7 โรคมะเร็งพบบ่อยในสุนัข รู้เร็ว รักษาได้ไว ยืดอายุน้องหมา

แชร์
สุนัข 1 มิถุนายน 2569 10,026 ครั้ง

สำหรับใครที่เลี้ยงสุนัข คงเข้าใจดีว่าน้องหมาก็เป็นเหมือนสมาชิกในครอบครัวคนหนึ่งที่เราอยากจะเห็นเขามีสุขภาพแข็งแรงและอยู่เคียงข้างกันไปให้นานที่สุด อย่างไรก็ตาม หนึ่งในโรคที่เจ้าของสุนัขมักกังวลมากที่สุดคือ “โรคมะเร็ง” ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งผิวหนังสุนัข มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งตับ ฯลฯ เพราะนอกจากจะรักษายากแล้ว ยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความสุขของน้อง ๆ โดยตรงด้วย

ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการรู้จักสัญญาณเตือนตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อช่วยให้เข้ารับการตรวจและรักษาได้เร็วขึ้น ซึ่งมักหมายถึงโอกาสในการควบคุมโรคที่ดีกว่าและคุณภาพชีวิตที่ยาวนานกว่า มาดูกันเลยว่า 7 โรคมะเร็งที่พบบ่อยในสุนัขมีอะไรบ้าง วิธีสังเกตอาการมะเร็งในสุนัขระยะสุดท้ายอาการเป็นอย่างไร เพื่อให้คุณสามารถใช้เป็นคู่มือเบื้องต้นในการดูแลน้องหมา และมองเห็นความผิดปกติได้ก่อนจะสายเกินไป


สารบัญบทความ


มะเร็งในสุนัขมีกี่ระยะ?

  1. ระยะที่ 1 (Stage I) เป็นระยะเริ่มต้นที่ก้อนมะเร็งยังมีขนาดเล็ก และยังจำกัดอยู่ในตำแหน่งเดิม ยังไม่ลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่น หากตรวจพบในระยะนี้ โอกาสในการรักษาให้ควบคุมโรคได้ดีมักสูงกว่าระยะอื่น และบางกรณีอาจรักษาได้ผลดีด้วยการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว
  2. ระยะที่ 2 (Stage II) ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือเริ่มมีการลุกลามไปยังเนื้อเยื่อใกล้เคียง แต่อาจยังไม่แพร่กระจายไปยังอวัยวะที่อยู่ไกล การรักษาในระยะนี้ยังมีโอกาสได้ผลดี หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เช่น การผ่าตัดร่วมกับการรักษาเสริมบางอย่าง
  3. ระยะที่ 3 (Stage III) ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่ หรือมีการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง อาจเริ่มส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะบริเวณนั้น การรักษาในระยะนี้มักต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน เช่น การผ่าตัด เคมีบำบัด หรือการรักษาอื่นตามชนิดของมะเร็ง
  4. ระยะที่ 4 (Stage IV) เป็นระยะที่มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นที่อยู่ไกล เช่น ปอด ตับ หรือกระดูก ซึ่งถือเป็นระยะที่รุนแรงที่สุด การรักษาในระยะนี้มักเน้นการควบคุมอาการ ลดความเจ็บปวด และยืดคุณภาพชีวิตของสุนัขให้ดีที่สุด

มะเร็งในสุนัขระยะสุดท้าย มีอาการอย่างไร?

มะเร็งในสุนัขระยะสุดท้าย

มะเร็งในสุนัขระยะสุดท้าย (ระยะที่ 4) เป็นช่วงที่เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะสำคัญหลายส่วนของร่างกาย ทำให้ร่างกายของน้องหมาเริ่มอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด อาการในระยะนี้มักส่งผลต่อคุณภาพชีวิต และต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากสัตวแพทย์ โดยอาการที่พบได้บ่อย มีดังนี้

  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
  • อ่อนแรง ไม่ค่อยลุกเดิน หรือไม่อยากทำกิจกรรม
  • หายใจลำบาก หรือหายใจเร็วผิดปกติ
  • มีก้อนเนื้อโตขึ้น หรือมีแผลที่หายยาก
  • ปวดมาก ส่งเสียงร้อง หรือไม่ยอมให้จับตัว
  • อาเจียน ท้องเสีย หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้

7 โรคมะเร็งที่พบบ่อยในสุนัข พร้อมแนวทางการดูแลเบื้องต้น

1. มะเร็งผิวหนังในสุนัข (Skin Cancer & Mast Cell Tumor)

มะเร็งผิวหนังเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยที่สุดในสุนัข โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่มีขนบาง สีอ่อน หรือสัมผัสกับแสงแดดจัดเป็นเวลานาน ซึ่งสามารถเกิดได้ทั้งจากพันธุกรรม การอักเสบเรื้อรัง หรือการกระตุ้นของรังสี UV โดยชนิดที่พบมากที่สุดคือ Mast Cell Tumor ในสุนัข หรือเนื้องอกเซลล์แมสต์ ซึ่งเป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันที่อยู่ในผิวหนัง หากเกิดการเจริญเติบโตผิดปกติจะกลายเป็นก้อนมะเร็งที่ขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว

อาการที่ควรสังเกต

  • มีก้อนนูนบนผิวหนัง โตขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้น
  • ก้อนอาจมีสีแดง บวม หรือแตกเป็นแผล
  • บางกรณีอาจพบก้อนหลายตำแหน่งในร่างกาย

แนวทางการรักษามะเร็งผิวหนังสุนัข

ปัจจุบัน การตรวจชิ้นเนื้อ (Biopsy) เป็นวิธีเดียวที่สามารถยืนยันได้ว่าเป็น Mast Cell Tumor ในสุนัขหรือไม่ โดยแนวทางการรักษามะเร็งผิวหนังสุนัขอาจใช้การผ่าตัดเป็นหลัก และเสริมด้วยการฉายรังสีหรือทำเคมีบำบัดในรายที่ลุกลาม

2. มะเร็งเต้านม (Mammary Tumor)

นอกจากมะเร็งผิวหนังสุนัขแล้ว มะเร็งเต้านมก็เป็นอีกหนึ่งโรคที่พบได้บ่อยในสุนัขเพศเมีย โดยเฉพาะสุนัขที่ยังไม่ทำหมันก่อนอายุ 2 ปี เนื่องจากฮอร์โมนเพศมีส่วนกระตุ้นการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อเต้านม

อาการที่ควรสังเกต

  • มีก้อนบริเวณเต้านม 1 ก้อนหรือหลายก้อน
  • ผิวหนังบริเวณเต้านมบวม แดง หรือมีแผลแตก
  • บางรายอาจมีของเหลวซึมหรือเลือดออกจากเต้านม

แนวทางการรักษามะเร็งเต้านมในสุนัข

เบื้องต้น สัตวแพทย์จะประเมินด้วยการเอกซเรย์ อัลตราซาวนด์ และตรวจชิ้นเนื้อ หากเป็นระยะเริ่มต้นมักสามารถผ่าตัดก้อนออกได้ และการทำหมันหลังผ่าตัดยังช่วยลดความเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำได้อีกด้วย

3. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma)

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองเกิดจากความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซด์ (Lymphocyte) ซึ่งมีหน้าที่ในระบบภูมิคุ้มกัน พบได้ในสุนัขหลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ และลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

อาการที่ควรสังเกต

  • ต่อมน้ำเหลืองโต โดยเฉพาะบริเวณคอ รักแร้ หรือขาหนีบ
  • น้ำหนักลด เบื่ออาหาร และอ่อนเพลีย
  • อาจมีไข้หรืออาการหายใจลำบากในบางราย

แนวทางการรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองในสุนัข

มะเร็งชนิดนี้ตอบสนองต่อเคมีบำบัดได้ดีในหลายกรณี โดยสัตวแพทย์จะทำการตรวจเลือดและชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันระยะของโรค และวางแผนการรักษาต่อที่โรงพยาบาลสัตว์อย่างเหมาะสม

4. มะเร็งกระดูก (Osteosarcoma)

พบได้บ่อยในสุนัขพันธุ์ใหญ่ เช่น ร็อตไวเลอร์ เกรตเดน โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ มักเกิดบริเวณกระดูกขาหน้าและขาหลัง โดยเฉพาะช่วงข้อเข่าหรือไหล่

อาการที่ควรสังเกต

  • เดินกะเผลกโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ขาหรือบริเวณกระดูกมีอาการบวมผิดปกติ
  • บางรายกระดูกอาจหักเองจากภาวะกระดูกเปราะ

แนวทางการรักษามะเร็งกระดูกในสุนัข

ต้องเอกซเรย์และตรวจชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันก่อนว่าเป็นมะเร็งกระดูกจริงหรือไม่ หากใช่ การรักษามักใช้การผ่าตัดร่วมกับการทำเคมีบำบัด เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งไปยังอวัยวะอื่น

5. มะเร็งตับ (Liver Cancer)

มะเร็งตับอาจเกิดจากเนื้องอกในตับโดยตรง หรือเกิดจากมะเร็งชนิดอื่นที่แพร่กระจายเข้ามายังตับ พบได้บ่อยในสุนัขสูงวัยหรือสุนัขที่มีโรคตับเรื้อรัง

อาการที่ควรสังเกต

  • เบื่ออาหาร อาเจียน หรือท้องเสียเรื้อรัง
  • ท้องบวม หรือมีของเหลวสะสมในช่องท้อง
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

แนวทางการรักษามะเร็งตับในสุนัข

อัลตราซาวนด์และตรวจเลือดเพื่อประเมินการทำงานของตับ หากเป็นระยะเริ่มต้นที่ยังไม่ลุกลาม การผ่าตัดอาจช่วยให้ผลการรักษาดีขึ้นได้

6. มะเร็งช่องปาก (Oral Cancer)

พบได้ในสุนัขสูงอายุ โดยเฉพาะพันธุ์ที่มีช่องปากกว้าง เช่น โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ หรือชเนาเซอร์ มักเกิดบริเวณเหงือก ลิ้น หรือริมฝีปาก

อาการที่ควรสังเกต

  • มีก้อนหรือแผลในช่องปาก
  • กลิ่นปากสุนัขแรงผิดปกติ
  • กินอาหารลำบาก และมีน้ำลายไหลมาก

แนวทางการรักษามะเร็งช่องปากในสุนัข

สัตวแพทย์จะทำการตรวจด้วยการเอกซเรย์หรือ CT Scan เพื่อดูการลุกลามของก้อน ส่วนแนวทางการรักษาอาจต้องใช้การผ่าตัด ฉายรังสี หรือเคมีบำบัดร่วมกัน ขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของโรค

7. มะเร็งปอด (Lung Cancer)

มะเร็งปอดในสุนัขพบได้น้อยเมื่อเทียบกับมะเร็งผิวหนังในสุนัขและมะเร็งชนิดอื่น ๆ ข้างต้น แต่หากเกิดขึ้นแล้ว ควรได้รับการวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว เพราะการตรวจพบเร็วมีส่วนสำคัญต่อแนวทางการรักษาและผลลัพธ์ในระยะยาว

อาการที่ควรสังเกต

  • ไอเรื้อรัง หายใจหอบ หรือมีเสียงหายใจผิดปกติ
  • เหนื่อยง่าย น้ำหนักลด
  • ในบางกรณีอาจมีไข้หรือไอมีเลือดปน

แนวทางการรักษามะเร็งปอดในสุนัข

เบื้องต้น สัตวแพทย์จะวินิจฉัยโรคด้วยการเอกซเรย์ทรวงอกและ CT Scan ส่วนแนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งและระยะของโรค ซึ่งอาจต้องใช้การผ่าตัดหรือเคมีบำบัดร่วมด้วย

สพ.ญ.เหมสุดา เหมะชัย ศูนย์เนื้องอกและมะเร็ง


ตรวจพบเร็ว รักษาได้ไว ช่วยให้น้องหมามีสุขภาพดีไปอีกนาน

มะเร็งในสุนัขเป็นโรคที่ไม่อาจมองข้ามได้ เพราะสามารถเกิดขึ้นได้กับสุนัขทุกวัยและทุกสายพันธุ์ การรู้จักโรคมะเร็งที่พบบ่อย เช่น Mast Cell Tumor ในสุนัข หรืออื่น ๆ ที่ได้กล่าวไป จะช่วยให้เจ้าของเฝ้าระวังและสังเกตสัญญาณที่ผิดปกติได้เร็วขึ้น ยิ่งตรวจพบไวเท่าไร โอกาสในการรักษาก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น

สำหรับใครที่กำลังมองหาโรงพยาบาลสัตว์รักษามะเร็วหมาที่ไหนดี ต้องการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงอย่างครอบคลุมทุกด้าน ภายใต้มาตรฐานการรักษาระดับสากล สามารถพาน้องหมามาได้ที่โรงพยาบาลสัตว์เล็กทองหล่อ โรงพยาบาลสัตว์ 24 ชั่วโมงที่มีทีมสัตวแพทย์มากประสบการณ์ พร้อมด้วยเครื่องมือวินิจฉัยครบครัน ทันสมัย และห้องฉุกเฉินที่พร้อมรองรับสัตว์เลี้ยงตลอดเวลา เพื่อให้น้องหมาของทุกครอบครัวมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 02-079-9999 หรือ Line Official @jaothonglor


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways