นัดหมาย ค้นหาแพทย์ ติดต่อเรา

การทำหมันหมา และการทำหมันแมว

สุนัข 17 กันยายน 2565 1339 Views

        คุณทราบหรือไม่ว่า..... การทำหมันหมาและทำหมันแมวมีประโยชน์มากมาย ไม่ใช่แค่เป็นการควบคุมจำนวนสัตว์เลี้ยงเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อตัวสัตว์เลี้ยงเองในแง่ของการลดโอกาสการเกิดโรคต่างๆที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนของระบบสืบพันธุ์ นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการไม่พึงประสงค์ต่างๆ ในช่วงที่สุนัขและแมวเป็นสัดอีกด้วย

        วางยาสลบโดยวิสัญญีสัตวแพทย์ ผ่าตัดโดยทีมสัตวแพทย์ศูนย์ศัลยกรรมที่มีคุณภาพ อุปกรณ์และห้องผ่าตัดสะอาดได้มาตรฐาน ดูแลหลังผ่าตัดโดยทีมพยาบาลมืออาชีพ

การทำหมันหมา และการทำหมันแมวเพศเมีย

        วิธีการทำหมัน มักใช้วิธีตัดทั้งรังไข่และมดลูกออกโดยเรียกวิธีนี้ว่า Ovariohysterectomy หรือ OVH นั่นเอง ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมใช้ในปัจจุบัน โดยในสมัยก่อนมีการทำหมันโดยการตัดเฉพาะรังไข่ออกนั้น อาจทำให้มีโอกาสเกิดการติดเชื้อของมดลูกที่เหลืออยู่และกลายเป็นหนองได้ หรือการตัดเฉพาะมดลูกเพียงอย่างเดียวนั้นจะยังทำให้สุนัขหรือแมวยังมีอาการเป็นสัดและยังยอมรับการผสมพันธุ์จากสัตว์เพศผู้อยู่ เนื่องจากยังมีฮอร์โมนเพศที่สร้างจากรังไข่ที่เหลืออยู่ และปากมดลูกที่เหลือมีโอกาสติดเชื้อเป็นหนองได้เช่นกัน ดังนั้นการทำหมันโดยการตัดทั้งรังไข่และมดลูกออก (Ovariohysterectomy หรือ OVH) นั่น จึงเป็นวิธีที่ใช้ในปัจจุบัน

อายุที่เหมาะสม

        อายุที่เริ่มเป็นสัดครั้งแรกขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ พันธุกรรม น้ำหนักตัวความสมบูรณ์พันธุ์ การใกล้ชิดกับตัวผู้ และปัจจัยอื่นๆ โดยทั่วไป การเป็นสัดครั้งแรกอยู่ในช่วง 6- 12 เดือน  ดังนั้นอายุที่เหมาะสมแก่การทำหมันคือ 8- 10 เดือน สำหรับสุนัข และ 6-8 เดือน สำหรับแมว เพื่อให้ระบบสืบพันธุ์มีการพัฒนาเต็มที่แล้ว

        สำหรับกรณีที่ต้องการเริ่มทำหมันก่อนวัยเจริญพันธุ์ สามารถทำได้ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปหรือทำวัคซีนครบแล้ว แต่ถ้าทำหมันในสัตว์ที่อายุน้อยกว่านี้จะมีความเสี่ยงในการวางยาสลบ เนื่องจากการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายยังไม่สมบูรณ์

ทำหมันหมาและทําหมันแมวมีข้อดีดังนี้

  • ข้อดีของการทำหมันก่อนวัยเจริญพันธุ์คือช่วยลด การเกิดเนื้องอกเต้านม เนื่องจากไม่ต้องผ่านภาวะที่ร่างกายอยู่ภายใต้อิทธิพลของฮอร์โมนที่กระตุ้นการสร้างต่อมน้ำนม
  • ป้องกันการเกิดมดลูกอักเสบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ ซึ่งถือว่าเป็นโรคที่อันตรายต่อชีวิตในสัตว์เพศเมีย
  • แมวเพศเมียที่อยู่ในช่วงเป็นสัดมักจะร้องเสียงดังเกือบตลอดเวลา สร้างความรำคาญให้กับเจ้าของและอาจหนีออกไปหาแมวตัวผู้ ซึ่งมีโอกาสติดโรคกลับมาได้ การทำหมันสามารถจัดการกับปัญหานี้ได้เช่นกัน

การทำหมันหมา และการทำหมันแมวเพศผู้

มีด้วยกัน 2 วิธี คือ

  1. ตัดลูกอัณฑะออกทั้งสองข้าง หรือเรียกว่า castration เป็นวิธีการที่นิยมในสัตว์ เนื่องจากช่วยลด พฤติกรรมทางเพศได้ เช่นการหนีออกจากบ้าน การปัสสาวะเรี่ยราด เพื่อกำหนดอาณาเขตบริเวณ การต่อสู้ ก้าวร้าวกับสัตว์เพศผู้อื่นๆ ช่วยลดความผิดปกติของลูกอัณฑะ อัณฑะอักเสบ การรักษาความผิดปกติของต่อมลูกหมาก เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก และ ต่อมลูกหมากโต (prosthetic gland hyperplasia)
  2. ตัดเพียงท่อน้ำอสุจิออกหรือ vasectomy วิธีนี้เป็นการควบคุมจำนวนประชากรเพียงอย่างเดียว ไม่ลดพฤติกรรมทางเพศที่สร้างความรำคาญแก่เจ้าของสัตว์ เพราะลูกอัณฑะยังมีการสร้างฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรนอยู่ แต่วิธีนี้มักจะทำเพื่อคงความสวยงาม โดยสุนัขยังมีลูกอัณฑะอยู่เหมือนปกติ

        พบว่าหลังการทำหมันสุนัขตัวผู้หรือทําหมันแมว แม้หลายคนจะมองว่ามีข้อดีคือสัตว์มักมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากสุนัขและแมวของเรามีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรมต่างๆลดลง ซึ่งการที่สัตว์เลี้ยงแสนรักของเราดูอ้วนท้วมขึ้นแม้จะดูน่ารักถูกใจหลายๆคน แต่อย่าลืมเรื่องการคุมน้ำหนักไม่ให้มากเกินไป โดยการให้อาหารแคลลอรี่ต่ำและพาไปออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นหลังทำหมันแมวอาจจะประสบปัญหากับโรคอ้วนได้

การเตรียมตัวก่อนการทำหมัน

        สัตว์เลี้ยงควรมีสุขภาพดี แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยก่อนทำหมันสุนัขหรือทําหมันแมว โดยต้องทำการตรวจร่างกายและตรวจเลือดก่อนทำหมัน โดยสัตวแพทย์ ว่าปกติดีหรือไม่ เพราะบางครั้งสุนัขและแมวบางตัวอาจมีโรคบางชนิดซ่อนอยู่แต่ไม่แสดงอาการ ซึ่งผลเลือดสามารถบอกได้ว่าสุขภาพปกติ แข็งแรงดีหรือไม่ ถ้าผลเลือดออกมาปกติก็สามารถทำหมันได้โดยไม่ต้องกังวล แต่ถ้ามีข้อผิดปกติก็ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์อย่างเคร่งครัดต่อไป

        งดอาหารและน้ำ อย่างน้อย 8-12 ชม. ตามที่สัตวแพทย์แนะนำก่อนการผ่าตัดทำหมันเนื่องจากการทำหมันจะมีการวางยาสลบ หากมีน้ำหรือเศษอาหารอยู่ในกระเพาะอาหาร อาจทำให้เกิดการสำลักอาหาร และอุดตันทางเดินหายใจระหว่างการผ่าตัด ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

Powered by Froala Editor

Powered by Froala Editor