แมวจามบ่อย เกิดจากอะไร? สาเหตุ อาการ และวิธีดูแลที่เจ้าของควรรู้

แชร์
แมว ,โรคและการรักษา 1 กรกฎาคม 2569 103 ครั้ง

แมวจามบ่อยแบบนี้ปกติไหม? คำถามนี้วนอยู่ในหัวเจ้าของแมวหลายคน เพราะการจามของน้องแมวอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นหวัดแมวสิ่งระคายเคืองในอากาศ หรือ ภูมิแพ้ในแมวที่หลายคนมองข้าม สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าแมวจามบ่อยเกิดจากอะไรถึงจะดูแลได้ถูกจุด บทความนี้มีคำตอบครบ ทั้งสาเหตุที่ทำให้แมวจามบ่อย อาการที่ควรระวัง และวิธีดูแลเบื้องต้น


Key Takeaways

  • แมวจามบ่อยเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งฝุ่นละออง ภูมิแพ้ในแมว และ หวัดแมว การสังเกตอาการร่วม เช่น น้ำมูก ตาแฉะ หรือซึมเบื่ออาหาร ช่วยบอกได้ว่าสาเหตุมาจากอะไร
  • หากแมวจามบ่อยต่อเนื่องเกิน 2-3 วัน หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือโรคที่ต้องได้รับการรักษาจากสัตวแพทย์
  • การดูแลแมวจามบ่อยเบื้องต้นสามารถทำได้ที่บ้าน แต่เรื่องยาต้องให้สัตวแพทย์เป็นผู้วินิจฉัยเท่านั้น ห้ามให้ยามนุษย์กับน้องแมวโดยเด็ดขาด

สารบัญบทความ


แมวจามบ่อยเกิดจากอะไร? ทำความเข้าใจสาเหตุหลัก

แมวจามบ่อยเกิดจากอะไร

การจามเป็นกลไกตามธรรมชาติของร่างกายแมวที่ใช้ขับสิ่งแปลกปลอมออกจากโพรงจมูก แต่ถ้าน้องแมวจามถี่ผิดปกติหรือมีอาการอื่นร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณที่ต้องสังเกตให้ดี สาเหตุที่ทำให้แมวจามบ่อยมีหลายปัจจัย ดังนี้ 

ฝุ่นและสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง

สาเหตุของอาการแมวจามบ่อยที่พบได้บ่อยที่สุดคือสิ่งระคายเคืองในอากาศ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละออง (Dust Particles) เกสรดอกไม้ (Pollen) ควันบุหรี่ น้ำหอม หรือสเปรย์ปรับอากาศ สิ่งเหล่านี้ล้วนกระตุ้นเยื่อบุโพรงจมูก (Nasal Mucosa) ของน้องแมวได้ง่าย โดยเฉพาะช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงหรืออากาศแห้ง 

สิ่งสกปรก สิ่งแปลกปลอมติดในจมูก

บางครั้งแมวจามบ่อยเกิดจากสิ่งแปลกปลอมขนาดเล็ก เช่น เส้นขน เศษหญ้า หรือเมล็ดพืชที่หลุดเข้าไปในโพรงจมูก ร่างกายของน้องแมวจะตอบสนองด้วยการจามเพื่อขับสิ่งเหล่านั้นออกมา สังเกตได้จากการที่น้องจามถี่แต่ไม่มีน้ำมูก และไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย 

หวัดแมว ไวรัส และการติดเชื้อ

หวัดแมว หรือโรคทางเดินหายใจแมว (Upper Respiratory Infection) เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ แมวจามบ่อย มีน้ำมูก โดยเชื้อที่พบบ่อยได้แก่ Feline Herpesvirus (FHV-1) และ Feline Calicivirus (FCV) ซึ่งแพร่กระจายได้ง่ายในแมวที่อยู่รวมกัน อาการที่พบร่วมกัน ได้แก่ น้ำมูกใสหรือข้น ตาแฉะ เบื่ออาหาร และซึม หากปล่อยไว้นานอาการอาจรุนแรงขึ้นได้ การฉีดวัคซีนแมวอย่างสม่ำเสมอเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด 

อยากรู้ว่า แมวเป็นหวัดต่างจากจามธรรมดายังไง อ่านต่อได้เลยที่ แมวเป็นหวัด

ภูมิแพ้ในแมว 

ภูมิแพ้ในแมว (Feline Allergy) เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งไรฝุ่น (Dust Mites) เชื้อรา สารเคมีในบ้าน หรือแม้แต่อาหารบางชนิด เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของน้องแมวตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้เหล่านี้ จะทำให้เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบและกระตุ้นให้แมวจามบ่อยได้ต่อเนื่อง 

โรคร้ายแรงและภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ในกรณีที่รุนแรง แมวจามบ่อยอาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งโพรงจมูก (Nasal Carcinoma) ซึ่งมักพบในแมวสูงวัย โดยมีอาการเลือดออกจากจมูกร่วมด้วย นอกจากนี้ โรคเอดส์แมว (Feline Immunodeficiency Virus หรือ FIV) และมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมว (Feline Leukemia Virus หรือ FeLV) ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกัน (Immune System) ของน้องอ่อนแอลง จนติดเชื้อได้ง่ายและแสดงอาการคล้ายหวัดเรื้อรัง


สังเกตอาการยังไง น้องแมวจามบ่อยแบบไหนควรพาไปหาหมอ?

แมวจามบ่อยบางครั้งหายเองได้ แต่บางครั้งก็เป็นสัญญาณของบางอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างใน การสังเกตอาการร่วมให้ดีจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยให้รู้ว่าแมวจามบ่อยรักษายังไงและควรพาน้องไปพบสัตวแพทย์เมื่อไหร่ โดยอาการเหล่านี้คือสัญญาณที่ควรพาน้องแมวไปพบสัตวแพทย์

  • จามถี่ต่อเนื่องมากกว่า 2-3 วัน โดยไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น
  • มีน้ำมูกไหล ไม่ว่าจะใสหรือข้นเหนียว โดยเฉพาะถ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีเขียว อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Infection)
  • ตาแฉะหรือมีขี้ตามาก ซึ่งมักพบร่วมกับหวัดแมวหรือการติดเชื้อไวรัส
  • เบื่ออาหาร กินน้ำน้อยลง หรือซึมผิดปกติ เพราะน้องแมวที่ป่วยมักแสดงอาการเหล่านี้ก่อนเสมอ
  • มีเลือดออกจากจมูก ถึงแม้จะเพียงเล็กน้อย ควรรีบพาไปตรวจทันที เพราะอาจเกี่ยวข้องกับโรคที่รุนแรง
  • หายใจลำบากหรือหายใจมีเสียงดัง ซึ่งบ่งบอกว่าทางเดินหายใจอาจมีการอุดกั้น (Airway Obstruction)
  • น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน

วิธีดูแลแมวจามบ่อยเบื้องต้น 

วิธีดูแลแมวจามบ่อย

เมื่อสังเกตว่าแมวจามบ่อยแต่อาการยังไม่รุนแรง มีวิธีดูแลเบื้องต้นที่เจ้าของทำได้เองที่บ้านเพื่อบรรเทาอาการและช่วยให้น้องรู้สึกสบายขึ้น อย่างไรก็ตาม หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน ควรพาน้องไปพบสัตวแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง ดังนี้

  • เช็ดน้ำมูกและขี้ตาด้วยสำลีชุบน้ำอุ่น เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรคและช่วยให้น้องรู้สึกสบายตัวขึ้น
  • จัดพื้นที่ให้สะอาด ลดฝุ่นละออง หลีกเลี่ยงการใช้สเปรย์ น้ำหอม หรือสารเคมีบริเวณที่น้องอยู่ เพราะสิ่งเหล่านี้ระคายเคืองเยื่อบุโพรงจมูกได้ง่าย
  • เพิ่มความชื้นในอากาศ ด้วยเครื่องเพิ่มความชื้น (Humidifier) เพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจของน้องไม่แห้งจนเกินไป
  • กระตุ้นให้น้องกินอาหารและดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยอาจอุ่นอาหารให้มีกลิ่นหอมขึ้นเพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร เพราะร่างกายที่ได้รับสารอาหารครบจะฟื้นตัวได้เร็วกว่า
  • แยกน้องออกจากแมวตัวอื่น โดยเฉพาะถ้าสงสัยว่าเป็นหวัดแมว เพราะเชื้อไวรัสอย่าง Feline Herpesvirus (FHV-1) แพร่กระจายได้ง่ายผ่านละอองน้ำมูกและน้ำลาย

สำหรับคำถามที่ว่า แมวจามบ่อยกินยาอะไร? และ แมวจามบ่อยรักษายังไง? ขอให้เข้าใจก่อนว่า ยาแก้หวัดแมวหรือยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ที่ใช้รักษาการติดเชื้อในแมวนั้น จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยจากสัตวแพทย์ก่อนเสมอ เพราะยาแต่ละชนิดมีข้อบ่งใช้ที่แตกต่างกัน และที่สำคัญห้ามให้ยาของมนุษย์กับแมวโดยเด็ดขาด เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้


แมวจามบ่อย ดูแลและรับมือได้ถ้าสังเกตเห็นอาการผิดปกติเร็ว

แมวจามบ่อยอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ฝุ่นละอองภูมิแพ้ในแมวไปจนถึงหวัดแมว และการติดเชื้อที่ต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง สิ่งสำคัญคือการสังเกตอาการน้องให้ดี และอย่ารอจนอาการหนักค่อยพาไปหาหมอ เพราะยิ่งรู้เร็วก็ยิ่งดูแลน้องได้ทัน

หากน้องแมวของคุณจามบ่อยจนน่ากังวล หรือมีอาการอื่นร่วมด้วยที่ไม่แน่ใจ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อพร้อมดูแลน้องแมวของคุณโดยทีมสัตวแพทย์ที่มีความชำนาญด้านสุขภาพแมวโดยเฉพาะ สามารถเข้ามาพบเราได้ที่คลินิกแมว โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ เพราะสุขภาพของน้องคือเรื่องที่เราใส่ใจเสมอ

นัดหมายออนไลน์ได้เลยที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ เปิด 24 ชั่วโมง เพราะชีวิตรอไม่ได้ | thonglorpet.com


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแมวจามบ่อย

แมวจามบ่อย อันตรายไหม?

ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ถ้าแมวจามบ่อยจากฝุ่นหรือสิ่งระคายเคืองทั่วไป มักไม่อันตราย แต่ถ้าจามต่อเนื่องพร้อมกับมีน้ำมูก ตาแฉะ หรือซึมเบื่ออาหาร อาจเป็นสัญญาณของหวัดแมวหรือการติดเชื้อที่ต้องได้รับการรักษา

แมวจามบ่อย หายเองได้ไหม?

ถ้าสาเหตุมาจากฝุ่นหรือความระคายเคืองชั่วคราว แมวจามบ่อยอาจหายเองได้ใน 1-2 วัน แต่ถ้าเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือภูมิแพ้ในแมวที่สะสมมานาน ควรพาน้องไปพบสัตวแพทย์ 

แมวจามต้องกินยาอะไร

ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่สัตวแพทย์วินิจฉัย เช่น ถ้าติดเชื้อแบคทีเรียอาจใช้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ถ้าเป็นภูมิแพ้ในแมวอาจใช้ยาแก้แพ้ (Antihistamine) สิ่งสำคัญคือ ห้ามซื้อยาให้น้องเองโดยเด็ดขาด


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways