วิธีกำจัดเห็บหมาและหมัดแมวให้ได้ผลเด็ดขาด ทำเองได้ที่บ้าน

แชร์
สุนัข ,แมว ,โรคและการรักษา ,โรคที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง 18 มิถุนายน 2569 279,527 ครั้ง

Key takeaway

การกำจัดเห็บหมาและหมัดแมวให้หายขาดไม่สามารถทำได้ด้วยการหยอดยาเพียงครั้งเดียว เพราะปรสิตกว่า 90% มักซ่อนตัวและวางไข่อยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบบ้าน การตัดวงจรให้สิ้นซากจึงต้องทำ 3 ขั้นตอนควบคู่กันอย่างเคร่งครัด ได้แก่ 1. กำจัดบนตัวสัตว์ ด้วยยาป้องกันที่ได้มาตรฐาน เช่น ยาหยดหลังหรือยากิน 2. ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม โดยการดูดฝุ่น ซักที่นอนสัตว์เลี้ยงด้วยน้ำร้อน (60°C ขึ้นไป) และกำจัดแหล่งซ่อนตัวตามรอยร้าวหรือพงหญ้า 3. ป้องกันอย่างต่อเนื่อง เป็นประจำทุกเดือน และต้องทำพร้อมกันกับสัตว์เลี้ยงทุกตัวในบ้าน ข้อควรระวังขั้นสูงสุดที่เจ้าของต้องรู้คือ ห้ามนำผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บของสุนัขไปใช้กับแมวเด็ดขาด เพราะสารเคมีบางชนิดเป็นพิษรุนแรงถึงขั้นทำให้แมวเสียชีวิตได้ เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด ควรพาน้อง ๆ ไปปรึกษาสัตวแพทย์ที่โรงพยาบาลสัตว์เพื่อรับคำแนะนำและเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับช่วงอายุ สายพันธุ์ และน้ำหนักตัวอย่างถูกต้องที่สุด

เทคนิคการกำจัดเห็บหมาและหมัดแมวที่ได้ผลจริง สกัดทุกจุดเสี่ยง

ปัญหาเห็บหมาและหมัดแมว คือฝันร้ายที่คอยกวนใจทั้งสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ ด้วยอากาศร้อนชื้นในประเทศไทยเปรียบเสมือนสวรรค์ชั้นดีที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของปรสิตภายนอกเหล่านี้ และแม้หลายคนพยายามสรรหาวิธีกำจัดเห็บหมา-หมัดแมว หรือยาหยอดต่าง ๆ มาใช้ แต่ก็ยังไม่หมดไปสักที ? นั่นเป็นเพราะการกำจัดปรสิตให้หายขาด ไม่ใช่แค่การจัดการบนตัวสัตว์ แต่ต้องเข้าใจวงจรชีวิตและพฤติกรรมของพวกมันด้วย เพื่อตัดวงจรการขยายพันธุ์ตั้งแต่ต้นตอ

เห็บหมาและหมัดแมวต่างกันอย่างไร ? รู้ความต่างเพื่อกำจัดได้ถูกจุด

ก่อนที่จะหาวิธีรับมือ เราต้องทำความรู้จักศัตรูตัวฉกาจทั้งสองชนิดนี้ก่อน แม้จะดูคล้ายกัน แต่ลักษณะการใช้ชีวิตของทั้งเห็บหมาและหมัดแมวแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อวิธีที่เราจะใช้กำจัดพวกมัน

วิธีกำจัดเห็บหมาและหมัดแมว

เห็บหมา (Tick) คืออะไร ?

เห็บเป็นปรสิตภายนอกที่ดูดเลือดเป็นอาหาร มีโครงสร้างที่แข็งแรงและวงจรชีวิตที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อม ทำให้กำจัดให้สูญพันธุ์ได้ยาก และยังจัดเป็นพาหะนำโรคที่อันตรายที่สุดชนิดหนึ่งสำหรับสุนัข

ลักษณะของเห็บหมา

เห็บตัวเต็มวัยและตัวกลางวัยจะมี 8 ขา ส่วนตัวอ่อนจะมี 6 ขา เคลื่อนที่ด้วยการคลาน ลำตัวมีลักษณะแบน แต่เมื่อดูดเลือดจนอิ่ม ลำตัวจะพองเป่งขยายขนาดได้หลายเท่า

วงจรชีวิต

เห็บมีวงจรชีวิตที่สลับไปมาระหว่างบนตัวสัตว์และบนพื้นดิน ดังนี้

  • ผสมพันธุ์บนตัวสุนัข
  • เห็บเพศเมียที่มีไข่เต็มท้อง ดูดเลือดจนตัวอ้วนแล้วทิ้งตัวลงจากสุนัขเพื่อไปวางไข่ตามพื้น
  • ไข่ฟักเป็นตัวอ่อน (มี 6 ขา) คอยหาสุนัขแล้วขึ้นเกาะเพื่อดูดเลือด
  • ตัวอ่อนเมื่อดูดเลือดสุนัขจนอิ่มจะลงจากสุนัข (ครั้งที่ 2) และลอกคราบเติบโตเป็นตัวกลางวัย (มี 8 ขา)
  • ตัวกลางวัยคอยหาสุนัขขึ้นเกาะเพื่อดูดเลือดสุนัข
  • เมื่อดูดเลือดจนตัวโตเต็มที่จะทิ้งตัวลงจากสุนัข (ครั้งที่ 3) และลอกคราบเป็นตัวเต็มวัย (มี 8 ขา)

การติดต่อ

เห็บเจริญเติบโตบนพื้นดิน จากนั้นรอโอกาสที่สัตว์เลี้ยงผ่านมา จากนั้นจะคลานกลับขึ้นไปอยู่บนตัวสัตว์เหมือนเดิมเพื่อดูดเลือดและผสมพันธุ์

อันตรายที่ได้รับ

เห็บเป็นพาหะของโรคพยาธิเม็ดเลือด (Ehrlichiosis, Babesiosis, Hepatozoonosis, Anaplasmosis) ซึ่งจะก่อปัญหาต่าง ๆ ตามมาได้ เช่น โรคเลือดจาง โรคตับ โรคไต เป็นต้น อาการที่มักเริ่มสังเกตได้คือ ซึมลง เบื่ออาหาร มีไข้ตัวร้อน เหงือกหรือลิ้นซีดลง มีเลือดกำเดาไหล นอกจากนี้ยังทำให้เกิดปัญหาภูมิแพ้ผิวหนังได้อีกด้วย

หมัดแมว (Flea) คืออะไร ?

หมัดเป็นแมลงขนาดจิ๋วที่สร้างความรำคาญและปัญหาผิวหนังอย่างรุนแรง แม้จะได้ชื่อว่าหมัดแมว แต่พวกมันก็สามารถกระโดดดูดเลือดสัตว์อื่นรวมถึงคนได้เช่นกัน

ลักษณะ

เป็นแมลงขนาดเล็กมาก มี 6 ขา ลำตัวแบนลีบทางด้านข้าง มีขาหลังที่ยาวและแข็งแรงมาก ทำให้หมัดเป็นปรสิตสายกระโดดที่เคลื่อนที่ได้ว่องไว

วงจรชีวิต

หมัดแมวมีวงจรชีวิตที่แตกต่างจากเห็บอย่างชัดเจน เพราะหมัดนั้นจะอยู่บนตัวสัตว์ตลอดชีวิต ถ้าออกจากสัตว์ก็จะตายในที่สุด พวกมันจะดูดเลือด ผสมพันธุ์ และวางไข่บนตัวสัตว์ แต่ไข่ของหมัดมักจะร่วงหล่นลงไปตามพื้นหรือที่นอนของสัตว์เลี้ยงเพื่อฟักเป็นตัวอ่อนต่อไป

การติดต่อ

หมัดแมวติดต่อด้วยการกระโดดจากสัตว์ตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่ง โดยตรงหรือกระโดดเกาะเมื่อสัตว์เดินผ่านบริเวณที่มีดักแด้ของหมัดฟักตัวอยู่

อันตรายที่ได้รับ

หมัดเป็นพาหะนำโรคพยาธิตัวตืดเม็ดแตงกวา นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดโรคพยาธิในเม็ดเลือดได้โดยเฉพาะในแมว ก่อให้เกิดปัญหาภูมิแพ้ผิวหนัง และหากโดนหมัดจำนวนมากดูดเลือด อาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจางอย่างรุนแรงได้

เปรียบเทียบความแตกต่างของทั้งเห็บหมาและหมัดแมว


หัวข้อ

เห็บหมา (Tick)

หมัดแมว (Flea)

ลักษณะทางกายภาพ

ลำตัวแบนกว้าง เมื่อดูดเลือดอิ่มจะพองเป่ง ตัวเต็มวัยมี 8 ขา

ลำตัวแบนลีบทางด้านข้าง ขนาดเล็กมาก มี 6 ขา

การเคลื่อนที่ / การติดต่อ

ใช้การคลาน รอสัตว์เดินผ่านเพื่อเกาะ

ใช้การกระโดด จากสัตว์ตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่ง

แหล่งที่อยู่อาศัยหลัก

วงจรชีวิตส่วนใหญ่ซ่อนตัวอยู่ในสิ่งแวดล้อม และขึ้นตัวสัตว์เพื่อดูดเลือด

อาศัยอยู่บนตัวสัตว์ตลอดชีวิต หากออกจากสัตว์จะตายในที่สุด

อันตรายและโรคที่นำมา

พยาธิเม็ดเลือด (Ehrlichiosis, Babesiosis, ฯลฯ) โรคตับ โรคไต

พยาธิตัวตืดเม็ดแตงกวา พยาธิเม็ดเลือดในแมว โลหิตจางรุนแรง


3 ขั้นตอนกำจัดเห็บ-หมัด ให้สิ้นซาก

การจะกำจัดปรสิตเหล่านี้ให้ได้ผล 100% ไม่ใช่แค่การหยอดยาแล้วจบ แต่ต้องทำควบคู่กันทั้งบนตัวสัตว์และในบ้านตามขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 กำจัดและป้องกันบนตัวสัตว์เลี้ยง

สิ่งที่สำคัญที่สุดเพื่อหยุดการดูดเลือดและการวางไข่ใหม่บนตัวสัตว์เลี้ยงของเรา

  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ปัจจุบันมีนวัตกรรมหลายรูปแบบ เช่น ยาหยดหลัง (Spot-on), ยากิน (Chewable) ที่ออกฤทธิ์ได้นาน 1-3 เดือน หรือ ปลอกคอป้องกันเห็บหมัด ซึ่งแต่ละชนิดมีกลไกการออกฤทธิ์ต่างกัน ควรปรึกษาสัตวแพทย์ที่โรงพยาบาลสัตว์ เพื่อเลือกตัวยาที่ปลอดภัยต่อสายพันธุ์และน้ำหนักของสัตว์เลี้ยง
  • อาบน้ำด้วยแชมพูกำจัดเห็บหมัด ช่วยกำจัดตัวเต็มวัยได้ทันทีส่วนหนึ่ง และการใช้หวีสางหมัด จะช่วยขจัดตัวหมัดและขี้หมัดออกจากขนแมวได้ดีเยี่ยม
  • ตรวจเช็กจุดซ่อนเร้นตามตัว หลังพาไปเดินเล่นควรตรวจเช็กจุดที่เห็บชอบเกาะ เช่น ซอกนิ้วเท้า ใบหู รอบดวงตา และใต้รักแร้

ขั้นตอนที่ 2 ทำความสะอาดและตัดวงจรในสิ่งแวดล้อม

เพราะเห็บและหมัดกว่า 90% ซ่อนตัวอยู่ในบ้านและบริเวณบ้าน ไม่ใช่บนตัวสัตว์เลี้ยง การจัดการในบ้านจึงต้องเน้นจุดที่ต่างกัน

วิธีกำจัดเห็บหมา

  • อุดรอยร้าว เห็บชอบวางไข่ตามรอยแตกของกำแพงหรือรอยต่อของไม้พื้น การซ่อมแซมจุดเหล่านี้จะลดที่ซ่อนตัวของเห็บได้
  • จัดการสวนและกำแพง ตัดหญ้าให้สั้น และใช้ยากำจัดเห็บสำหรับสิ่งแวดล้อมฉีดพ่นตามกำแพงหรือพื้นปูน ระวังการใช้สารเคมีในขณะที่มีสัตว์เลี้ยงอยู่

วิธีกำจัดหมัดแมว

  • ดูดฝุ่นบ่อย ๆ เน้นบริเวณพรม ซอกโซฟา และมุมมืดที่แสงแดดส่องไม่ถึง เพื่อดูดไข่และตัวอ่อนหมัด
  • ซักเครื่องนอนด้วยน้ำร้อน นำผ้าปูที่นอนหรือเบาะนอนสัตว์เลี้ยงไปซักด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิ 60 องศาขึ้นไป เพื่อฆ่าตัวอ่อนและดักแด้หมัดให้ตายสนิท

ขั้นตอนที่ 3 รักษาวินัยและทำอย่างต่อเนื่อง

ความผิดพลาดส่วนใหญ่คือ หยุดยาเมื่อไม่เห็นตัว แต่ความจริงคือไข่ที่ซ่อนอยู่อาจฟักตัวออกมาใหม่ได้ตลอดเวลา

  • ป้องกันต่อเนื่องทุกเดือน แม้จะไม่เห็นเห็บหรือหมัดบนตัวสัตว์แล้ว ก็ควรให้ยาป้องกันอย่างสม่ำเสมอตามรอบ เพื่อให้ร่างกายสัตว์เลี้ยงมีฤทธิ์ยาที่พร้อมจัดการปรสิตตัวใหม่ที่จะกระโดดขึ้นมาทันที
  • ป้องกันสัตว์เลี้ยงทุกตัวในบ้าน หากบ้านไหนเลี้ยงทั้งหมาและแมว ต้องทำความสะอาดและให้ยาป้องกันพร้อมกันทุกตัว มิฉะนั้นสัตว์ตัวที่ไม่ได้ป้องกันจะกลายเป็นแหล่งกบดานให้ปรสิตกลับมาแพร่พันธุ์ใหม่ได้อีกครั้ง

รูปแบบยาและผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัด เลือกใช้แบบไหนดี ?

ปัจจุบันมี วิธีกำจัดเห็บหมาและหมัดแมวบนตัวสัตว์เลี้ยงหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละชนิดมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่ต่างกัน เจ้าของสามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับความรุนแรงของสถานการณ์ได้ ดังนี้

  • ยาแบบสเปรย์ (Spray) ออกฤทธิ์ได้ดีและรวดเร็วมาก เหมาะสำหรับกรณีฉุกเฉินที่พบว่าสัตว์เลี้ยงมีเห็บหมัดเกาะอยู่บนตัวเป็นจำนวนมาก
  • ยาหยอดหลังหรือยาหยดเห็บหมัด เป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และเป็นที่นิยมที่สุด เหมาะสำหรับการใช้ป้องกันเป็นประจำทุกเดือน หรือในกรณีที่เพิ่งเริ่มมีเห็บหมัดน้อย ๆ
  • ยากินป้องกัน ชนิดรายเดือน หรือราย 3 เดือน ให้ผลการป้องกันที่แม่นยำ ตัวยากระจายได้ทั่วถึงทั้งร่างกาย และสะดวกตรงที่ไม่ต้องกังวลเรื่องการสัมผัสตัวยาบนผิวหนังหลังใช้งาน เหมาะกับบ้านที่มีเด็กเล็ก
  • ปลอกคอป้องกันเห็บหมัด ออกฤทธิ์ครอบคลุมได้ยาวนานหลายเดือน แต่อาจต้องศึกษาวิธีสวมใส่ให้รัดพอดีและปลอดภัย เพื่อป้องกันการหลุดหรือสัตว์เลี้ยงเลียกัด
  • ผลิตภัณฑ์รูปแบบอื่น เช่น แป้ง แชมพู และยาผสมน้ำอาบ การอาบน้ำด้วยแชมพูช่วยจัดการปรสิตตัวเต็มวัยให้หลุดออกได้ทันที แต่แชมพูหรือแป้งมักมีประสิทธิภาพในการป้องกันระยะยาวที่ต่ำกว่า ส่วนยาผสมน้ำอาบบางชนิดมีขอบเขตความปลอดภัยค่อนข้างต่ำ จึงต้องระมัดระวังในการใช้และสัดส่วนการผสมเป็นพิเศษ

ก่อนการใช้ยากำจัดเห็บหมัดทุกครั้งควรปรึกษาสัตวแพทย์ที่โรงพยาบาลสัตว์ ทุกครั้งก่อนเริ่มใช้ยา เพื่อรับคำแนะนำในการเลือกรูปแบบที่ปลอดภัย ตรงกับน้ำหนัก ช่วงอายุ และสายพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงมากที่สุด

จบปัญหาเห็บหมัดกวนใจ ปรึกษาสัตวแพทย์ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ

ปัญหาเห็บหมัดไม่ใช่แค่เรื่องน่ารำคาญ แต่เป็นภัยเงียบที่อาจทำร้ายเพื่อนรักสี่ขาของคุณถึงชีวิต การพยายามหาวิธีรักษาหรือเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กำจัดปรสิตด้วยตัวเองตามอินเทอร์เน็ตอาจมีความเสี่ยงเรื่องยาปลอมหรือยาเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะในน้องแมวที่ร่างกายมีความไวต่อสารเคมีสูงมาก หากใช้ผิดประเภทอาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

หากคุณลองใช้วิธีกำจัดเห็บหมาหรือหมัดแมวด้วยตัวเองแล้วยังไม่ได้ผล หรือต้องการวางแผนการป้องกันระยะยาวอย่างปลอดภัยและตรงจุด สามารถพาน้องหมาน้องแมวมาปรึกษาทีมสัตวแพทย์ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง เราพร้อมให้คำแนะนำและบริการรักษาสัตว์อย่างครบวงจร เพื่อช่วยคุณประเมินอาการ ตรวจหาโรคแทรกซ้อน และเลือกผลิตภัณฑ์กำจัดปรสิตที่ได้มาตรฐานสากล เหมาะสมกับน้ำหนัก ช่วงอายุ และสายพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงคุณที่สุด ให้เราช่วยดูแลปกป้องเพื่อนสี่ขาของคุณให้ปลอดภัยจากปรสิตร้าย เพื่อให้เขาอยู่เคียงข้างคุณไปได้อีกนานเท่านาน

ปรึกษาเราได้ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อสาขาใกล้บ้านคุณ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-079-9999

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเห็บหมาและหมัดแมว (FAQs)

Q: เลี้ยงแมวระบบปิด 100% จำเป็นต้องให้ยาป้องกันหมัดแมวหรือไม่ ?

A: จำเป็นอย่างยิ่ง แม้สัตว์เลี้ยงจะไม่ได้ออกไปนอกบ้าน แต่คนเป็นพาหะนำไข่หมัดหรือตัวหมัดที่ติดมากับรองเท้า ขากางเกง หรือกระเป๋า เข้ามาในบ้านและแพร่สู่แมวระบบปิดได้ การป้องกันไว้ก่อนจึงปลอดภัยที่สุด

Q: บีบเห็บหมาให้เลือดแตก จะทำให้ไข่กระจายจริงไหม ?

A: ความเชื่อที่ว่าบีบเห็บแล้วไข่จะกระจายและฟักเป็นตัวนั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากไข่ในท้องเห็บต้องใช้เวลาในการพัฒนาและฟักตัวตามธรรมชาติ แต่สิ่งที่เป็นอันตรายจากการบีบเห็บด้วยมือเปล่า คือ เชื้อโรคและแบคทีเรียที่อยู่ในเลือดของเห็บอาจซึมเข้าสู่บาดแผลบนมือเรา หรือกระเด็นเข้าตา ทำให้ติดเชื้อหรือเกิดอาการแพ้รุนแรงได้

Q: สุนัขและแมวสามารถใช้แชมพูกำจัดเห็บหมัดร่วมกันได้ไหม ?

A: ไม่แนะนำให้ใช้ร่วมกัน แชมพูกำจัดเห็บหมัดมักมีส่วนผสมของสารเคมีซึ่งความเข้มข้นที่ปลอดภัยสำหรับสุนัข อาจเป็นพิษต่อแมวได้ ควรแยกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระบุชัดเจนว่าสำหรับแมว หรือสำหรับสุนัขเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุด


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways