สุนัขเป็นภูมิแพ้ผิวหนังรักษายังไง? สังเกตอาการ รู้วิธีป้องกันที่ถูกต้อง

แชร์
โรคและการรักษา ,โรคที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง 29 พฤษภาคม 2569 14,835 ครั้ง

ภูมิแพ้ผิวหนังในสุนัขเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โดยมักเริ่มจากอาการคัน เกา เลีย หรือกัดผิวหนังบ่อยผิดปกติ ซึ่งหลายครั้งเจ้าของอาจคิดว่าเป็นอาการเล็กน้อยหรือเกิดจาก พฤติกรรม เกาคันทั่วๆไป หรือเกิดจากหมัดเห็บเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคภูมิแพ้ผิวหนังที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม หากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เกิดแผลผิวหนังอักเสบ แผลติดเชื้อเเทรกซ้อน และมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ง่ายไม่รู้จบ 


Highlight

  • อาการคัน เกา เลียผิวหนังบ่อย ขนร่วง หรือมีกลิ่นตัวแรงกว่าปกติ อาบน้ำเเล้วมีกลิ่นกลับมาเร็วขึ้น อาจเป็นสัญญาณของภูมิแพ้ผิวหนังในสุนัข
  • ภูมิแพ้ผิวหนังมีได้หลายสาเหตุ เช่น สารที่สัมผัสผิวโดยตรง ปรสิตภายนอกเช่นหมัด อาหาร เเละรวมถึงสิ่งเเวดล้อม
  • การดูแลพื้นฐาน เช่น ทำความสะอาดที่อยู่อาศัย อาบน้ำสม่ำเสมอ และป้องกันเห็บหมัดเป็นประจำ ช่วยลดการกำเริบ หรือควบคุมอาการได้
  • หากอาการคันเรื้อรังหรือเกาคันทำร้ายตนเองจนมีแผล ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
  • การตรวจภูมิแพ้ช่วยระบุสารกระตุ้นได้ชัดเจน ทำให้ควบคุมอาการและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้ดีขึ้น

สารบัญบทความ


โรคภูมิแพ้ผิวหนังในสุนัข คืออะไร?

โรคภูมิแพ้ผิวหนังในสุนัข (Canine Atopic Dermatitis) คือโรคผิวหนังเรื้อรังที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของสุนัขตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ในสิ่งแวดล้อมมากกว่าปกติ เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสร เชื้อรา หรือสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ทำให้เกิดอาการคัน ผิวหนังอักเสบ แดง หรือระคายเคืองได้ง่าย

โรคนี้มักพบว่าสุนัขมีอาการคันเรื้อรัง โดยเฉพาะบริเวณหน้า หู เท้า รักแร้ หรือท้อง และมีแนวโน้มเป็น ๆ หาย ๆ หรือกำเริบซ้ำได้ หากไม่ได้รับการวินิจฉัยหาสาเหตุและดูแลรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่การติดเชื้อผิวหนังแทรกซ้อนและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของสุนัขในระยะยาวได้


โรคภูมิแพ้ผิวหนังในสุนัข มีสาเหตุมาจากอะไร?

ภูมิแพ้ผิวหนังในสุนัข เป็นโรคที่เกิดจากพันธุกรรม ที่มีการตอบสนองผิดปกติของปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันต่อสารทั่วไปรอบๆตัวสุนัข เป็นไปได้ตั้งแต่ละอองเกสรดอกไม้ เชื้อรา แมลง อาหาร ตัวไร และสิ่งของต่างๆ รอบรงตัว ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะคัน ขนร่วงเรื้อรังรุนเเรงได้ หากไม่ได้รับการรักษาและใช้ยารักษาที่เหมาะสม 


โรคภูมิแพ้ผิวหนังในสุนัขมีกี่ประเภท?

สุนัขเป็นภูมิแพ้ผิวหนัง

โรคภูมิแพ้ผิวหนังในสุนัขสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทหลัก ตามสาเหตุของสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะอาการและแนวทางการดูแลที่แตกต่างกัน ดังนี้

ภูมิแพ้สิ่งแวดล้อม (Atopic Dermatitis)

เกิดจากการแพ้สารก่อภูมิแพ้ในสิ่งแวดล้อม เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสร เชื้อรา หรือฝุ่นในอากาศ เป็นประเภทที่พบได้บ่อยที่สุด มักมีอาการคันบริเวณหน้า หู เท้า รักแร้ และท้อง และมีแนวโน้มเป็น ๆ หาย ๆ หรือกำเริบตามฤดูกาล

ภูมิแพ้อาหาร (Food Allergy)

เกิดจากการแพ้ส่วนประกอบบางชนิดในอาหาร มักเป็นโปรตีนจากเนื้อสัตว์หรือพืช ส่วนผสมบางอย่างในอาหารสุนัข อาการที่พบได้บ่อยคือคันตามผิวหนัง หูอักเสบเรื้อรัง หรือมีอาการทางระบบทางเดินอาหารร่วมด้วย เช่น ถ่ายเหลวไม่เป็นก้อนหรืออาเจียน

ภูมิแพ้หมัด (Flea Allergy Dermatitis)

เกิดจากการแพ้น้ำลายของหมัด แม้จะมีหมัดเพียงเล็กน้อย จนเจ้าของไม่สามารถมองเห็นตัวหมัด เนื่องจากหมัดเป็นสัตว์กระโดด อาจไม่พบบนตัวสุนัข การกัดเพียงครั้งเดียว ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้ มักพบอาการคันรุนแรงบริเวณโคนหาง หลัง หรือสะโพก และอาจมีแผลหรือขนร่วงจากการเกาอย่างต่อเนื่อง

โรคภูมิแพ้จากการสัมผัส (Contact Allergy)

เกิดจากการสัมผัสสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองโดยตรง เช่น น้ำยาทำความสะอาด พื้นหญ้า สารเคมีภายในบ้าน หรือวัสดุบางชนิด อาการมักเกิดเฉพาะบริเวณที่สัมผัส เช่น ท้อง ใต้ลำตัว หรืออุ้งเท้า และอาจดีขึ้นเมื่อหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น


สัญญาณเตือนอาการภูมิแพ้ผิวหนังในสุนัขมีอะไรบ้าง?

อาการภูมิแพ้ผิวหนัง

ก่อนที่จะอาการภูมิแพ้ผิวหนังจะรุนแรงไปจนถึงขั้นที่ขนร่วมเป็นหย่อม มีตุ่มแดง คัน เลือดซึม น้ำหนองไหลตลอดเวลา สามารถตรวจสอบอาการเบื้องต้นได้ดังนี้

  • ผิวหนังมีกลิ่นแรง: ต่อให้เพิ่งอาบน้ำมาไม่นานก็ตาม
  • เกาหรือเลียจุดเดิมซ้ำๆ: จนผิวเริ่มแดง หรือขนหลุดเป็นหย่อมๆ
  • ตุ่มหนอง หรือ สะเก็ดรังแค: เริ่มมีผื่นแดง ตุ่มเล็กๆ หรือ ผิวหนังดูหนาขึ้น
  • มีการบวมที่ง่ามมือ เท้า ทำให้มีอาการเจ็บเท้าร่วมด้วย 

5 วิธีดูแลเมื่อสุนัขเป็นภูมิแพ้ผิวหนังด้วยตัวเอง 

1. ทำความสะอาดที่อยู่อาศัย

การทำความสะอาดบริเวณที่สุนัขอาศัยอยู่เป็นประจำ ถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการลดอาการภูมิแพ้ผิวหนัง เจ้าของควรหมั่นดูดฝุ่น ซักที่นอน ผ้าห่ม หรือเบาะที่สุนัขใช้งานอยู่เสมอ เพื่อลดการสะสมของฝุ่น ไรฝุ่น และเชื้อรา ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่พบได้บ่อย รวมถึงควรหลีกเลี่ยงพื้นที่อับชื้น เพราะความชื้นอาจกระตุ้นให้เชื้อราเจริญเติบโตและทำให้อาการแพ้รุนแรงขึ้นได้

2. อาบน้ำให้สุนัข 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

การอาบน้ำให้สุนัขอย่างสม่ำเสมอช่วยชะล้างสิ่งสกปรกและสารก่อภูมิแพ้ที่เกาะอยู่ตามผิวหนังและเส้นขนได้ ควรเลือกใช้แชมพูสำหรับสุนัขที่มีผิวแพ้ง่าย ให้ความชุ่มชื้นได้ดี หรือสูตรที่ช่วยลดอาการคันและการอักเสบของผิวหนัง หลังอาบน้ำควรเป่าให้ขนและผิวหนังแห้งสนิททุกครั้ง เพื่อลดความอับชื้นที่อาจนำไปสู่การติดเชื้อแทรกซ้อน

3. เลือกอาหารที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงอาหารกระตุ้นอาการแพ้

อาหารเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้ผิวหนังในสุนัขได้ เจ้าของควรเลือกอาหารที่เหมาะสม เช่น อาหารสูตร Hypoallergenic หรือสูตรสำหรับสุนัขที่มีผิวแพ้ง่าย และควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนอาหารบ่อยโดยไม่จำเป็น หากสงสัยว่าสุนัขมีอาการแพ้อาหาร ควรสังเกตอาการผิดปกติหลังเปลี่ยนอาหารภายใน 1 - 2 สัปดาห์ เช่น อาการคัน ผื่น หรือขนร่วง เพื่อช่วยระบุสาเหตุได้ง่ายขึ้น

4. ป้องกันเห็บ หมัด และปรสิตอย่างสม่ำเสมอ

เห็บ หมัด และปรสิตภายนอก เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สุนัขเกิดอาการคันและภูมิแพ้ผิวหนัง โดยเฉพาะการแพ้น้ำลายหมัด ซึ่งพบได้บ่อย เจ้าของควรใช้ยาป้องกันเห็บหมัดอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ และดูแลทำความสะอาดพื้นที่ที่สุนัขอยู่ควบคู่กันไป เพื่อช่วยลดโอกาสการกระตุ้นให้มีอาการซ้ำ

5. หมั่นสังเกตอาการและพาไปพบสัตวแพทย์เมื่อมีความผิดปกติ

แม้จะดูแลสุนัขอย่างดีแล้ว แต่หากพบว่าสุนัขมีอาการคันมาก เกาไม่หยุด ผิวหนังแดง มีแผล หรือขนร่วงผิดปกติ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสม การรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยลดความรุนแรงของโรค และช่วยให้สุนัขมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว


วิธีตรวจภูมิแพ้ในสุนัข 

  • การทดสอบภูมิแพ้ผิวหนัง (Intradermal Skin Test - IDST): ตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ที่มีผลกระตุ้นอาการคันโดยตรง (เช่น ไรฝุ่น เกสร หญ้า) โดยฉีดเข้าใต้ชั้นของผิวหนัง ทราบผลทันที เพื่อนำไปสู่การหลีกเลี่ยง รวมถึงการผลิตวัคซีนภูมิแพ้เฉพาะบุคคล
  • การตรวจภูมิแพ้ด้วยเลือด (ELISA): ตรวจหาภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ที่มีตามภูมิภาค ฤดูกาล และอื่นๆ (panel) โดยส่งตรวจยังห้องปฏิบัติการมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล นำไปสู่การหลีกเลี่ยง เเละการผลิดวัคซีนเฉพาะรายบุคคลต่อไป 
  • การตรวจทางเซลล์วิทยา (Cytology): ใช้กล้องจุลทรรศน์ตรวจในระดับเซลล์ เพื่อวินิจฉัยการติดเชื้ออาการคัน ความแข็งแรงของเส้นขน รวมถึงติดเชื้อยีสต์ แบคทีเรีย เชื้อรา หรือโรคปรสิต ต่างๆ เช่น ไรขุมขน ไรในหู ที่ทำให้เกิดการคันและกระตุ้นให้เกิดแผลที่เกิดจากการเกามากขึ้น 
  • กล้องส่องหูดิจิทัล (Digital Otoscope): ตรวจสอบช่องหูและเยื่อแก้วหูอย่างละเอียด พร้อมใช้ร่วมกับการล้างหูเพื่อขจัดสิ่งอุดตัน และนำสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้เกิดอาการอาการระคายเคืองออกจากช่องหูชั้นนอก แบบไม่วางยาสลบ 
  • การเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ (Punch Biopsy): เพื่อวินิจฉัยโรคผิวหนังที่ซับซ้อน หรือเพื่อการคัดแยกโรคผิวหนังประเภทเนื้องอกออกไปได้อย่างแม่นยำ แบบไม่ต้องวางยาสลบ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภูมิแพ้ผิวหนังสุนัข

ภูมิแพ้ผิวหนังในสุนัขสามารถหายขาดได้ไหม?

โดยทั่วไปแล้วโรคภูมิแพ้ผิวหนังในสุนัขมักเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถหายขาดได้ในทุกกรณี แต่สามารถควบคุมอาการให้ดีขึ้นและลดการกำเริบซ้ำได้ หากสามารถระบุสาเหตุของสารก่อภูมิแพ้และดูแลอย่างเหมาะสม เช่น การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น การใช้ยาตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ การใช้วัคซีนภูมิเเพ้ หรือการปรับสภาพแวดล้อมร่วมด้วย น้องหมาหลายตัวสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติและมีอาการกำเริบน้อยลง 

ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าน้องหมาจะดีขึ้น?

ระยะเวลาที่อาการจะดีขึ้นขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค หากเป็นภูมิแพ้ที่ตรวจพบสาเหตุชัดเจนและเริ่มรักษาเร็ว อาการอาจดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่ในบางกรณีที่เป็นเรื้อรังหรือมีการติดเชื้อร่วม อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน และต้องมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับแผนการรักษาให้เหมาะสม

จำเป็นต้องตรวจภูมิแพ้ทุกตัวหรือไม่?

การตรวจภูมิแพ้ไม่ได้จำเป็นในทุกกรณี แต่มักแนะนำในสุนัขที่มีอาการคันเรื้อรัง เป็นซ้ำบ่อย หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาทั่วไป การตรวจภูมิแพ้ช่วยระบุสารกระตุ้นที่แท้จริง ทำให้สามารถวางแผนการรักษาและป้องกันได้ตรงจุดมากขึ้น โดยเฉพาะในสุนัขที่มีอาการรุนแรงหรือเรื้อรัง


ใส่ใจสัญญาณเล็ก ๆ วันนี้ เพื่อให้น้องหมากลับมาสบายผิวและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

พฤติกรรมอย่างขนหลุดล่วงมากผิดปกติ เลียขนซ้ำ ๆ เลียมือเท้า มากกว่าปกติ หรือเกาผิวหนังบ่อย อาจเป็นสัญญาณสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่น้อง ๆ ไม่ควรมองข้าม เพราะอาการเหล่านี้อาจสะท้อนถึงปัญหาภูมิแพ้ผิวหนังหรือโรคผิวหนังอื่น ๆ ที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสม การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และพาน้องหมาเข้ารับการตรวจเมื่อพบความผิดปกติ จะช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดโอกาสเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อน และช่วยให้น้อง ๆ กลับมามีผิวหนังที่แข็งแรง ใช้ชีวิตได้อย่างสบายตัวมากขึ้น

หากต้องการความมั่นใจในการดูแลสุขภาพผิวของน้องหมา โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ มี ศูนย์โรคผิวหนังสำหรับสัตว์เลี้ยง ที่พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุของอาการแพ้อย่างละเอียด โดยทีมสัตวแพทย์ที่มีประสบการณ์ พร้อมเครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อช่วยวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม และดูแลให้น้องหมาของคุณกลับมาสบายผิว มีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways