สัตว์เลี้ยงมีอาการท้องเสีย อาเจียน ควรตรวจอัลตราซาวนด์สัตว์เลี้ยงไหม ?

แชร์
สุนัข ,แมว 1 มิถุนายน 2569 755 ครั้ง

อาการอาเจียน กินน้อย หรือท้องเสียเรื้อรังในสัตว์เลี้ยงอาจไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เพราะบางครั้งต้นเหตุอาจซ่อนอยู่ภายในระบบทางเดินอาหารที่เรามองไม่เห็น การตรวจหาสาเหตุของโรคด้วย “เครื่องอัลตราซาวนด์สัตว์เลี้ยง” เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้สัตวแพทย์สามารถวินิจฉัยหาสาเหตุความผิดปกติได้อย่างละเอียดและปลอดภัยโดยไม่ต้องผ่าตัด

ตรวจอัลตราซาวนด์สัตว์เลี้ยงเพื่อรักษาโรคระบบทางเดินอาหาร

การตรวจอัลตราซาวนด์สัตว์เลี้ยงคืออะไร และทำงานอย่างไร ?

การตรวจอัลตราซาวนด์สัตว์เลี้ยง คือวิธีการทางการแพทย์ที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) ส่งผ่านเข้าสู่ร่างกายของสัตว์เลี้ยง เป็นหลักการส่งคลื่นเสียงเพื่อตรวจภายใน ทำงานโดยการสะท้อนกลับเมื่อกระทบกับเนื้อเยื่อหรืออวัยวะต่าง ๆ ภายใน จากนั้นเครื่องจะประมวลผลสัญญาณและสะท้อนกลับมาให้กลายเป็นภาพเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์บนหน้าจอ ทำให้สัตวแพทย์สามารถประเมินรูปร่าง ขนาด และโครงสร้างภายในของอวัยวะได้อย่างละเอียด

ความแตกต่างของการตรวจเอกซเรย์และอัลตราซาวนด์

แต่หากพูดถึงการทำอัลตราซาวนด์กับการเอกซเรย์ในสัตว์เลี้ยง หลายคนอาจแยกความแตกต่างกันไม่ออกนัก ซึ่งโดยทั่วไป บริการเอกซเรย์สุนัขและแมวจะเน้นไปทางภาพของโครงสร้างกระดูกและของแข็งภายในมากกว่า โดยจะใช้รังสีเอ็กซ์ (X) ผ่านชั้นผิวและโครงสร้างต่าง ๆ ซึ่งอาจมีผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดอันตรายจากการโดนรังสี อย่างไรก็ตาม วิธีดังกล่าวจะไม่สามารถทำให้เห็นเนื้อเยื่ออ่อนได้ดีเท่ากับการตรวจอัลตราซาวนด์สัตว์เลี้ยง

อัลตราซาวนด์สัตว์เลี้ยงกับการตรวจระบบทางเดินอาหาร

สำหรับการตรวจระบบทางเดินอาหารในสัตว์เลี้ยง การทำอัลตราซาวนด์เป็นวิธีที่ช่วยตรวจหาความผิดปกติของกระเพาะและลำไส้ ทั้งยังสามารถหาก้อนเนื้อและสิ่งแปลกปลอมในร่างกายของน้อง ๆ รวมถึงช่วยให้รู้ถึงการอักเสบในระบบทางเดินอาหาร พร้อมกับรู้ขนาดและโครงสร้างของอวัยวะที่มีปัญหา เช่น ตับโต หรือถุงน้ำดีอักเสบ และยังสามารถใช้เพื่อติดตามผลการรักษาของโรคทางเดินอาหารเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างอาการทางเดินอาหารของสัตว์เลี้ยงที่ตรวจด้วยอัลตราซาวนด์

  • การอักเสบของกระเพาะหรือลำไส้
  • การพบก้อนเนื้อหรือสิ่งแปลกปลอม เช่น เศษพลาสติกหรือของเล่นที่สัตว์กลืนเข้าไป
  • ตรวจดูความหนาของผนังลำไส้ ซึ่งอาจบ่งชี้โรคเรื้อรัง เช่น ลำไส้อักเสบ (IBD) เป็นต้น
  • ประเมินตับและถุงน้ำดี เพื่อดูภาวะตับโต ตับแข็ง หรือถุงน้ำดีอักเสบ

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ติดตามผลหลังการรักษาโรคทางเดินอาหารของสัตว์เลี้ยง เช่น ตรวจว่าระดับการอักเสบของอวัยวะลดลงหรือไม่ รวมถึงติดตามขนาดก้อนเนื้อหลังทำการรักษา ซึ่งจะทำให้เจ้าของและสัตวแพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

กรณีตัวอย่างที่ต้องใช้การตรวจอัลตราซาวนด์ในสัตว์เลี้ยง

ตรวจอัลตราซาวนด์สัตว์เลี้ยงเมื่อสุนัขมีอาการอาเจียนผิดปกติ

ปัจจุบันมักพบเคสที่น้องหมาน้องแมว ต้องใช้วิธีการตรวจอัลตราซาวนด์สัตว์เลี้ยงเพื่อช่วยตรวจวินิจฉัยโรค โดยเฉพาะเมื่อสัตว์มีอาการเรื้อรังหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาทั่วไป เช่น

  • สุนัขกลืนของเล่น : เคสแบบนี้มักพบในสุนัขพันธุ์เล็กที่ชอบกัดเล่นสิ่งของ การทำอัลตราซาวนด์จะช่วยให้เห็นสิ่งแปลกปลอมในกระเพาะได้ชัดเจนโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดท้องในทันที
  • แมวกินสิ่งแปลกปลอม : แมวบางตัวอาจกลืนเส้นด้ายหรือพลาสติกเข้าไป ซึ่งมักตรวจพบจากการอัลตราซาวนด์ก่อนเกิดการอุดตันรุนแรง
  • สัตว์ที่อาเจียนเรื้อรัง : เมื่ออาการไม่ชัดเจนว่าเกิดจากระบบอาหารหรืออวัยวะอื่น ๆ การทำอัลตราซาวนด์สัตว์เลี้ยงจะช่วยให้เห็นลำไส้หรือตับที่ผิดปกติ
  • ท้องเสียเรื้อรังแม้เปลี่ยนอาหารแล้ว : ภาพจากอัลตราซาวนด์จะช่วยแยกได้ว่าเกิดจากการอักเสบของลำไส้หรือภาวะอื่น เช่น ภูมิแพ้ในระบบย่อยอาหาร

กรณีเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเครื่องมือดังกล่าวไม่ได้ใช้เฉพาะในภาวะฉุกเฉินเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนสำคัญของการตรวจสุขภาพเชิงป้องกันให้กับสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

ขั้นตอนการตรวจอัลตราซาวนด์สัตว์เลี้ยง

ไม่ว่าจะเป็นบริการเอกซเรย์แมวหรือสุนัข ตลอดจนการตรวจอัลตราซาวนด์สัตว์เลี้ยง ต่างก็เป็นวิธีที่ใช้เวลาไม่นาน ซึ่งเจ้าของสามารถเตรียมตัวและทำความเข้าใจขั้นตอนต่าง ๆ ได้ดังนี้

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจ

  • งดอาหารเป็นเวลา 6-8 ชั่วโมง แต่สามารถให้น้ำได้ตามปกติ
  • ในบางกรณีต้องโกนขนบริเวณท้องหรือหน้าอก เพื่อให้หัวตรวจสัมผัสผิวหนังโดยตรง
  • ไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ ยกเว้นสัตว์ที่เคลื่อนไหวมากหรือมีความเครียดสูง ซึ่งจะใช้ยาคลายกังวลในปริมาณน้อยเท่านั้น

ระหว่างการตรวจอัลตราซาวนด์

สัตวแพทย์จะใช้หัวอัลตราซาวนด์ (Ultrasound Probe) ส่งคลื่นเสียงความถี่สูงเข้าสู่ร่างกาย โดยคลื่นเสียงสะท้อนกลับมาเป็นภาพแสดงบนหน้าจอ ทำให้สัตวแพทย์สามารถเห็นโครงสร้างของอวัยวะภายใน ที่เป็นสาเหตุของความผิดปกติที่เกิดขึ้น

  • สัตว์เลี้ยงจะถูกวางให้นอนตะแคงหรือนอนหงายบนโต๊ะตรวจ
  • สัตวแพทย์ทาเจลใสลงบนผิวหนัง เพื่อช่วยให้คลื่นเสียงส่งผ่านได้ดี
  • จากนั้นจะใช้หัวตรวจเลื่อนช้า ๆ บริเวณที่ต้องการตรวจ เช่น ท้อง ช่องอก หรือหัวใจ
  • ระหว่างตรวจ สัตว์จะไม่รู้สึกเจ็บ มีเพียงแรงกดเบา ๆ จากหัวตรวจเท่านั้น

*โดยทั่วไป การตรวจอัลตราซาวนด์สัตว์เลี้ยงใช้เวลาประมาณ 15–30 นาที ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและจำนวนอวัยวะที่ต้องตรวจ

หลังตรวจอัลตราซาวนด์

หลังจากตรวจเสร็จ สัตวแพทย์จะทำการวิเคราะห์ภาพที่ได้ และอธิบายผลเบื้องต้นให้เจ้าของทราบ เช่น พบการอักเสบ ก้อนเนื้อ หรือสิ่งแปลกปลอมในระบบทางเดินอาหาร หากพบความผิดปกติอาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจเลือด แต่ถ้าหากไม่พบอะไร ก็สามารถพาสสัตว์เลี้ยงกลับบ้านได้ทันที ไม่ต้องพักฟื้น และไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ

ข้อดีของการตรวจอัลตราซาวนด์ในสัตว์ที่มีปัญหาระบบทางเดินอาหาร

  • สามารถวินิจฉัยโรคได้เร็วและแม่นยำกว่าการสังเกตอาการภายนอก : อาการทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น ภาวะเบื่ออาหาร อาเจียน หรือท้องเสีย อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การอักเสบของกระเพาะ ลำไส้อุดตัน หรือมีสิ่งแปลกปลอมในช่องท้อง การทำอัลตราซาวนด์จะช่วยให้สัตวแพทย์เห็นความผิดปกติของอวัยวะได้ชัดเจนและระบุสาเหตุของโรคได้ตรงจุด
  • ช่วยลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดที่ไม่จำเป็น : แทนที่จะต้องเปิดช่องท้องเพื่อตรวจหาความผิดปกติ การทำอัลตราซาวนด์สามารถบอกได้ล่วงหน้าว่าจำเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่ ทำให้สัตว์เลี้ยงหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดและลดความเสี่ยงจากการดมยาสลบได้อย่างมาก
  • เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงทุกวัย โดยเฉพาะสัตว์ที่อายุเยอะ : เพราะสัตว์เลี้ยงที่มีอายุมาก มักจะมีปัญหาทางเดินอาหารเรื้อรัง เช่น ตับอ่อนอักเสบ หรือลำไส้ดูดซึมไม่ดี การตรวจอัลตราซาวนด์จะช่วยติดตามพัฒนาการของโรคได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ทำให้เกิดอันตราย

โดยรวมแล้ว การตรวจอัลตราซาวนด์สัตว์เลี้ยงถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย แม่นยำ และช่วยให้สัตวแพทย์วางแผนการรักษาได้เหมาะสมกับอาการของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว ทั้งยังเป็นการดูแลเชิงป้องกันที่ช่วยให้เจ้าของรับมือกับโรคได้ก่อนจะลุกลาม

โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ พร้อมให้บริการตรวจอัลตราซาวนด์สัตว์เลี้ยง

หากกำลังมองหาสถานที่เพื่อพาน้อง ๆ ไปใช้บริการเอกซเรย์สุนัขและแมว รวมถึงบริการตรวจอัลตราซาวนด์สัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร ศูนย์รังสีวินิจฉัยและอัลตราซาวนด์ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อพร้อมอยู่เคียงข้างคุณ ! เราให้บริการอย่างใกล้ชิดทุกขั้น โดยทีมสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเพื่อวินิจฉัย หรือติดตามอาการป่วยทางเดินอาหารเรื้อรัง เราก็พร้อมช่วยอำนวยความสะดวกให้ตลอดการตรวจและรักษาอย่างอุ่นใจ

เพราะสำหรับเรา ทุก ๆ วินาทีของการตรวจเชิงป้องกันและรักษาสัตว์เลี้ยง คือความสำคัญที่ไม่ควรปล่อยผ่าน ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 02-079-9999 หรือ Line Official @jaothonglor

ข้อมูลอ้างอิง:

Diagnosing Pets: Which Is Better, X-Ray or Ultrasound?. สืบค้นวันที่ 12 ตุลาคม 2568 จาก https://ccanimalclinic.com/news/diagnosing-pets-which-is-better-x-ray-or-ultrasound



หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways