Key takeaway
โรคเชื้อราแมวเป็นปัญหาผิวหนังติดต่อที่พบได้บ่อยและสามารถแพร่กระจายสู่คนได้ มีสาเหตุหลักมาจากความชื้น ภูมิคุ้มกันตก หรือการสัมผัสสปอร์เชื้อราในสิ่งแวดล้อม โดยมีอาการเด่นคือขนร่วงเป็นวงกลม ผิวหนังแห้งลอกเป็นสะเก็ด และมีอาการคัน การรักษาโรคนี้ให้หายขาดต้องอาศัยเวลาและความอดทน ผ่านการใช้ยาอย่างถูกต้องภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์ ควบคู่ไปกับการทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมและของใช้สัตว์เลี้ยงอย่างเคร่งครัด เพื่อกำจัดสปอร์ที่ตกค้างและป้องกันการแพร่กระจายหรือกลับมาเป็นซ้ำ
โรคเชื้อราแมวเป็นปัญหาผิวหนังยอดฮิตที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในกลุ่มน้องแมวขนยาวอย่างสายพันธุ์เปอร์เซีย ซึ่งตัวการหลักที่ก่อให้เกิดโรคนี้คือเชื้อรา 3 ชนิด ได้แก่ Microsporum canis, Microsporum gypseum และ Trichophyton mentagrophyte เชื้อราเหล่านี้จะเข้าไปแฝงตัวอยู่บนผิวหนังชั้นนอก เส้นขน และเล็บของแมว โดยอาศัยการกินโปรตีน "เคราติน" บนผิวหนังเป็นอาหารเพื่อเจริญเติบโต
โดยทั่วไป แมวสามารถรับเชื้อราได้จาก 2 ช่องทางหลัก คือ การสัมผัสคลุกคลีกับแมวที่ป่วยโดยตรง หรือ การสัมผัสกับ "สปอร์เชื้อรา" ที่ร่วงหล่นอยู่ตามสิ่งแวดล้อม เช่น เบาะนอน หรือพรม
ที่ต้องระวังก็คือ แมวบางตัวอาจรับเชื้อมา แต่ไม่แสดงอาการเจ็บป่วยใด ๆ เลย อาการของโรคจึงมักไปแสดงกับกลุ่มแมวที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ได้แก่
หากน้องแมวติดเชื้อและเริ่มแสดงอาการ เจ้าของสามารถสังเกตความผิดปกติได้ดังนี้

สภาพแวดล้อมที่อับชื้นเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของเชื้อรา หากเจ้าของอาบน้ำให้น้องแมวแล้วเป่าขนไม่แห้งสนิท จะเป็นการสร้างสภาวะที่เหมาะสมให้เชื้อราเจริญเติบโตบนผิวหนังได้อย่างรวดเร็ว
ระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอทำให้ร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มเสี่ยงหลักจึงได้แก่ แมวเด็กที่ภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ แมวสูงวัย หรือแมวที่มีโรคประจำตัวแทรกซ้อนที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอลง
เชื้อราสามารถติดต่อได้ง่ายผ่านการสัมผัสโดยตรงกับแมวที่ป่วย หรือแม้แต่การสัมผัสกับสปอร์ของเชื้อราที่ร่วงหล่นอยู่ในบริเวณที่อยู่อาศัย ซึ่งสปอร์เหล่านี้มีความทนทานสูงและสามารถซ่อนตัวอยู่ตามพรม เบาะนอน หรือของเล่นได้นานเป็นปี
เพื่อให้สามารถรับมือได้ทันท่วงที เจ้าของควรสังเกตอาการเชื้อราแมวอย่างใกล้ชิด โดยเชื้อราแมวมีลักษณะดังนี้
ลักษณะเชื้อราแมวที่ชัดเจนที่สุดคืออาการขนร่วงเป็นหย่อม ๆ มักมีลักษณะเป็นวงกลม ผิวหนังบริเวณนั้นจะแดง แห้ง ลอกเป็นสะเก็ดคล้ายรังแค และแมวอาจมีอาการคันร่วมด้วย ทำให้แมวเกาหรือเลียบริเวณนั้นบ่อยจนเกิดแผลอักเสบ
แมวสายพันธุ์ขนยาวมีความเสี่ยงสูงกว่าแมวขนสั้น เนื่องจากขนที่ยาวและหนาจะกักเก็บความชื้นได้ดีกว่า สายพันธุ์ที่มักพบปัญหาผิวหนังรูปแบบนี้ได้บ่อย ได้แก่ แมวเปอร์เซีย สก็อตทิชโฟลด์ บริติชชอร์ตแฮร์ และแมวขนยาวสายพันธุ์อื่น ๆ
เมื่อพบความผิดปกติ ควรพาน้องแมวมาพบสัตวแพทย์ทันที สัตวแพทย์จะใช้วิธีการตรวจหลายรูปแบบ เช่น การใช้ไฟฉายแบล็กไลท์ส่องดูการเรืองแสงของรอยโรค การส่องกล้องจุลทรรศน์ดูความผิดปกติของเส้นขน หรือ การเพาะเชื้อในห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันชนิดของเชื้อให้แม่นยำที่สุด ซึ่งจะช่วยให้วางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง
สำหรับกรณีที่เป็นรุนแรงหรือลุกลามทั่วตัว สัตวแพทย์อาจจ่ายยากิน ซึ่งต้องมีการคำนวณปริมาณยาตามน้ำหนักตัวอย่างเคร่งครัด ห้ามเจ้าของซื้อยาให้แมวกินเองเด็ดขาด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของตับและไตของแมวได้
หากเป็นในระยะเริ่มต้น หรือรอยโรคไม่กว้างมาก การใช้ยาทาเฉพาะที่ร่วมกับการอาบน้ำด้วยแชมพูยาฆ่าเชื้อรา จะช่วยลดปริมาณเชื้อบนผิวหนังได้ดี วิธีนี้ยังเหมาะสำหรับแมวเด็กที่ยังไม่สามารถรับประทานยาได้อีกด้วย
หลายคนอาจเคยได้ยินสูตรการทายาม่วงเพื่อรักษาแมวที่เป็นเชื้อรา แต่ในทางการแพทย์ไม่แนะนำให้ใช้ เนื่องจากสีของยาม่วงจะไปบดบังรอยโรคที่แท้จริง ทำให้สัตวแพทย์ประเมินอาการและติดตามผลการรักษาได้ยากขึ้น
โรคเชื้อราแมวสามารถติดต่อจากแมวสู่คนได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เด็ก หรือผู้สูงอายุ หากติดเชื้อ ผิวหนังของคนจะมีลักษณะเป็นวงแดง และมีอาการคัน การป้องกันเบื้องต้นทำได้โดยการล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ทุกครั้งหลังสัมผัสแมวที่ป่วย และควรแยกแมวป่วยออกจากคนหรือสัตว์เลี้ยงตัวอื่นในบ้าน เพื่อลดโอกาสการแพร่กระจาย
การกำจัดสปอร์ในบ้านเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก แนะนำให้ทำความสะอาดพื้นผิวต่าง ๆ ด้วยน้ำยาซักผ้าขาวผสมน้ำในอัตราส่วน 1 ต่อ 10 หมั่นดูดฝุ่นตามพรมและโซฟาเป็นประจำ และนำเบาะนอนหรือผ้าห่มของแมวไปซักด้วยน้ำร้อนพร้อมตากแดดจัด ๆ เพื่อฆ่าเชื้ออย่างหมดจด
ปัญหาเชื้อราแมวอาจดูเป็นเรื่องกวนใจและใช้เวลารักษานาน แต่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี หากคุณสังเกตพบรอยโรค ขนร่วง หรือความผิดปกติบนผิวหนังของน้องแมว อย่าปล่อยทิ้งไว้จนลุกลามหรือเสี่ยงซื้อยามาใช้เอง ควรรีบพามาตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดที่ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ เรามีสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือที่ทันสมัย พร้อมวางแผนการรักษาสัตว์ที่ปลอดภัยและตรงจุดที่สุด เพื่อให้เจ้าเหมียวตัวโปรดกลับมามีสุขภาพผิวหนังที่แข็งแรง ขนสวยนุ่มน่ากอด และปลอดภัยต่อทุกคนในบ้าน โดยเราเปิดให้บริการและพร้อมดูแลลูกรักของคุณตลอด 24 ชั่วโมง
ปรึกษาเราได้ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อสาขาใกล้บ้านคุณ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-079-9999
A : โดยทั่วไปต้องใช้เวลาในการรักษาอย่างต่อเนื่องประมาณ 4 ถึง 8 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระบบภูมิคุ้มกันของแมว เจ้าของต้องพาแมวไปพบสัตวแพทย์ตามนัดจนกว่าสัตวแพทย์จะตรวจไม่พบเชื้อแล้ว
A : ไม่เสมอไป แมวบางตัวอาจติดเชื้อและมีอาการขนร่วงหรือมีสะเก็ดรังแคโดยที่ไม่แสดงอาการคันเลยก็ได้ เจ้าของจึงควรสังเกตสภาพผิวหนังและเส้นขนเป็นหลัก
A : ในกรณีที่เป็นรุนแรงหรือมีขนยาวมาก สัตวแพทย์อาจแนะนำให้โกนขนบริเวณที่เกิดรอยโรคหรือโกนทั้งตัว เพื่อให้ง่ายต่อการทายา อีกทั้งแชมพูยังจะสามารถเข้าถึงผิวหนังได้ดีขึ้น และช่วยลดการสะสมของสปอร์บนเส้นขน
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่
#ThonglorPetHospital #TheBestAlways