เช็กด่วน ! สุนัขและแมวป่วยอาการแบบไหน ควรตรวจ MRI

แชร์
โรคและการรักษา 12 พฤษภาคม 2569 2,335 ครั้ง

รู้หรือไม่ว่า อาการเล็ก ๆ ที่บางคนมองข้าม อย่างอาการเดินเซ หรือสะดุดบ่อยครั้งของน้องหมาน้องแมว อาจจะเป็นสัญญาณของอาการป่วยรุนแรงในสัตว์เลี้ยงที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและสมอง ต้องวินิจฉัยด้วยการตรวจ MRI สัตว์เลี้ยง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนลุกลาม 

หากว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงสังเกตว่า น้อง ๆ มีอาการผิดปกติไปจากเดิม สามารถเข้ามาปรึกษาทีมสัตวแพทย์ของโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อได้ เรามีศูนย์ระบบประสาทและสันหลังที่ให้บริการดูแลสัตว์เลี้ยงที่มีอาการทางสมองและระบบประสาทที่ตรวจได้อย่างครอบคลุม รวมถึงบริการตรวจ MRI โดยสามารถสอบถามราคากับทางเจ้าหน้าที่ได้เลย

กลุ่มอาการป่วยรุนแรงในสัตว์เลี้ยงที่ควรรีบตรวจ MRI

MRI (Magnetic Resonance Imaging) เป็นเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยขั้นสูงที่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการสร้างภาพอวัยวะภายในร่างกาย อย่างสมอง, ไขสันหลัง, และเนื้อเยื่ออ่อน ทำให้เห็นความผิดปกติที่การตรวจทั่วไปอย่าง X-ray หรือ CT Scan ไม่สามารถระบุได้

การตรวจนี้จำเป็นเมื่อสุนัขป่วยหรือแมวป่วยแล้วมีอาการทางระบบประสาท เช่น ชัก, อัมพาต หรือปวดหลังรุนแรง เพราะอาการเหล่านี้มักสัมพันธ์กับความผิดปกติในสมองหรือไขสันหลัง เช่น ภาวะสมองอักเสบ, เนื้องอก หรือโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (IVDD) ดังนั้น การตรวจ MRI จึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการค้นหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อให้สามารถรักษาได้อย่างตรงจุดและลดความเสี่ยงจากการวินิจฉัยที่คลาดเคลื่อน 

อย่างไรก็ตาม การตรวจ MRI จำเป็นต้องวางยาสลบสัตว์เลี้ยง เพื่อให้อยู่ในท่าที่นิ่งและปลอดภัย ซึ่งทุกกระบวนการจะอยู่ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์วิสัญญีผู้เชี่ยวชาญ ที่คอยติดตามสัญญาณชีพ เช่น การเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และระดับออกซิเจนตลอดการตรวจ เพื่อรับประกันความปลอดภัยของตัวสัตว์เลี้ยง



แมวหรือสุนัขป่วย 5 อาการนี้ควรทำ MRI สัตว์เลี้ยง 

หากแมวป่วยหรือสุนัขป่วยด้วยอาการดังต่อไปนี้ แนะนำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงรีบพามาพบสัตวแพทย์โดยด่วน และควรทำ MRI เพื่อวินิจฉัยโรคได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น 

อาการชัก (Seizures) 

อาการชักเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ พบได้บ่อย เป็นอาการป่วยรุนแรงในสัตว์เลี้ยง โดยอาจจะเกิดขึ้นจากน้ำตาลในเลือดต่ำ เมตาบอลิซึมไม่สมดุล ไปจนถึงความผิดปกติในสมองดังนี้ 

  • เนื้องอกในสมอง (Brain Tumor) ไปกดทับเนื้อสมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหว
  • สมองอักเสบ (Encephalitis) จากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย
  • ภาวะโพรงสมองคั่งน้ำ (Hydrocephalus) ที่ทำให้แรงดันในกะโหลกศีรษะเพิ่มขึ้น 

การทำ MRI สัตว์เลี้ยงจะช่วยให้เห็นภาพโครงสร้างสมองอย่างละเอียด ทำให้สามารถระบุสาเหตุของอาการชักได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังช่วยให้รักษาตรงจุดมากกว่า 

อัมพาตเฉียบพลัน (Acute Paralysis) 

อาการอัมพาตเฉียบพลันในสัตว์เลี้ยงเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ซึ่งโดยมากมักเกิดจากโรคของไขสันหลังดังต่อไปนี้ 

  • หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (IVDD)
  • การบาดเจ็บของไขสันหลังจากอุบัติเหตุหรือตกจากที่สูง

การตรวจ MRI จะช่วยให้เห็นภาพของหมอนรองกระดูกที่ทับเส้นประสาท รวมถึงเนื้อเยื่อต่าง ๆ ช่วยให้วางแผนการรักษาได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น

เดินวน หรือเสียการทรงตัว (Loss of Balance / Circling) 

หากสุนัขหรือแมวป่วยแล้วมีอาการเดินวน เดินเซ เอียงหัวตลอดเวลา อาจจะไม่ใช่แค่หูชั้นในอักเสบ แต่อาจเกิดจากความผิดปกติดังต่อไปนี้ 

  • ความผิดปกติของสมองส่วนหน้า (Forebrain)

  • ความผิดปกติของระบบการทรงตัว (Cerebellum) หรือ ระบบประสาทควบคุมการเคลื่อนไหว (Vestibular System) 

การตรวจด้วย MRI จะช่วยบอกได้ว่าเป็นความผิดปกติที่เกิดจากโครงสร้างภายในสมอง หรือระบบหูชั้นใน ซึ่งการตรวจ CT Scan หรือ X-Ray ไม่สามารถสร้างภาพได้ละเอียดเท่ากับการทำ MRI 

ปวดคอหรือหลังรุนแรง (Severe Neck or Back Pain)  

หากสัตว์เลี้ยงมีอาการร้องเสียงหลงหรือแสดงอาการเจ็บป่วยเมื่อจับตัว หรือเดินหลังโก่ง อาจจะเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้ 

  • หมอนรองกระดูกเคลื่อนหรือแตก (Intervertebral Disc Disease)

  • โพรงน้ำในไขสันหลัง (Syringomyelia)

MRI จะช่วยให้สัตวแพทย์เห็นเส้นประสาทและเนื้อเยื่อรอบไขสันหลังได้อย่างชัดเจน สามารถวินิจฉัยและรักษาได้อย่างทันท่วงที 

ตาบอดหรือมองไม่เห็น (Sudden Blindness) 

การที่สัตว์เลี้ยงมองไม่เห็นแบบเฉียบพลัน อาจจะไม่ได้มีสาเหตุจากโรคทางตาเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากความผิดปกติทางสมองดังนี้ 

  • ความผิดปกติของเส้นประสาทตา (Optic Nerve Lesions)

  • มีเนื้องอกบริเวณหลังลูกตาหรือสมองส่วนควบคุมการมองเห็น

การตรวจ MRI จะช่วยให้เห็นโครงสร้างของเส้นประสาทตาและสมองส่วนการมองเห็นได้อย่างละเอียด สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด

สรุป 5 อาการป่วยรุนแรงในสัตว์เลี้ยงที่ควรทำ MRI

อาการที่ควรสังเกต

โรคที่สงสัยต้องทำ MRI

1. ชัก (Seizures)

เนื้องอกในสมอง, สมองอักเสบ, ภาวะโพรงสมองคั่งน้ำ

2. อัมพาตเฉียบพลัน (Acute Paralysis) 

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทรุนแรง (IVDD), ไขสันหลังได้รับบาดเจ็บ

3. เดินวน หรือเสียการทรงตัว

ความผิดปกติของสมองส่วนหน้า, ความผิดปกติของระบบการทรงตัว

4. ปวดคอ/หลังรุนแรง

หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท โพรงน้ำในไขสันหลัง

5. ตาบอด/มองไม่เห็น

เนื้องอกหรือความผิดปกติบริเวณหลังลูกตาหรือเส้นประสาทตา


ทำไมต้องตรวจ MRI เมื่อพบอาการเหล่านี้ ?

การตรวจ MRI สามารถสร้างภาพของอวัยวะ เส้นใยประสาท เนื้อเยื่ออ่อน และสมองได้ชัดเจนกว่าการตรวจแบบอื่น ๆ จึงช่วยให้สัตวแพทย์สามารถระบุจุดที่เกิดโรคและระดับความรุนแรงของอาการได้อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด รวมถึงลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดที่ไม่จำเป็นอีกด้วย 

วินิจฉัยละเอียดด้วย MRI ต่างจาก CT Scan และ X-ray อย่างไร ?

ประเภทของการตรวจ

เหมาะสำหรับ

ความละเอียดของภาพ

การใช้รังสี

ตัวอย่างโรคที่เห็นได้ชัด 

MRI

สมอง, ไขสันหลัง, เนื้อเยื่ออ่อน

สูงสุด

ไม่ใช้รังสี

สมองอักเสบ, หมอนรองกระดูกทับเส้น, เส้นประสาทเสียหาย

CT Scan

กระดูก, อวัยวะภายใน

ปานกลาง

ใช้รังสีเอกซ์

เนื้องอก, โรคไซนัส

X-Ray

กระดูก, ช่องอก

ต่ำ

ใช้รังสีเอกซ์

กระดูกหัก, ปอดอักเสบ


ราคา MRI สัตว์เลี้ยงโรงพยาบาลทองหล่อ 

แม้ว่าการทำ MRI จะมีราคาสูงกว่าการตรวจแบบอื่น แต่ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในการวินิจฉัยโรคที่ซับซ้อน โดยเฉพาะอาการป่วยรุนแรงในสัตว์เลี้ยงที่เกี่ยวกับระบบประสาทและสมอง 

โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ มีสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาและประเมินค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน โดยครอบคลุมบริการดังนี้ 

  • ค่าใช้จ่ายรวมการวางยาสลบ ราคาจะรวมค่าใช้จ่ายของยาสลบและอุปกรณ์เฝ้าระวังสัตว์เลี้ยง

  • ค่าดูแลโดยทีมวิสัญญีแพทย์ เพื่อรับประกันความปลอดภัยตลอดระยะเวลาการตรวจ

  • ค่าวิเคราะห์ภาพโดยแพทย์เฉพาะทาง ภาพที่ได้จะถูกวิเคราะห์และรายงานผลโดยสัตวแพทย์รังสีวินิจฉัย

  • นัดหมายปรึกษาการรักษา มีการนัดหมายเพื่ออธิบายผลและวางแผนการรักษาต่อเนื่อง

ราคาแพ็กเกจ MRI ที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับขนาดตัวของสุนัข/แมว และส่วนที่ต้องการตรวจ สามารถปรึกษาทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่เพื่อประเมินราคาเบื้องต้นได้ที่ไลน์ ได้ที่ LINE: @jaothonglor หรือโทร: 02-079-9999


 วิสัญญีแพทย์ช่วยให้การตรวจ MRI สัตว์เลี้ยงปลอดภัยยิ่งขึ้น

บทบาทของทีมวิสัญญีแพทย์ ที่เพิ่มความปลอดภัยให้การตรวจ MRI สัตว์เลี้ยง 

ความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ จึงมีทีมวิสัญญีแพทย์ที่ดูแลเรื่องการวางยาสลบโดยเฉพาะ เพิ่มความอุ่นใจให้แก่เจ้าของสัตว์เลี้ยง  

  • การดูแลโดยวิสัญญีแพทย์เฉพาะทาง การวางยาสลบหรือดมยาสลบทุกเคสทำโดยสัตวแพทย์วิสัญญี ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการควบคุมระดับยาสลบและสัญญาณชีพอย่างละเอียด
  • ไม่มีรังสีเอกซ์ (Non-Radiation) MRI ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการสร้างภาพ ทำให้สัตว์เลี้ยง ไม่ได้รับรังสีตกค้าง เหมือนการทำ CT Scan หรือ X-ray
  • การเฝ้าระวัง 360 องศา มีการใช้เครื่องมือที่ทันสมัยในการติดตามการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจน ความดันโลหิต และอัตราการหายใจอย่างต่อเนื่องในทุกนาทีที่อยู่ในเครื่อง


MRI สัตว์เลี้ยง



การเตรียมตัวก่อนทำ MRI ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ

  • งดน้ำและอาหารล่วงหน้า สัตวแพทย์จะให้คำแนะนำในการงดน้ำ งดอาหาร 8–12 ชั่วโมง อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการสำลักขณะวางยาสลบ
  • แจ้งประวัติโลหะในร่างกาย หากสุนัข/แมวเคยผ่าตัดดามเหล็ก หรือมีอุปกรณ์ฝังใน ต้องแจ้งล่วงหน้าทันที เพราะสนามแม่เหล็กอาจรบกวนอุปกรณ์เหล่านั้นได้

เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำและปลอดภัยที่สุด สำหรับโรคทางระบบประสาทและเนื้อเยื่ออ่อนในสุนัขและแมว ติดต่อสอบถามราคาแพ็กเกจ MRI และนัดหมาย กับทีมสัตวแพทย์เฉพาะทางที่ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ได้ทันที!

โทร: 02-079-9999 (โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ) หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ทุกสาขา

หลังตรวจ MRI แล้วพบความผิดปกติ ต้องทำอะไรต่อ ?  

หลังจากตรวจ MRI แล้ว สัตวแพทย์จะอธิบายผลพร้อมแนวทางการรักษาอย่างละเอียด หากว่าโรคมีความซับซ้อน จะถูกส่งต่อไปยังศูนย์สมองระบบประสาทและสันหลัง เพื่อทำการรักษาต่อไป 

สำหรับเจ้าของที่ต้องการพาน้อง ๆ มาตรวจ MRI สัตว์เลี้ยง สามารถเข้ามาปรึกษาสัตวแพทย์ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ เรามีเครื่องมือการตรวจวินิจฉัยและรักษาที่ทันสมัย และมีสัตวแพทย์เฉพาะทางในแต่ละสาขา ไม่ว่าจะเป็นระบบประสาทและสมอง, สมองระบบประสาทและสันหลัง, หัวใจและหลอดเลือด, ทันตกรรม, อายุรกรรม และอื่น ๆ ช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  

วางแผนการรักษา MRI ในสัตว์เลี้ยง

สพ.ญ. อรพรรษ เตชะวีรากร (Dr.Orapat Techaveerakorn)

ศูนย์สมองระบบประสาทและสันหลัง



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการป่วยรุนแรงในสัตว์เลี้ยงที่ต้องตรวจ MRI

Q: แมวที่มีอาการชักควรตรวจ MRI ไหม ?

A: ควรตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เช่น ภาวะสมองอักเสบหรือเนื้องอก เพราะการตรวจทั่วไปมักไม่เห็นความผิดปกติในสมองส่วนลึก

Q: สุนัขที่เดินเซแต่ยังทานอาหารได้ ต้องตรวจ MRI หรือไม่ ?

A: ควรรีบตรวจ เพราะอาการเดินเซมักเกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนควบคุมการทรงตัว ซึ่งหากปล่อยไว้อาจเป็นอัมพาตได้

Q: MRI ปลอดภัยแค่ไหนสำหรับสัตว์เลี้ยงอายุมาก ?

A: ปลอดภัยหากอยู่ภายใต้การดูแลของทีมวิสัญญีแพทย์เฉพาะทาง มีการประเมินสุขภาพก่อนตรวจทุกเคส

Q: หากพบความผิดปกติหลังตรวจ MRI ต้องผ่าตัดทันทีหรือไม่ ?

A: ไม่จำเป็นเสมอไป ขึ้นอยู่กับลักษณะของโรค ทีมแพทย์จะวางแผนการรักษาเฉพาะรายเพื่อให้เหมาะสมที่สุด

Q: ราคา MRI สัตว์เลี้ยง ?

A:ราคาเริ่มต้นที่ 19,900 บาท


สพ.ญ. อรพรรษ เตชะวีรากร (Dr.Orapat Techaveerakorn)
ศูนย์สมองระบบประสาทและสันหลัง



หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways