แมวเป็นหวัด อาการ สาเหตุ และวิธีดูแลรักษาที่ถูกต้อง

แชร์
แมว ,โรคและการรักษา ,โรคที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง 1 กรกฎาคม 2569 211 ครั้ง

โรคหวัดแมว (Cat Flu)/(Feline Upper Respiratory Tract Disease) (URTD) หรือภาวะที่แมวเป็นหวัด เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจของแมว พบได้บ่อยทั้งในลูกแมวและแมวโต โดยเฉพาะแมวที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอหรืออยู่รวมกับแมวจำนวนมาก ทำให้น้องแมวมีอาการจาม น้ำมูกไหล ซึม เบื่ออาหาร หรือมีไข้ได้ อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นโรคที่พบได้บ่อย แต่หากเจ้าของสังเกตอาการได้เร็วและดูแลรักษาอย่างถูกวิธี น้องแมวก็มีโอกาสฟื้นตัวและกลับมาแข็งแรงได้

บทความนี้จะพาเจ้าของสัตว์เลี้ยงมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการ สาเหตุที่ทำให้เกิดโรค วิธีดูแลรักษาเบื้องต้น รวมถึงแนวทางป้องกันเพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคในอนาคต


Key Takeaways

  • แมวเป็นหวัด เป็นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจแมวที่พบได้บ่อย โดยมีสาเหตุหลักจากเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย
  • อาการที่พบบ่อย ได้แก่ จาม น้ำมูกไหล น้ำตาไหล ซึม มีไข้ และเบื่ออาหาร ซึ่งอาจมีความรุนแรงแตกต่างกันไป
  • หากแมวมีอาการหายใจลำบาก ไม่กินอาหาร ไข้สูง หรือน้ำมูกสีผิดปกติ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที
  • การฉีดวัคซีน ดูแลสุขอนามัย และลดความเครียด เป็นวิธีสำคัญที่ช่วยป้องกันโรคหวัดแมวได้ในระยะยาว

สารบัญบทความ


สาเหตุที่ทำให้แมวเป็นหวัด

สาเหตุแมวเป็นหวัด

สาเหตุที่ทำให้แมวเป็นหวัดเกิดได้จากหลายปัจจัยด้วยกัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักเกิดจากเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียที่สามารถติดต่อระหว่างแมวได้ง่าย โดยเฉพาะในบ้านที่เลี้ยงแมวหลายตัว ฟาร์มแมว หรือสถานที่รับฝากสัตว์ ซึ่งเชื้อที่เป็นสาเหตุหลักของโรคหวัดแมวสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิดสำคัญ ดังนี้

เชื้อไวรัส (Virus)

  • Feline Herpesvirus (FHV-1) 

Feline Herpesvirus หรือ FHV-1 เป็นเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจแมว โดยมักทำให้แมวมีอาการจาม น้ำมูกไหล ตาแดง มีขี้ตา หรือเยื่อบุตาอักเสบ ในบางกรณีเชื้อสามารถแฝงตัวอยู่ในร่างกายได้ เมื่อแมวเกิดความเครียด พักผ่อนน้อย หรือภูมิคุ้มกันลดลง อาการอาจกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

  • Feline Calicivirus (FCV)

Feline Calicivirus หรือ FCV เป็นอีกหนึ่งเชื้อไวรัสที่ทำให้แมวเป็นหวัดได้บ่อย โดยนอกจากอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจแมวแล้ว แมวบางตัวอาจมีแผลในช่องปาก ลิ้นอักเสบ หรือกินอาหารได้น้อยลงเพราะรู้สึกเจ็บภายในปาก ทำให้น้องแมวเบื่ออาหารและอ่อนแรงได้

เชื้อแบคทีเรีย (Bacteria)

Bordetella bronchiseptica เป็นเชื้อแบคทีเรียที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจแมวโดยตรง สามารถทำให้แมวมีอาการไอ จาม หายใจลำบาก หรือมีเสียงหายใจผิดปกติ โดยมักพบในแมวที่อยู่รวมกันหลายตัว เช่น บ้านแมว ฟาร์มแมว หรือสถานที่รับฝากสัตว์ ซึ่งเชื้อชนิดนี้สามารถแพร่กระจายระหว่างแมวได้ง่ายผ่านการไอ จาม และการสัมผัสสารคัดหลั่งของแมวที่ติดเชื้อ

การติดต่อระหว่างแมวด้วยกัน

โรคหวัดแมวเป็นโรคติดต่อระหว่างแมว โดยแพร่กระจายได้ผ่านน้ำลาย น้ำมูก ขี้ตา การไอหรือจาม รวมถึงการใช้ชามอาหาร กระบะทราย หรือของเล่นร่วมกัน ทั้งนี้ สำหรับคนที่สงสัยว่าแมวเป็นหวัดติดคนได้ไหม? คำตอบคือไม่สามารถติดต่อได้ ทั้งจากแมวสู่คนหรือคนสู่แมว


อาการแมวเป็นหวัด มีอะไรบ้าง?

อาการแมวเป็นหวัด

เมื่อแมวเป็นหวัด น้องมักจะแสดงอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจแมวคล้ายกับคนที่เป็นหวัด โดยอาการอาจแตกต่างกันไปตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อ อายุ และภูมิคุ้มกันของแมวแต่ละตัว ซึ่งเจ้าของสัตว์เลี้ยงควรหมั่นสังเกตความผิดปกติอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถดูแลและพาไปรักษาได้ทันเวลา

อาการหลักที่พบบ่อย

อาการของแมวเป็นหวัดที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • แมวจามบ่อย
  • แมวน้ำมูกไหล
  • น้ำตาแมวไหลหรือมีขี้ตาเยอะ
  • ตาแดง ตาอักเสบ
  • ซึม ไม่ค่อยร่าเริง
  • แมวมีไข้ ตัวอุ่นกว่าปกติ
  • เบื่ออาหาร หรือกินได้น้อยลง
  • หายใจเสียงดัง คัดจมูก
  • ไอ หรือหายใจลำบากในบางกรณี

อาการระดับรุนแรง

หากแมวเริ่มมีอาการซึมมาก ไข้สูง เบื่ออาหาร หายใจลำบาก น้ำมูกข้นสีเหลืองหรือเขียว รวมถึงมีแผลในช่องปากจนกินอาหารไม่ได้ โดยเฉพาะในลูกแมวหรือแมวที่ภูมิคุ้มกันต่ำ อาการอาจลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ จึงควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที


เมื่อใดควรพาแมวไปพบสัตวแพทย์?

หลายคนอาจมีคำถามว่าแมวเป็นหวัดหายเองได้ไหม? ความจริงแล้ว โดยทั่วไปแมวสามารถฟื้นตัวได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม หากในช่วง 3-4 วันแรก อาการยังไม่ดีขึ้นหรือมีแนวโน้มแย่ลง ควรพาแมวที่เป็นหวัดไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาลสัตว์เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติม เพราะการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจแมวที่ปล่อยไว้นาน อาจพัฒนาไปเป็นโรคปอดบวมได้

นอกจากนี้ ลูกแมว แมวสูงวัย แมวอ่อนแอที่มีโรคประจำตัว แมวที่กำลังให้นมลูก หรือแมวที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงและควรได้รับการดูแลจากสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อมีสัญญาณอันตรายดังนี้

  • แมวซึมไม่กินอาหาร ไม่กินข้าวและน้ำติดต่อกันนาน
  • แมวหายใจลำบาก หอบ หรืออ้าปากหายใจ
  • แมวมีไข้สูง ซึม หรืออ่อนแรงผิดปกติ
  • แมวมีน้ำมูกมีสีเหลือง สีเขียว หรือมีลักษณะข้นผิดปกติ
  • แมวไอหนัก หรือหายใจมีเสียงดัง

วิธีรักษาแมวเป็นหวัด

วิธีรักษาแมวเป็นหวัดจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ โดยสัตวแพทย์จะพิจารณาวิธีรักษาตามชนิดของเชื้อและสุขภาพโดยรวมของน้องแมว เพื่อช่วยลดอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับระบบทางเดินหายใจแมว

ให้ยาปฏิชีวนะ

หากสัตวแพทย์สงสัยว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย หรือมีการติดเชื้อแทรกซ้อน เช่น น้ำมูกข้นสีเหลืองหรือเขียว อาจมีการให้ยาปฏิชีวนะแมวเพื่อควบคุมการติดเชื้อและลดการอักเสบของน้องแมว

ให้ยาต้านไวรัส

ในกรณีที่แมวเป็นไข้หวัดจากเชื้อไวรัสบางชนิด โดยเฉพาะ Feline Herpesvirus (FHV-1) สัตวแพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัสเพื่อช่วยลดความรุนแรงของอาการไข้หวัดแมว และช่วยให้น้องแมวฟื้นตัวได้ดีขึ้น

ให้ยาหยอดตาและยาแก้อักเสบ

หากแมวมีอาการตาแดง เยื่อบุตาอักเสบ หรือมีขี้ตาเยอะจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจแมว สัตวแพทย์อาจจ่ายยาหยอดตาหรือยาป้ายตาเพื่อช่วยลดการอักเสบและลดการติดเชื้อบริเวณดวงตา รวมถึงอาจมีการให้ยาแก้อักเสบในบางกรณี เพื่อลดอาการบวม ระคายเคือง และช่วยให้น้องแมวรู้สึกสบายตัว

การรักษาแบบประคองอาการ

สำหรับแมวที่มีอาการซึม เบื่ออาหาร หรือขาดน้ำ สัตวแพทย์อาจให้การดูแลรักษาแมวเป็นหวัดแบบประคองอาการร่วมด้วย เช่น

  • ให้น้ำเกลือในกรณีที่แมวกินน้ำได้น้อย
  • ยาลดไข้หรือยาลดอาการอักเสบ
  • ยาพ่นหรือยาช่วยละลายเสมหะ

วิธีป้องกันไม่ให้แมวเป็นหวัด

วิธีป้องกันไม่ให้แมวเป็นหวัด สามารถเริ่มต้นได้จากการดูแลสุขภาพและสภาพแวดล้อมของน้องแมวอย่างเหมาะสม โดยมีแนวทางในการดูแลดังนี้

  • ฉีดวัคซีนอย่างสม่ำเสมอ การฉีดวัคซีนแมวจะช่วยลดความรุนแรงของอาการและลดโอกาสการติดเชื้อจากไวรัสที่พบบ่อย เช่น Feline Herpesvirus (FHV-1) และ Feline Calicivirus (FCV) เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรพาน้องแมวไปฉีดวัคซีนตามกำหนด และตรวจสุขภาพเป็นประจำ
  • แยกแมวใหม่ก่อนเข้าบ้าน หากมีการรับแมวใหม่เข้ามาเลี้ยง ควรแยกน้องออกจากแมวตัวอื่นในช่วงแรก เพื่อสังเกตอาการและลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ 
  • ดูแลสุขอนามัยภายในบ้าน เช่น ชามอาหาร กระบะทราย ของเล่น และพื้นที่ที่แมวใช้งานเป็นประจำ เพราะเชื้อที่ทำให้แมวเป็นหวัดสามารถแพร่ผ่านสารคัดหลั่งและสิ่งของที่ปนเปื้อนได้
  • ลดความเครียดของน้องแมว ความเครียดเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ภูมิคุ้มกันของแมวลดลง และอาจกระตุ้นให้อาการกลับมาเป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะในแมวที่มีเชื้อแฝงอยู่ในร่างกาย 

แมวเป็นหวัด อาการป่วยของน้องแมวที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม

โรคหวัดแมวเป็นโรคที่พบได้บ่อยและเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจแมว ซึ่งสามารถเกิดได้ทั้งจากเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่ จาม น้ำมูกไหล น้ำตาไหล ซึม และเบื่ออาหาร อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอาการส่วนใหญ่จะไม่รุนแรงและสามารถหายได้เอง แต่เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรหมั่นสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เพราะหากปล่อยไว้นานอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อสุขภาพของน้องแมวได้

หากเจ้าของกำลังกังวลว่าน้องแมวมีอาการที่รุนแรงขึ้น สามารถพาเข้ารับการตรวจและขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่คลินิกแมวของโรงพยาบาลสัตว์ Thonglor Pet Hospital เพื่อให้น้องแมวได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและปลอดภัยที่สุดอย่างทันท่วงที

นัดหมายออนไลน์ได้ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ เปิด 24 ชั่วโมง เพราะชีวิตรอไม่ได้ | thonglorpet.com


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ แมวเป็นหวัด

แมวเป็นหวัดหายเองได้ไหม?

ในบางกรณีสามารถหายเองได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ หากอาการไม่รุนแรงและได้รับการดูแลที่เหมาะสม แต่หากมีอาการซึม หายใจลำบาก หรือไม่กินอาหาร ควรรีบพบสัตวแพทย์

หวัดแมวติดคนได้ไหม?

โรคหวัดแมวไม่ติดต่อสู่คน เพราะเชื้อส่วนใหญ่เป็นเชื้อเฉพาะในแมว แต่สามารถแพร่กระจายระหว่างแมวด้วยกันได้ง่าย

โรคหวัดแมวกับไข้หัดแมวเหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกัน หวัดแมวเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจแมว ส่วนไข้หัดแมวเป็นโรคไวรัสรุนแรงที่ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารและภูมิคุ้มกันของแมว


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways