Thonglor Pet Hospital, Open 24 hours

ไปหาคุณหมอได้ยามาแล้ว ก็ต้องป้อนให้ได้สินะ!

21 / Jan / 2021

เมื่อพาน้องแมวป่วยไปหาคุณหมอ แน่นอนว่าต้องได้ยามากินแน่ๆ อาจจะเป็นยาเม็ด หรือยาน้ำ ก็แล้วแต่ แต่ไม่ว่าจะรูปแบบใด ก็ป้อนไม่ได้สักที แบบนี้ น้องแมวป่วยก็คงไม่หายแน่ๆ ลองมาดูเทคนิคง่ายๆในการป้อนยากันดีกว่า

โดยปกติแล้วน้องแมวจะมีระดับความยากในการป้อนยา มากกว่าน้องหมา เนื่องจากน้องแมวมีอาวุธลับสำคัญนอกจากเขี้ยวฟันอันแหลมคมแล้ว ยังจะมีเล็บที่ซ่อนไว้อีกตั้งสี่ขา พร้อมที่จะสู้รบตบมือกับเราได้เสมอ หลักการป้อนยาที่สำคัญคือ

เม็ดเดียว ครั้งเดียว! ไอ้เม็ดเดียวครั้งเดียวที่ว่านั้นคือ ต้องป้อนให้ได้เลยในครั้งเดียว เนื่องจากถ้าแมวรู้รสขมๆของยาเข้าแล้ว การที่จะป้อนยาเม็ดเดิมนั้นจะยิ่งทวีคูณความยากเข้าไปอีก เพราะเม็ดยาจะเริ่มละลาย เหนียว และน้องแมวตัวแสบเองก็จะฟูมน้ำลายเป็นสัญญาณต่อต้านที่ชัดเจน ก่อนที่จะเริ่มขั้นตอนการป้อนยา ควรตัดเล็บของน้องแมวออกก่อน เพื่อลดความแหลมคมของเล็บ จากนั้น เริ่มการป้อนยาโดยการใช้มือซ้ายจับบริเวณโหนกแก้มโอบล้อมไปทางด้านท้ายทอย และใช้มือขวาที่ถือยาเม็ดพร้อมไว้แล้วนั้น เปิดปากออก โดยการใช้นิ้วง้างริมฝีปากล่างให้อ้าออก จับเจ้าแมวเงยหน้าขึ้นประมาณ90องศา แล้วหย่อนยาให้ลงไปในส่วนที่ลึกที่สุดของลำคอโดยให้โดนลิ้นให้น้อยที่สุด เพื่อลดโอกาสที่น้องแมวจะรสัมผัสรสขมจากยา หลังจากหย่อนยาเสร็จแล้วให้รีบปิดปากให้เร็วที่สุด พร้อมกับลูบบริเวณลำคอเพื่อกระตุ้นการกลืน อย่าเพิ่งรีบปล่อยมือที่จับปากไว้จนกว่าน้องแมวจะแสดงท่าทีการกลืน วิธีการนี้ใช้ได้ดีสำหรับแมวที่ไม่ค่อยโวยวายมาก แต่ทางที่ดี ควรมีคนช่วยจับขาหน้าทั้งสองข้างไว้ เพื่อป้องกันเจ้าแมวตบ แต่ถ้าต้องป้อนคนเดียวจริงๆ ใช้อุปกรณ์ง่ายๆ คือ ผ้าขนหนูหนาๆ ห่อตัวเจ้าตัวแสบไว้เพื่อลดความเสี่ยงที่จะได้แผลจากเล็บอันแหลมคม

เราจะใช้วิธีการดังกล่าวข้างต้นนั้นมาประยุกต์ใช้กับการป้อนยาน้ำ ที่ต้องป้อนด้วยไซริงค์ โดยที่ยาน้ำ ไม่ต้องแหงนหน้าแมวขึ้นมากนัก ปล่อยยาเข้าที่ช่องฟันด้านข้างกระพุ้งแก้ม ทีละน้อย ให้ค่อยๆกลืนยาเข้าไป เพียงเท่านี้ เจ้าแมวป่วยของคุณ ก็จะได้รับยา และขนาดยาตามที่คุณหมอสั่งแล้วล่ะ

cr; สพ.ญ. ศุภิสรา วงศ์สุทธาวาส

Related Post