อาการคันไม่หยุดอาจทำให้น้องหมาทรมานมากกว่าที่เราคิด รอยแดงเล็กๆ ในวันนี้อาจกลายเป็นแผลติดเชื้อลุกลามและรักษายากขึ้นในอนาคต วันนี้เราพามาดูเคส "น้อง SODA" สุนัขพันธุ์ชิสุที่มาปรึกษาคุณหมอด้วยอาการคันรุนแรงจนผิวแดงจัด และมีกลิ่นตัวแรงผิดปกติ
คุณหมอทำการตรวจ โดยเก็บตัวอย่างเซลล์ผิวหนังไปส่องกล้อง และพบว่าผิวของน้อง Soda มีการติดเชื้อ "ยีสต์และแบคทีเรีย" แทรกซ้อน ซึ่งเป็นต้นเหตุของกลิ่นเหม็นอับชื้นบริเวณข้อพับ รักแร้ และใต้คาง
กำจัดเชื้อที่ต้นเหตุ: ใช้แชมพูยาที่มีส่วนผสมของ Chlorhexidine อาบน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง (ต้องฟอกทิ้งไว้ 10-15 นาทีเพื่อให้ยาออกฤทธิ์)
จัดการการอักเสบ: ให้ยาปฏิชีวนะและยาต้านเชื้อราร่วมกับยาลดคัน เพื่อหยุดวงจรการเกาที่ทำให้แผลลุกลาม
ปรับไลฟ์สไตล์: ใส่ปลอกคอกันเลีย (E-Collar) เพื่อป้องกันการกัดแทะแผล และเปลี่ยนมาทานอาหารสูตร Hypoallergenic เพื่อลดโอกาสการแพ้จากภายใน


ความอับชื้นสะสม: อาบน้ำแล้วเป่าขนไม่แห้งสนิทถึงโคน หรือน้องชอบนอนบนพื้นแฉะ
เชื้อโรคฉวยโอกาส: เมื่อผิวหนังระคายเคือง แบคทีเรียและยีสต์จะเจริญเติบโตได้ไวมากจนเกิดกลิ่นตัวแรง
ภาวะภูมิแพ้: อาจเกิดจากการแพ้อาหาร หรือภูมิแพ้สิ่งแวดล้อม เช่น ไรฝุ่น และเกสรดอกไม้
คราบน้ำลาย: การเลี่ยง่ามเท้าหรือใต้คอซ้ำๆ ทำให้เกิดความชื้นและเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค
Q1: ทำไมต้องฟอกแชมพูยาทิ้งไว้นานถึง 10-15 นาที?
A: แชมพูยา (Medicated Shampoo) ต่างจากแชมพูทั่วไป ตัวยาจำเป็นต้องใช้เวลาในการสัมผัสกับผิวหนังเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียและยีสต์ หากฟอกแล้วล้างออกทันที ตัวยาจะยังไม่ทันออกฤทธิ์ ทำให้การรักษาไม่ได้ผลเท่าที่ควร
Q2: อาบน้ำบ่อยๆ ช่วยให้หายคันและหายเหม็นได้เร็วขึ้นไหม?
A: การอาบน้ำด้วยแชมพูยาควรทำตามระยะที่หมอสั่ง (ส่วนใหญ่สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง) การอาบน้ำบ่อยเกินไปจะทำให้ผิวหนังแห้งเสียสมดุลและระคายเคืองมากขึ้น สิ่งสำคัญกว่าความถี่คือ "การเป่าขนให้แห้งสนิทถึงโคนผิวหนัง" เพื่อไม่ให้เกิดความอับชื้นซึ่งเป็นอาหารชั้นดีของเชื้อโรค
Q3: สุนัขที่มีกลิ่นตัวแรงตลอดเวลา เกิดจากอะไรได้บ้าง?
A: กลิ่นตัวแรงมักเกิดจากการสะสมของ เชื้อยีสต์ ซึ่งชอบความอับชื้น นอกจากนี้อาจเกิดจากต่อมข้างก้นอักเสบ (Anal Sacs) หรือปัญหาช่องปาก หากอาบน้ำแล้วกลิ่นยังไม่หายภายใน 1-2 วัน ควรพามาตรวจ Cytology เพื่อหาชนิดของเชื้อที่เป็นสาเหตุ
Q4: อาหารมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการผิวหนังอักเสบอย่างไร?
A: สุนัขหลายตัวมีภาวะ "ภูมิแพ้อาหาร" (Food Allergy) โดยเฉพาะแพ้โปรตีนบางชนิด ซึ่งจะแสดงออกทางผิวหนัง ทำให้มีอาการคันหู ฝ่าเท้า และรอบก้น การเปลี่ยนมาทานอาหารสูตรประกอบการรักษา (Hypoallergenic Diet) จะช่วยลดการกระตุ้นจากภายในและทำให้ผิวหนังแข็งแรงขึ้น
Q5: โรคผิวหนังในสุนัข สามารถติดต่อสู่คนหรือสัตว์ตัวอื่นได้ไหม?
A: โดยทั่วไปโรคผิวหนังจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ยีสต์ หรือภูมิแพ้ ไม่ติดต่อสู่คน แต่ถ้าเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจาก "เชื้อรา" (Ringworm) หรือ "ไรขี้เรื้อน" บางชนิด จะสามารถติดต่อสู่คนและสัตว์ตัวอื่นในบ้านได้ ดังนั้นการตรวจวินิจฉัยเพื่อแยกแยะชนิดของเชื้อจึงสำคัญมาก
หัวใจสำคัญคือ "ความสม่ำเสมอ" การรักษาโรคผิวหนังต้องใช้ความใจเย็นและการติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง หากลูกๆ เริ่มมีอาการคัน มีกลิ่นตัวแรง หรือผิวแดงผิดปกติ อย่ารอช้าครับ แวะมาปรึกษาคุณหมอได้ที่: ศูนย์โรคผิวหนังและภูมิแพ้ | โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่
#ThonglorPetHospital #TheBestAlways