google-site-verification=Ue_nPLhfjeHCSa9_1_r2L5JRAYZsO0fTakO4vrfxp5s
Thonglor Pet Hospital, Open 24 hours

โรคตาสุนัขและแมวคืออะไรกันนะ?

22 / May / 2021

แก้วตา (Lens) ของสัตว์โดยทั่วไปมีลักษณะเป็นเลนส์นูนใสมีความโค้งนูนทั้ง 2 ด้าน มีหน้าที่สำคัญร่วมกับกระจกตาในการรวมแสงไปโฟกัสบนจอประสาทตา (Retina) มีส่วนประกอบหลักเป็นน้ำและโปรตีน โดยร้อยละ 65% เป็นน้ำและอีก 35% เป็นโปรตีน ส่วนที่เหลือเป็นไขมันและแร่ธาตุอื่นๆ แต่เมื่อสัตว์เลี้ยงตัวโปรดโตขึ้นกลับพบว่าสุนัขตาขุ่นขาว ส่วนน้องแมวตาเป็นฝ้า ซึ่งอาจจะทำให้เจ้าของเกิดความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของสัตว์เลี้ยง วันนี้ Thonlor Pet จึงจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับโรคต้อกระจกในสัตว์เลี้ยงว่าคืออะไร และรักษาได้หรือไม่?

โรคต้อกระจกในสัตว์เลี้ยงคืออะไร

“ต้อกระจก” เป็นภาวะที่ใช้เรียกเลนส์ตา (แก้วตา) ที่มีความขุ่น ซึ่งมักจะเห็นเป็นสีขาวขุ่นหรือสีเหลืองผิดไปจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่ที่ตำแหน่งไหนหรือเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม

สาเหตุของต้อกระจกมีอะไรบ้าง

  • สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดคือเกิดจากการเสื่อมของเลนส์ตามวัย ส่วนใหญ่พบในสุนัขอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป
  • เกิดจากกรรมพันธุ์ ส่งผลให้สัตว์เลี้ยงเป็นต้อกระจกตั้งแต่อายุ 1-2 ปี
  • เกิดจากการได้รับอุบัติเหตุที่ดวงตาเช่นโดนกระแทก ตกจากที่สูง โดนรถชน โดนของมีคมกระแทกตา
  • เกิดจากโรคตาบางชนิดเช่น โรคจอประสาทตาเสื่อมหรือลอกหลุด โรคต้อหิน หรือมีการอักเสบของตาที่เกิดจากแผลบนกระจกตา
  • โรคทางร่างกายบางโรคเช่น โรคเบาหวาน หรือการติดเชื้อที่ทำให้เป็นต้อกระจกได้เร็วขึ้น

อาการของต้อกระจกเป็นอย่างไร

  • อาการของโรคตาในสุนัขและแมวมักเกิดขึ้นอย่างช้าๆ (ยกเว้นในรายที่เป็นเบาหวาน) โดยไม่แสดงอาการเจ็บป่วยใดๆ
  • ในช่วงแรกอาจจะยังมองไม่เห็นว่าสุนัขตาเป็นฝ้าขาว หรือน้องแมวตาขุ่นผิดปกติ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสายตาจะเริ่มพร่ามัว เมื่อระยะเลนส์ขุ่นเต็มที่จนมองไม่เห็น ก็จะทำให้สัตว์เลี้ยงเดินชนเข้าหาเจ้าของหรือทานอาหารไม่ถูก ขึ้นบันไดได้แต่ลงบันไดไม่ได้ ในสุนัขบางตัวเมื่อมองไม่เห็นจะมีนิสัยก้าวร้าว ดุมากขึ้น เนื่องจากมีความระแวงหรือมีอารมณ์หงุดหงิดขึ้น

โรคแทรกซ้อนที่ตามมา

หากทิ้งไว้นานจนต้อกระจกแก่เกินไป อาจเกิดปัญหาโรคต้อหินขึ้นและโรคม่านตาอักเสบแทรกซ้อน ทำให้ปวดตา ตาแดงและตาบอดได้

วิธีการรักษาต้อกระจกต้องทำอย่างไร ?

  • ใช้ยาหยอดตาเพื่อชะลอความเสื่อมของเลนส์ เพื่อให้เลนส์ตาขุ่นช้าลง แต่ต้องเข้าใจว่าไม่มียาชนิดใดสามารถลดหรือหยุดโรคต้อกระจกได้
  • สามารถรักษาโรคตาในสุนัขและแมวได้ด้วยการผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Phacoemulsification) เป็นการผ่าตัดต้อกระจกแบบแผลเล็ก ซึ่งแผลมีขนาดเล็ก 3 mm (สำหรับไม่มีเลนส์เทียม) และ 4.5 mm (สำหรับแบบใส่เลนส์เทียม)
  • สำหรับการรักษาที่ได้ผลดีที่สุดคือการผ่าตัดเพื่อนำเอาเลนส์ที่เป็นต้อกระจกออก แล้วใส่เลนส์ตาเทียมให้กับสัตว์ป่วย ในปัจจุบันได้มีการนำเทคนิคการผ่าตัดชั้นสูง (Phacoemulsification) ที่ใช้เครื่องมือและเทคนิคในการผ่าตัดเช่นเดียวกับในการรักษาคน แต่ในสุนัขและแมวอาจจะต้องมีการวางยาสลบเพื่อความสะดวกและความปลอดภัยของสุนัขระหว่างการผ่าตัด

ขั้นตอนวินิจฉัยทำการผ่าตัด

1. ตรวจตา สัตวแพทย์จะตรวจวินิจฉัยดวงตาอย่างละเอียดเพื่อจำแนกชนิด ตำแหน่งและความรุนแรงของต้อกระจก รวมถึงมีการวัดความดันตา ตรวจเนื้อวุ้นตาและจอประสาทตาโดยละเอียด

2. ตรวจเลือด

3. วัดความดันเลือด

4. x-ray ช่องอก

5. คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (สำหรับสุนัขอายุมาก)

6. ตรวจเบาหวาน

7. Ultrasound

8. ERG ตรวจจอประสาทตา

ข้อควรการปฎิบัติก่อนผ่าตัด

  • สุนัขและแมวควรอาบน้ำก่อนผ่าตัด
  • ควรให้สัตว์เลี้ยงรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย
  • ให้ยาที่กินเป็นประจำได้ตามปกติและนำมาโรงพยาบาลด้วยเช่น ยาเบาหวาน ยาลดความดัน ยาแก้แพ้ ยาโรคหัวใจเป็นต้น
  • ยาที่ต้องงดก่อนการผ่าตัด 1 สัปดาห์คือยาแอสไพริน ยาหดม่านตา

ข้อควรปฎิบัติหลังการผ่าตัด

  • หลังผ่าตัด สัตว์เลี้ยงควรอยู่พักในโรงพยาบาลเพื่อให้สัตวแพทย์ทำการตรวจให้ละเอียดทุกวัน ประมาณ 4-7 วัน
  • ใส่คอลล่า กันการเกาหรือการถูตา
  • ไม่ให้สุนัขเห่าหรือสะบัดหน้าแรงๆ
  • ไม่ควรให้ขึ้นลงบันได หรืออยู่ในที่ที่มีฝุ่นควันที่อาจระคายเคืองตาได้
  • ป้อนยา/หยอดตา ตามที่สัตวแพทย์สั่ง
  • มาพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจตามนัด

สำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีอาการของโรคต้อกระจก ไม่ว่าจะเป็นสุนัขตาเป็นฝ้าขาว หรือจะเป็นน้องแมวตาเป็นฝ้า เจ้าของก็สามารถพาน้อง ๆ สัตว์เลี้ยงตัวโปรดมาตรวจเช็กอาการโรคตาในสุนัขและโรคตาในแมว รวมถึงสอบถามค่ารักษาตาสุนัขและแมวเบื้องต้นได้ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อของเราได้ เพื่อวางแผนการรักษาและการผ่าตัดในขั้นตอนต่อไปอย่างเหมาะสม

Related Post

การศัลยกรรมและวางยาสลบในสัตว์เลี้ยง เมื่อได้ยินแล้วคิดว่าหลายๆท่านคงไม่ค่อยสบายใจนักหากสัตว์เลี้ยงของท่านมีอันต้องเกี่ยวข้องกับการกระทำเหล่านี้ ในความเป็นจริงแล้วความก้าวหน้าทางด้านวิทยาการและเครื่องมือทางด้านสัตวแพทย์ได้มีการพัฒนาไปค่อนข้างไกลมาก ดังนั้
​อย่างที่ทุกๆคนรู้ว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจแต่ถ้าดวงตา ของสัตว์เลี้ยงของเราเกิดความระคายเคืองมีขี้ตามากหรือบางรายมีเม็ดสีมาบดบังการมองเห็น ดวงตานั้นอาจจะไม่สามารถบอกความในใจต่างๆได้อีกเลย
หลายคนคงจะมีคำถามตั้งอยู่ในใจนะค่ะ ว่าสุนัขและแมวเป็นโรคเบาหวานเหมือนในมนุษย์ได้จริงหรือไม่ แล้วสาเหตุเกิดจากการกินของหวานมากไปหรือเปล่า เพราะสุนัขที่บ้านก้กินแต่อาหารเม็ดธรรมดาแล้วจะเป็นโรคเบาหวานได้หรือไม่?