัยโน้มนำดังที่กล่าวมา
  • ล้างช่องหู เพื่อขจัดขี้หูส่วนเกิน  รวมถึงหากมีการให้ยาหยอดหู การล้างช่องหูที่ถูกต้องจะช่วยลดปริมาณขี้หู ที่อาจจะไปรบกวนการออกฤทธิ์ของยาหยอดหูและช่วยลดจำนวนเชื้อโรคในช่องหูได้อีกด้วย 
  • ลดการอักเสบของช่องหู ช่วยได้ด้วยการใช้ยาลดอักเสบทั้งในรูปแบบกินและยาหยอดหู รวมถึงยาทารอบๆ บริเวณที่เป็นแผลเกา อักเสบ
  • การดูแลในระยะยาว โดยจะขึ้นอยู่กับสาเหตุหลักที่ตรวจพบ เช่น การหลีกเลี่ยง/งดสารก่อภูมิแพ้ในรายที่เป็นภูมิแพ้ การดูแลทำความสะอาดช่องหูเป็นประจำ สม่ำเสมอ

วิธีล้างหูที่ถูกต้องทำอย่างไร ? 

  •  แนะนำให้จับน้องในท่านอนตะแคง หยดน้ำยาล้างหู ลงในรูหู จนเห็นน้ำยาท่วมช่องหู 
  •  นวดคลึง บริเวณกกหู (จะสัมผัสได้ว่าเป็นกระดูกอ่อน ) 2-3 นาที เพื่อให้ขี้หูที่อยู่ในช่องหูค่อยๆ อ่อนนุ่ม ถูกชำระชะล้างและลอยออกมาที่ด้านบน 
  •  ใช้สำลีแห้งซับน้ำยาและขี้หูที่ลอยขึ้นมาออกทีละน้อย จนสะอาด
  • ข้อสำคัญ ไม่แนะนำให้ใช้ก้านสำลี แหย่ลึกลงไปในช่องหู เพราะอาจจะทำให้ก้อนขี้หู เคลื่อนที่เข้าไป ในช่องหูชั้นลึก รวมถึงอาจเสียดสีกับผนังช่องหูหรือทำให้เยื่อบุช่องหูอักเสบได้


บทความ
สพ.ญ. มาริษา สาริบุตร (Dr.Marisa Saributr)
ศูนย์โรคผิวหนังและภูมิแพ้

 

 




หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways