โรคหัดแมวในลูกแมว อันตรายแค่ไหน ป้องกันอย่างไรดี ?

แชร์
แมว ,โรคและการรักษา 2 มิถุนายน 2569 391,262 ครั้ง

ไข้หัดแมวคืออะไร  อาการรุนแรงแค่ไหน รักษาได้ไหม ?

โรคไข้หัดแมว เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส (Feline Parvovirus) พบได้ทั่วไปเฉพาะในสัตว์ตระกูลแมว อาทิ แมวป่า, เสือ, สิงโต รวมไปถึงสัตว์จำพวกสกั๊งค์ แร็กคูน หรือมิ้งค์ ซึ่งโรคร้ายนี้ได้คร่าชีวิตน้องแมวแสนรักของใครหลาย ๆ คน ไปเป็นจำนวนมากต่อปี แล้วโรคหัดแมวเกิดจากอะไร ? ทั้ง ๆ ที่เราก็เลี้ยงแมวของเราเป็นอย่างดี ซึ่งคำถามนี้ก็ถือเป็นคำถามที่เจ้าของส่วนใหญ่สงสัย

ดังนั้นวันนี้ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อจะพาทาสแมวทุกท่านมาทำความเข้าใจกันให้มากขึ้น เกี่ยวกับข้อเท็จจริงของโรคหัดแมว ทั้งเรื่องของอาการว่าเป็นอย่างไร ใช้เวลารักษากี่วันหาย ตลอดจนถึงวิธีการปฏิบัติเบื้องต้น เมื่อพบว่าแมวของเราเข้าข่ายจะติดเชื้อไวรัสดังกล่าว


โรคหัดแมวเกิดจากอะไร ?

ไข้หัดแมว หรือที่รู้จักในชื่อทางการว่า โรคหัดแมว (Feline Panleukopenia) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสจำพวกพาร์โวไวรัส (Feline Parvovirus) ซึ่งจะเข้าไปทำให้เกิดความเสียหายกับระบบทางเดินอาหาร สามารถแพร่กระจายได้ง่ายและอาจมีอาการรุนแรง โดยเฉพาะกับแมวที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปี หรือยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันอย่างครบถ้วน แต่สำหรับแมวที่ได้รับวัคซีนป้องกันแล้ว อาการจะรุนแรงน้อยกว่า รวมไปถึงมีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่าอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าของจะดูแลแมวเป็นอย่างดี แต่หากพลาดปล่อยให้น้องแมวไปคลุกคลีกับแมวที่มีเชื้อไวรัสนี้ แมวของเราก็อาจติดเชื้อได้ โดยผ่านการสัมผัสอุจจาระ น้ำลาย หรือของใช้ร่วมกันกับแมวที่ติดเชื้อ เช่น ชามอาหาร, น้ำพุแมว, ขนม หรือของเล่น

อีกทั้งในบางกรณี เจ้าของก็อาจเป็นพาหะนำไข้หัดแมวมาสู่บ้านโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะหากมีการสัมผัสแมวป่วยภายนอกมาก่อน และมาสัมผัสกับแมวที่บ้าน 


อาการเบื้องต้นของ ไข้หัดแมว


วิธีสังเกตอาการหัดแมว

เมื่อแมวของคุณติดเชื้อไข้หัดแมว จะมีระยะฟักตัวประมาณ 2-7 วัน จากนั้นจะเริ่มแสดงอาการต่าง ๆ อย่างชัดเจน ซึ่งการรู้เท่าทันหัดแมว ด้วยการสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้เจ้าของสามารถพาแมวเข้ารับการรักษาได้ทันเวลา โดยอาการที่ควรระวัง มีดังนี้

  • ไม่อยากอาหาร ทานอาหารได้น้อยลง หรือไม่ทานอาหารเลย
  • เซื่องซึม ไม่ร่าเริง รวมถึงไม่เล่นของเล่น หรือเข้ามาเล่นกับเจ้าของ
  • มีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง ถ่ายเป็นเลือดซึ่งมีกลิ่นฉุน โดยหากถ่ายหนักเกินไปอาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ และอาการช็อกตามมา
  • อาเจียนออกมาเป็นอาหารที่ทาน หรืออาเจียนเป็นน้ำเหลือง
  • มีอาการปวดเกร็งที่ช่องท้อง
  • มีไข้สูงเฉียบพลัน คล้ายไข้หวัด
  • ปริมาณเม็ดเลือดขาวต่ำกว่าปกติ หรือในเคสที่อาการหนักมาก อาจไม่สามารถตรวจวัดเม็ดเลือดขาวได้เลย

ในอาการที่กล่าวมาข้างต้น หากเจ้าของเริ่มสงสัยหรือสันนิษฐานได้ว่าแมวของคุณอาจติดเชื้อไข้หัดแมว ควรรีบโทรปรึกษาสัตวแพทย์อย่างเร่งด่วน หรือนำน้องแมวส่งโรงพยาบาลรักษาไข้หัดแมวโดยทันที เพราะอาการของหัดแมว หากปล่อยไว้อาจลุกลามจนเกิดภาวะช็อก และเสียชีวิตได้ในเวลาไม่กี่วัน โดยเฉพาะในลูกแมวที่ยังมีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง การได้รับการดูแลจากสัตวแพทย์ตั้งแต่แรกจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง


วิธีป้องกันและการรักษาไข้หัดแมว

แม้โรคหัดแมวจะมีอาการรุนแรง แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน ซึ่งสัตวแพทย์แนะนำให้เริ่มฉีดตั้งแต่แมวอายุ 2 เดือน โดยมีคำแนะนำ ดังนี้ 

  • เข็มแรกฉีดเมื่อ แมวอายุ 2 เดือน ขึ้นไป
  • เข็มที่สองฉีด เมื่อแมวอายุ 3 เดือน 
  • เข็มที่สาม ฉีดเมื่อ แมวอายุ 4 เดือน
  • เข็มถัดไป ฉีดทุก ๆ 1-3 ปี เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

สำหรับแมวที่เป็นโรคหัดแมวมา สัตวแพทย์จะทำการรักษาโดยให้ยาพยุงอาการ เพื่อให้น้องแมวสามารถสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นเอง โดยวิธีการที่นิยมใช้ คือ 

  • การให้สารอาหารและสารน้ำผ่านทางหลอดเลือด (Fluid Therapy) 
  • การฉีดยาฆ่าเชื้อ หรือยาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น 
  • ให้ยาบำรุงหรืออาหารสูตรพิเศษเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน

หากเจ้าของเป็นกังวลว่า การรักษาโรคหัดแมวจะใช้เวลากี่วันหาย ? โดยเฉลี่ยแล้วจะมีระยะฟื้นตัวอยู่ที่ 7–14 วัน แต่จะขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อการรักษาและสภาพภูมิคุ้มกันของแมวแต่ละตัว 

ข้อควรปฏิบัติในการป้องกันไข้หัดแมว


เพื่อความปลอดภัยสูงสุด เจ้าของแมวไม่ควรสัมผัสแมวป่วยนอกบ้าน เพราะอาจนำเชื้อกลับมาติดน้องที่บ้านได้ รวมไปถึงหากนำแมวออกมานอกบริเวณที่เลี้ยง ควรทำความสะอาดร่างกายแมวของคุณให้ดี เพื่อป้องกันพฤติกรรมการเลียทำความสะอาดร่างกายของแมว ซึ่งอาจนำเชื้อเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารได้นั่นเอง 

ส่วนในกรณีที่มีการรับแมวใหม่เข้ามา เจ้าของควรปฏิบัติตามข้อแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันอาการของหัดแมว และรักษาความปลอดภัยให้กับแมวตัวอื่น ๆ ดังนี้

  • นำแมวใหม่เข้ารับการตรวจร่างกายอย่างละเอียด และรับวัคซีนที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
  • กักบริเวณแมวใหม่ก่อนเป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อสังเกตอาการ และป้องกันการนำเชื้อภายนอกเข้ามา
  • ทำความสะอาดบริเวณที่เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอด้วย ด้วยน้ำยาที่มีส่วนผสมของ โซเดียมไฮโปคลอไรต์

สุดท้ายนี้ เป็นการตอบคำถามที่ทาสแมวหลายคนสงสัย ว่าเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดไข้หัดแมว สามารถติดต่อมาสู่คนได้หรือไม่ ? คำตอบคือ ไม่สามารถติดต่อสู่คนได้ เพราะไวรัส Feline Parvovirus เป็นไวรัสเฉพาะในกลุ่มสัตว์ตระกูลแมวเท่านั้น 

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าควรละเลยการป้องกัน โดยเฉพาะในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ (Exotic) เช่น แมวป่า มิ้งค์ หรือแร็กคูน หรือสัตว์ประเภทแมวอื่น ๆ ที่จัดว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง เจ้าของควรพาสัตว์เลี้ยงเหล่านี้เข้ารับวัคซีนที่จำเป็น เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อภายในบ้านและดูแลสุขภาพสัตว์ทุกตัวให้ปลอดภัยแข็งแรง 


รักษาโรคไข้หัดแมว ดูแลอาการอย่างใกล้ชิดที่ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ

อย่ารอให้สายเกินไป หากสงสัยว่าแมวของคุณกำลังมีอาการที่เข้าข่ายเป็นโรคหัดแมว โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อพร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยทีมสัตวแพทย์เฉพาะทางด้านโรคติดเชื้อ มีระบบแยกโรคที่ปลอดภัย ให้เจ้าของอุ่นใจ


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q : เลี้ยงแมวระบบปิด ไม่เคยออกนอกบ้าน จำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันไข้หัดแมวหรือไม่ ?

A: จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะถึงแม้แมวจะอยู่ในบ้านตลอดเวลา แต่ไวรัส Feline Parvovirus สามารถติดมากับเสื้อผ้า รองเท้า หรือมือของเจ้าของโดยไม่รู้ตัว การฉีดวัคซีนจึงเป็นวิธีป้องกันที่ปลอดภัยและได้ผลดีที่สุด

Q : จะรู้ได้อย่างไรว่าอาการของหัดแมว ไม่ใช่อาการป่วยทั่ว ๆ ไป ?

A : ไข้หัดแมว มีอาการเริ่มต้นคล้ายคลึงกับอาการป่วยทั่วไป เช่น ซึม เบื่ออาหาร หรืออาเจียน แต่จะมีระดับความรุนแรงมากกว่า และลุกลามอย่างรวดเร็ว หากแมวมีอาการป่วยหลายอย่างร่วมกัน เช่น อาเจียน ท้องเสีย และไข้สูง ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์โดยทันที

Q : หากพบว่าแมวตัวใดตัวหนึ่งในบ้านติดไข้หัดแมว ควรดูแลแมวตัวอื่นอย่างไร ?

A: ควรแยกแมวที่ติดเชื้อออกจากตัวอื่นทันที โดยให้ทำความสะอาดบริเวณที่เลี้ยงด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพ เช่น โซเดียมไฮโปคลอไรต์ และนำแมวที่ยังไม่เคยรับวัคซีนเข้าสู่กระบวนการฉีดวัคซีนโดยด่วน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ

Q : หากแมวได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหัดแมวแล้ว ต้องใช้เวลารักษากี่วันหาย ?

A: ระยะฟื้นตัวโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 7–14 วัน ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพร่างกาย และการตอบสนองต่อการรักษา หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ อัตราการฟื้นตัวอาจเร็วขึ้น 

Q : หากแมวมีอาการเสี่ยง สามารถไปรักษาไข้หัดแมวในกรุงเทพฯ ที่ไหนได้บ้าง ?

A : สามารถเข้ารับการรักษาได้ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมให้บริการรักษาไข้หัดแมว และอาการป่วยอื่น ๆ รวมถึงเคสฉุกเฉินของสัตว์ทุกชนิด ดูแลโดยทีมสัตวแพทย์เฉพาะทาง และมีระบบแยกโรคที่ปลอดภัย สามารถตรวจสอบสาขาโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อได้ที่นี่


ทุกช่วงเวลาที่ต้องการพบสัตวแพทย์รักษาไข้หัดแมว ด้วยสาขาโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อที่ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และในประเทศเวียดนาม  

สอบถามเพิ่มเติม ปรึกษา หรือจองคิวล่วงหน้าได้ที่ 

 



หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways