มือใหม่เลี้ยงแมวต้องรู้ แมวต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง ?

แชร์
แมว 11 กันยายน 2568 24,771 ครั้ง

การเลี้ยงแมวในฐานะทาสเหมียวมือใหม่อาจเป็นสิ่งที่ท้าทาย โดยเฉพาะเรื่องการดูแลสุขภาพแมวให้ดี ตั้งแต่การฉีดวัคซีนที่จำเป็นสำหรับการป้องกันโรคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับแมวของคุณ     

เริ่มต้นสู่ทาสแมวดีเด่น ด้วยการทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัคซีนที่แมวต้องได้รับ และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการฉีด รวมถึงข้อห้ามหลังฉีดวัคซีนแมว และสิ่งที่ทาสเหมียวมือใหม่ควรรู้เพื่อให้น้องแมวมีสุขภาพที่แข็งแรง


ทำไมการฉีดวัคซีนแมวจึงสำคัญ ?

การฉีดวัคซีนแมวเป็นสิ่งสำคัญที่คนเลี้ยงแมวทุกคนต้องรู้ เพราะเป็นส่วนช่วยป้องกันโรคร้ายที่อาจทำให้แมวของคุณป่วยหรือเสียชีวิตได้ และในบางกรณี วัคซีนยังมีส่วนช่วยป้องกันโรคที่สามารถแพร่จากแมวไปยังมนุษย์ได้อีกด้วย


การป้องกันโรคที่มักพบในแมว

เพราะแมวมีโรคติดต่อ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกตัว และมีความเสี่ยงที่จะป่วยสูงหากไม่ได้รับวัคซีนที่เหมาะสม โดยโรคที่พบได้บ่อย มีดังนี้

  • โรคไข้หัดแมว (Feline Panleukopenia): โรคนี้เกิดจากไวรัสที่ทำให้แมวมีอาการซึม เบื่ออาหาร มีไข้ และอาจส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ซึ่งอาจนำไปสู่การติดเชื้อแทรกซ้อนและการเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว
  • โรคหวัดแมว (Feline Viral Rhinotracheitis): โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่ทำให้แมวมีอาการน้ำมูก ไอ จาม และหายใจลำบาก อีกทั้งโรคหวัดแมวยังสามารถทำให้แมวมีปัญหาทางเดินหายใจที่รุนแรงและกลายเป็นโรคเรื้อรังได้หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง
  • โรคคาลิซิไวรัส (Feline Calicivirus): โรคนี้จะทำให้น้องแมวมีแผลในช่องปาก เป็นไข้ และอาการเจ็บปวด แมวที่ติดเชื้อสามารถแพร่กระจายไวรัสได้ง่ายโดยการสัมผัสหรือการหายใจใกล้ชิดกับแมวตัวอื่น ๆ

การปกป้องแมวจากโรคติดต่อ

นอกจาก ยังมีโรคที่สามารถติดต่อจากแมวตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่งได้ ซึ่งการฉีดวัคซีนสามารถป้องกันโรคเหล่านี้ เช่น

  • โรคเอดส์แมว (Feline Immunodeficiency Virus - FIV): โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของแมว ทำให้แมวมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสอื่น ๆ อีกทั้งยังสามารถแพร่เชื้อผ่านการกัด การข่วน และการผสมพันธุ์ได้ด้วย
  • โรคลิวคีเมียแมว (Feline Leukemia Virus - FeLV): โรคนี้เกิดจากไวรัสที่ทำให้เกิดความผิดปกติของเม็ดเลือดขาว ภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ และอาจทำให้แมวมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งและการติดเชื้อเรื้อรัง การฉีดวัคซีนป้องกัน FeLV (Feline Leukemia Virus) จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อจากแมวตัวอื่นที่เป็นพาหะของไวรัสชนิดนี้ได้
  • โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบแมว (FIP): เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสและมักทำให้แมวมีอาการน้ำท่วมท้อง และช่องอก รวมถึงมีไข้ และทำให้ไม่อยากอาหาร และถึงแม้โรคนี้จะไม่ติดต่อจากแมวสู่แมวผ่านการสัมผัสโดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม การนำน้องแมวไปฉีดวัคซีนนั้น FIP Vaccine ถูกจัดเป็น Non-Recommended Vaccine เนื่องจากประสิทธิภาพของวัคซีนยังไม่ชัดเจน ดังนั้น แนวทางการรักษาจึงต้องอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของสัตว์แพทย์

แมวต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง ?

ทาสแมวมือใหม่หลายคนอาจสงสัยว่า แมวต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง คำตอบคือมีทั้งวัคซีนหลักที่จำเป็นต้องได้รับทุกตัว และวัคซีนเสริมที่ควรพิจารณาตามพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมที่แมวอยู่อาศัย โดยมีวัคซีนสำคัญ ดังนี้

  • วัคซีนรวมแมว (FVRCP): ป้องกันโรคไข้หัดแมว (Feline Panleukopenia) โรคหวัดแมวจากเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ (Feline Herpesvirus) และโรคช่องปากและลิ้นอักเสบจากเชื้อไวรัสคาลิไซ (Feline Calicivirus)
  • วัคซีนพิษสุนัขบ้า (Rabies): ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่สามารถติดต่อสู่มนุษย์ได้ ซึ่งนับว่าเป็นโรคที่มีความรุนแรงและอันตรายเป็นอย่างมาก
  • วัคซีนลิวคีเมียแมว (FeLV): สร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคเอดส์ในแมว ซึ่งจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของแมวเพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • วัคซีนเอดส์แมว (FIV): ป้องกันโรคลิวคีเมียในแมว ซึ่งสามารถทำให้แมวมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อและมะเร็ง
  • วัคซีนคลาไมเดีย (Chlamydia): ป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียคลาไมเดียที่ทำให้เกิดโรคตาอักเสบ บวม และน้ำตาไหลในแมว

อายุแมวกี่เดือนควรฉีดวัคซีนได้ ?

อายุแมวกี่เดือนฉีดวัคซีนได้ และมีวัคซีนอะไรบ้างที่ต้องฉีด

การฉีดวัคซีนสำหรับลูกแมวสามารถเริ่มฉีดได้เมื่อน้องแมวมีอายุ 8 สัปดาห์ขึ้นไป โดยวัคซีนชุดแรกจะเป็นวัคซีนรวมแมว (FVRCP) และวัคซีนพิษสุนัขบ้าจะเริ่มฉีดเมื่อแมวมีอายุประมาณ 12 สัปดาห์ โดยจะมีการฉีดวัคซีนกระตุ้นทุก 3-4 สัปดาห์จนถึงอายุ 16 สัปดาห์


ตารางการฉีดวัคซีนแมว ทาสแมวควรรู้ !


ช่วงอายุโปรแกรมวัคซีนแมว
8 สัปดาห์ขึ้นไปวัคซีนรวมแมว (FVRCP) เข็มที่ 1
12–14 สัปดาห์วัคซีนรวมแมว (FVRCP) เข็มที่ 2
วัคซีนลิวคีเมียแมว (FeLV) เข็มที่ 1
16 สัปดาห์วัคซีนรวมแมว (FVRCP) เข็มที่ 3
วัคซีนลิวคีเมียแมว (FeLV) เข็มที่ 2
หลัง 16 สัปดาห์วัคซีนพิษสุนัขบ้า (Rabies) เข็มที่ 1 (หากยังไม่ได้รับ)
กระตุ้นประจำปีวัคซีนรวมแมว (FVRCP) เข็มกระตุ้นทุกปี
วัคซีนพิษสุนัขบ้า (Rabies) เข็มกระตุ้นทุกปี ตามกฎหมายและคำแนะนำของสัตวแพทย์


หมายเหตุ: สำหรับโปรแกรมวัคซีนลิวคีเมียแมว จำเป็นต้องตรวจเลือดก่อนทุกครั้ง เนื่องจากการทำวัคซีนในแมวที่ติดเชื้อแล้ว ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ด้านการรักษา และเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงจากวัคซีนเพิ่มได้


การกระตุ้นวัคซีนประจำปีสำหรับแมว สำคัญอย่างไร ?

การฉีดวัคซีนกระตุ้นทุกปีจะช่วยรักษาระดับภูมิคุ้มกันให้กับน้องแมวให้เป็นปกติ เนื่องจากภูมิคุ้มกันจากวัคซีนจะค่อย ๆ ลดลงตามระยะเวลา อีกทั้งการฉีดกระตุ้นทุกปีจึงช่วยให้แมวยังคงได้รับการปกป้องจากโรคต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การ “วัคซีนพิษสุนัขบ้า (Rabies)” เป็นกฎหมายภาคบังคับ

ตามพระราชบัญญัติโรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ. 2535 กำหนดให้เจ้าของสัตว์ทั้งสุนัขและแมว ต้องจัดการให้สัตว์เลี้ยงในปกครอง ได้รับการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าจากสัตวแพทย์ภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งการฉีดวัคซีนครั้งแรกจะทำได้เมื่อน้องแมวมีอายุ 2-4 เดือน ตามด้วยเข็มที่ 2 โดยจะต้องห่างจากเข็มแรก 2-4 สัปดาห์ และหลังจากนั้นจะต้องกระตุ้นวัคซีนทุกปีเพื่อรักษาระดับภูมิคุ้มกันที่เหมาะสม

ข้อห้ามหลังการฉีดวัคซีนแมว

หลังจากที่น้องแมวได้รับวัคซีนไปแล้ว ทาสแมวยังจะต้องดูแลและปฏิบัติตามข้อห้ามหลังฉีดวัคซีน เพื่อให้แมวฟื้นตัวได้เร็วและปลอดภัยดังนี้

  • งดอาบน้ำแมว อย่างน้อย 7 วันหลังฉีดวัคซีน
  • งดปล่อยแมวออกนอกบ้าน หรือไปวิ่งเล่นข้างนอก
  • จำกัดพื้นที่การเคลื่อนไหวของแมว โดยให้อยู่ในที่ปลอดภัยอย่างน้อย 2-3 วันเพื่อสังเกตอาการ
  • งดออกกำลังกาย หรือเล่นหนักหลังการฉีดวัคซีน

การดูแลสุขภาพแมวของคุณเริ่มต้นได้ที่การฉีดวัคซีน อย่าลืมพาแมวของคุณมาฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และดูแลน้องแมวให้สุขภาพดีตลอดปี โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อพร้อมให้บริการฉีดวัคซีนแมว ตลอด 24 ชม. ติดต่อสอบถามราคาหรือรับคำปรึกษาได้ที่ 02-079-9999 หรือ Line Official @jaothonglor

ข้อมูลอ้างอิง:


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways