โรคผิวหนังจากเชื้อราในสุนัข วิธีรักษา อาการ และสิ่งที่เจ้าของต้องรู้

แชร์
โรคที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง 29 มิถุนายน 2569 1,213 ครั้ง

เชื้อราในสุนัข ไม่ใช่แค่เรื่องขนร่วง


โรคผิวหนังจากเชื้อราในสุนัข (Dermatophytosis / Ringworm in Dogs) เป็นหนึ่งในปัญหาผิวหนังที่พบบ่อยที่สุดในคลินิกสัตว์เลี้ยง เชื้อราชนิดนี้ไม่ใช่หนอน แม้จะเรียกว่า "กลาก" หรือ Ringworm ชื่อมาจากรอยแดงกลมที่เกิดบนผิวหนัง


สิ่งที่น่ากังวลคือเชื้อราในสุนัขสามารถ ติดต่อสู่คนและสัตว์ตัวอื่นในบ้าน ได้ ถ้าไม่รักษาตั้งแต่ต้น อาจลุกลามทั้งบ้านได้ในเวลาไม่กี่สัปดาห์


---


เชื้อราผิวหนังในสุนัขเกิดจากอะไร


เชื้อราที่พบบ่อยที่สุดในสุนัข 3 ชนิด:


Microsporum canis — พบมากที่สุด ติดต่อมาจากแมว สุนัข หรือสัตว์ป่า ชอบอยู่บนเส้นขนและผิวหนัง


Microsporum gypseum — พบในดิน สุนัขที่ชอบขุดดินหรือวิ่งเล่นนอกบ้านมีความเสี่ยงสูง


Trichophyton mentagrophytes — มักมาจากสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู แฮมสเตอร์ หรือดิน


ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ติดเชื้อง่าย:

- อายุน้อย (ลูกสุนัขภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง)

- ภูมิคุ้มกันต่ำจากโรคอื่นหรือการใช้ยากดภูมิ

- อยู่รวมกับสัตว์หลายตัว เช่น ในบ้านที่มีทั้งหมาและแมว

- ผิวหนังมีบาดแผล รอยขีดข่วน

- ความชื้นสูง อากาศร้อน เช่น ฤดูฝนในไทย


---


**อาการของสุนัขที่เป็นโรคผิวหนังจากเชื้อรา**


อาการคลาสสิกที่พบบ่อย:


ขนร่วงเป็นหย่อมวงกลม — มักพบที่หน้า หู อุ้งตีน หรือขา รูปวงกลมหรือรีไม่สมมาตร


ผิวหนังเป็นสะเก็ด แดง หรือสีเข้มขึ้น — บริเวณที่ขนร่วงอาจเห็นผิวหนังเป็นสะเก็ดหรือตกสะเก็ดขาว


คันหรือไม่คันก็ได้ — ต่างจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรามักไม่คันมากในช่วงแรก


ขนหัก (Kerion) — กรณีรุนแรงจะเกิดตุ่มหนองหรือก้อนอักเสบที่ขนหักสั้น


เล็บเปราะ สีเปลี่ยน — บางตัวเชื้อราลุกลามถึงเล็บ


---


วิธีวินิจฉัยเชื้อราในสุนัข


สัตวแพทย์ที่ศูนย์โรคผิวหนังและภูมิแพ้ใช้หลายวิธีประกอบกัน:


Wood’s Lamp (ไฟวู้ด): ส่องไฟ UV ในห้องมืด เชื้อ Microsporum canis ประมาณ 50% จะเรืองแสงสีเขียว ถ้าเรืองแสงแปลว่าเชื้อราชนิดนี้เป็นไปได้สูง แต่ถ้าไม่เรืองแสงยังไม่สามารถตัดเชื้อราออกได้ทั้งหมด


การตรวจขนด้วยกล้องจุลทรรศน์ (KOH Preparation): เก็บตัวอย่างขนและสะเก็ดผิวหนัง ย้อมสีแล้วส่องดูสปอร์รอบๆ เส้นขน


การเพาะเชื้อ (Fungal Culture / DTM): วิธีที่แม่นยำที่สุด เพาะเชื้อในอาหารเลี้ยงเชื้อ DTM (Dermatophyte Test Medium) ผลชัดเจนภายใน 7-14 วัน ระบุชนิดเชื้อราได้ถูกต้อง


PCR: ตรวจหา DNA ของเชื้อรา เร็วและแม่นยำ เหมาะกรณีต้องการผลเร่งด่วน


---


วิธีรักษาสุนัขที่เป็นโรคผิวหนังจากเชื้อรา


การรักษาต้องใช้หลายวิธีร่วมกันเสมอ ใช้วิธีเดียวมักไม่ได้ผล:


ยากินต้านเชื้อรา (Systemic Antifungals)


ยา Itraconazole หรือ Terbinafine คือยาหลักที่ใช้บ่อยที่สุดในสุนัข กินต่อเนื่อง 4-12 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับความรุนแรง ต้องกินจนผลเพาะเชื้อเป็นลบ 2 ครั้งติดกัน ไม่ใช่แค่ขนขึ้นใหม่


ยาทาเฉพาะที่ (Topical Antifungals)


ครีมหรือสเปรย์ Clotrimazole, Miconazole หรือ Terbinafine ทาบริเวณรอยโรค วันละ 1-2 ครั้ง ช่วยลดปริมาณเชื้อบนผิวและลดการแพร่กระจาย


แชมพูยา (Medicated Shampoo)


แชมพูที่มีส่วนผสม Miconazole + Chlorhexidine หรือ Ketoconazole อาบสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ช่วยลดปริมาณเชื้อทั่วร่างกาย ไม่ควรล้างออกเร็วเกินไป ควรทิ้งไว้ 5-10 นาทีก่อนล้าง


สิ่งที่ห้ามทำ:

- ห้ามใช้แป้งโรยหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ชื้น เพราะเชื้อราชอบความชื้น

- ห้ามหยุดยาเองเมื่อขนขึ้นใหม่ ต้องรอผลเพาะเชื้อเป็นลบ

- ห้ามใช้คอร์ติโคสเตียรอยด์โดยไม่จำเป็น เพราะจะกดภูมิและทำให้เชื้อลุกลาม


---


รักษาโรคผิวหนังเชื้อราในสุนัขนานแค่ไหน


โรคผิวหนังจากเชื้อราต้องใช้เวลารักษานานกว่าที่เจ้าของหลายคนคิด:


- ขนเริ่มขึ้นใหม่ใน 2-4 สัปดาห์ (แต่ยังไม่หาย)

- ผลเพาะเชื้อเป็นลบครั้งแรก: 4-8 สัปดาห์

- รักษาเสร็จสมบูรณ์: 8-16 สัปดาห์ ขึ้นกับความรุนแรงและการตอบสนอง


ต้องตรวจซ้ำทุก 2-4 สัปดาห์ และหยุดยาได้ต่อเมื่อผลเพาะเชื้อเป็นลบ 2 ครั้งติดต่อกัน


---


เชื้อราสุนัขติดคนได้ไหม?


ติดได้ เชื้อรา Dermatophyte เป็น Zoonosis (โรคติดต่อจากสัตว์สู่คน) อาการในคนคือผื่นวงกลมคัน (กลาก) มักพบที่แขน ขา ลำตัว หรือหนังศีรษะ


กลุ่มเสี่ยงที่ควรระวังเป็นพิเศษ:

- เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี

- ผู้สูงอายุ

- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยเคมีบำบัด ผู้ติดเชื้อ HIV


วิธีป้องกันการติดสู่คนระหว่างรักษา:

- ล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสสุนัขหรือพื้นที่ที่สุนัขนอน

- ใส่ถุงมือเมื่อทาครีมหรืออาบน้ำยาให้สุนัข

- ซักผ้าปูนอน ผ้าเช็ดตัว ของเล่น ในน้ำร้อน

- แยกพื้นที่สุนัขป่วยออกจากสุนัขหรือแมวตัวอื่น


---


วิธีทำความสะอาดบ้านเพื่อกำจัดเชื้อรา


สปอร์เชื้อราอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นาน 12-18 เดือน ถ้าไม่ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมควบคู่การรักษา สุนัขมักกลับมาติดซ้ำ


สิ่งที่ต้องทำ:

- ดูดฝุ่นและทิ้งถุงดูดฝุ่นทันทีทุกวัน

- เช็ดพื้นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น Bleach เจือจาง 1:10 (น้ำ 10 ส่วน : คลอรีน 1 ส่วน)

- ซักเครื่องนอน ผ้าห่ม และเสื้อผ้าที่สุนัขสัมผัสในน้ำร้อน 60°C ขึ้นไป

- ทิ้งของเล่นผ้าหรือฆ่าเชื้อในน้ำร้อน ของแข็งเช็ดด้วย Bleach ได้

- แปรง/หวีที่ใช้กับสุนัขป่วยทิ้งหรือต้มน้ำฆ่าเชื้อ


---


ต่างกับเชื้อราในแมวอย่างไร?


เชื้อราชนิดเดียวกัน (Microsporum canis) แต่อาการแตกต่างกัน:


- แมวมักเป็น Asymptomatic Carrier (พาเชื้อโดยไม่แสดงอาการ) โดยเฉพาะแมวอายุโต

- สุนัขมักแสดงอาการชัดเจนกว่า ขนร่วงเป็นวงกลม เห็นได้ง่าย

- แมวสั้นขนตรวจง่าย แต่แมวขนยาวอาจซ่อนรอยโรคได้


ถ้าบ้านมีทั้งหมาและแมว ต้องตรวจทั้งคู่พร้อมกัน แม้แมวจะไม่แสดงอาการ


---


วิธีป้องกันเชื้อราในสุนัข


ป้องกันได้ดีกว่ารักษา:


- ตรวจสัตว์ใหม่ก่อนนำเข้าบ้านทุกครั้ง

- ไม่ให้สุนัขสัมผัสสุนัขหรือแมวแปลกหน้าที่ไม่รู้ประวัติ

- รักษาความสะอาดที่นอน อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

- ดูแลสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรง อาหารดี ออกกำลังกาย ลดความเครียด

- ตรวจสุขภาพประจำปีและแจ้งสัตวแพทย์ทุกครั้งถ้าเห็นขนร่วงเป็นหย่อม


---


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)


Q: วิธีรักษาสุนัขที่เป็นโรคผิวหนังจากเชื้อราที่บ้านได้ไหม?

A: ทำได้บางส่วน เช่น ทาครีม Clotrimazole หรืออาบแชมพู Miconazole ที่ซื้อได้เองบรรเทาอาการ แต่โดยมากต้องได้ยากินจากสัตวแพทย์เพื่อรักษาให้หายขาด เพราะยาทาเพียงอย่างเดียวมักไม่พอสำหรับรอยโรคลึกหรือทั่วตัว


Q: เชื้อราสุนัขหายได้เองไหมโดยไม่ต้องรักษา?

A: ในสุนัขที่แข็งแรงมากอาจหายเองได้แต่ใช้เวลา 2-4 เดือน และระหว่างนั้นแพร่เชื้อสู่สัตว์และคนในบ้านตลอดเวลา การรักษาจะทำให้หายเร็วกว่าและลดความเสี่ยงการแพร่กระจาย


Q: เชื้อราสุนัขติดคนได้ไหม?

A: ได้ เชื้อรา Dermatophyte ติดต่อจากสัตว์สู่คนได้โดยตรง อาการในคนคือผื่นกลมคัน (กลาก) ควรล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสสุนัขป่วย ใส่ถุงมือเมื่อทาครีมหรืออาบน้ำยา


Q: รักษาเชื้อราสุนัขนานแค่ไหน?

A: อย่างน้อย 8-16 สัปดาห์ แม้ขนจะขึ้นใหม่ใน 2-4 สัปดาห์ก็ต้องกินยาต่อเนื่องจนผลเพาะเชื้อเป็นลบ 2 ครั้งติดกัน การหยุดยาเร็วเกินไปทำให้กลับมาเป็นซ้ำ


Q: สุนัขขนร่วงเป็นวงต้องตรวจอะไร?

A: ควรพาพบสัตวแพทย์เพื่อส่อง Wood’s Lamp, เก็บตัวอย่างขนตรวจกล้องจุลทรรศน์ และเพาะเชื้อ DTM ซึ่งใช้เวลา 7-14 วัน นอกจากเชื้อราควรตรวจตัดโรคอื่น เช่น Demodex (ไรขุมขน) หรือภูมิแพ้ด้วย


Q: รักษาเชื้อราในสุนัขต้องทำความสะอาดบ้านด้วยไหม?

A: จำเป็นมาก สปอร์เชื้อราอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้ถึง 18 เดือน ต้องดูดฝุ่น เช็ดพื้นด้วย Bleach เจือจาง และซักเครื่องนอนในน้ำร้อนควบคู่การรักษาสุนัข ไม่งั้นสุนัขจะกลับมาติดเชื้อซ้ำ


Q: แยกแยะเชื้อราสุนัขกับโรคผิวหนังอื่นได้อย่างไร?

A: ไม่สามารถแยกได้จากตาเปล่าอย่างแม่นยำ ขนร่วงวงกลมอาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น ไรขุมขน (Demodex), โรคภูมิแพ้ หรือฮอร์โมน การเพาะเชื้อและตรวจกล้องจุลทรรศน์โดยสัตวแพทย์คือวิธีเดียวที่ยืนยันได้



หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways