โรคหมอนรองกระดูกทับไขสันหลัง (IVDD) ในสุนัข คืออะไร?

แชร์
1 กรกฎาคม 2569 228 ครั้ง

IVDD (Intervertebral Disc Disease) หรือโรคหมอนรองกระดูกทับไขสันหลัง เป็นหนึ่งในโรคทางระบบประสาทที่พบได้บ่อยที่สุดในสุนัข และเป็นสาเหตุสำคัญของอาการปวดคอ ปวดหลัง ขาอ่อนแรง เดินเซ ไปจนถึงอัมพาต

แม้จะพบได้บ่อย แต่หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก สุนัขหลายตัวสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ

หมอนรองกระดูกทำหน้าที่อะไร

หมอนรองกระดูกเป็นโครงสร้างที่อยู่ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อ ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกและช่วยให้กระดูกสันหลังเคลื่อนไหวได้อย่างยืดหยุ่น

เมื่อหมอนรองกระดูกเกิดการเสื่อม โป่ง หรือแตก เนื้อหมอนรองกระดูกอาจเคลื่อนเข้าไปกดทับไขสันหลังหรือรากประสาท ส่งผลให้การส่งสัญญาณประสาทผิดปกติ จึงเกิดอาการทางระบบประสาทตามมา

สุนัขสายพันธุ์ไหนเสี่ยง IVDD มากที่สุด

โรค IVDD พบได้ในสุนัขทุกสายพันธุ์ แต่พบบ่อยเป็นพิเศษในสุนัขที่มีพันธุกรรมทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็ว (Chondrodystrophic breeds)

กลุ่มเสี่ยงสูงระดับความเสี่ยง
ดัชชุนด์สูงมาก
เฟรนช์บูลด็อกสูงมาก
เวลช์คอร์กี้สูง
ปั๊กสูง
บีเกิลสูง
ชิสุสูง
บาสเซ็ตฮาวด์สูง


อย่างไรก็ตาม สุนัขพันธุ์ใหญ่และสายพันธุ์อื่นก็สามารถเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน

อาการของ IVDD ในสุนัขที่ต้องสังเกต

อาการขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรงของการกดทับไขสันหลัง โดยเรียงจากเบาไปหนักได้ดังนี้:

  • ปวดคอหรือปวดหลัง
  • หลังโก่ง ไม่ยอมขยับตัว
  • เดินเซ
  • ลากปลายเท้า เล็บครูดพื้น
  • ขาอ่อนแรง ลุกยืนลำบาก
  • เดินไม่ได้
  • กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้
  • อัมพาต

หมายเหตุสำคัญ: อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเป็น IVDD ทุกตัว เพราะยังมีโรคของระบบประสาทและกระดูกสันหลังอีกหลายชนิดที่มีอาการคล้ายกัน จึงควรให้สัตวแพทย์วินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

IVDD วินิจฉัยอย่างไร ทำไม MRI จึงเป็นมาตรฐาน

การวินิจฉัยเริ่มจากการซักประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจระบบประสาท (Neurological Examination) เพื่อระบุตำแหน่งของรอยโรคและประเมินความรุนแรง

จากนั้นสัตวแพทย์อาจแนะนำการตรวจเพิ่มเติม:

  • X-ray — ประเมินโครงสร้างกระดูกสันหลังเบื้องต้น
  • CT Scan — ดูรายละเอียดของกระดูกและหมอนรองกระดูกบางตำแหน่ง
  • MRI — มาตรฐานที่ดีที่สุดในการประเมินหมอนรองกระดูก ไขสันหลัง และรากประสาท เพราะเห็นเนื้อเยื่ออ่อนได้ชัดเจนกว่าวิธีอื่น

IVDD รักษาหายไหม — ยา ผ่าตัด หรือกายภาพบำบัด

การรักษาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งระดับความรุนแรงของอาการ ตำแหน่งของรอยโรค ผลการตรวจระบบประสาท และผลการตรวจวินิจฉัยภาพ

ระดับความรุนแรงอาการแนวทางการรักษา
เริ่มต้นปวดหลัง หลังโก่งยา + จำกัดการเคลื่อนไหว
ปานกลางเดินเซ ขาอ่อนแรงประเมินด้วย MRI ก่อนวางแผน
รุนแรงเดินไม่ได้ อัมพาตมักต้องผ่าตัด + กายภาพบำบัด

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

สุนัขที่อาการไม่รุนแรงบางรายสามารถรักษาด้วยการพัก จำกัดการเคลื่อนไหวอย่างเคร่งครัด ร่วมกับการให้ยาลดปวดและลดการอักเสบ ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์

การผ่าตัด

หากมีการกดทับไขสันหลังรุนแรง เดินไม่ได้ หรืออาการแย่ลง อาจจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อลดการกดทับไขสันหลัง ยิ่งผ่าตัดเร็วในขณะที่ยังมีความรู้สึกที่ขา โอกาสฟื้นตัวยิ่งสูง

ทำไมกายภาพบำบัดจึงสำคัญกับสุนัข IVDD

การรักษา IVDD ไม่ได้จบเพียงการให้ยาหรือการผ่าตัด การฟื้นฟูสมรรถภาพ (Rehabilitation) เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้สุนัขกลับมาเคลื่อนไหวได้ดีที่สุด

กายภาพบำบัดช่วย:

  • ลดการลีบของกล้ามเนื้อ
  • ฟื้นฟูการลงน้ำหนัก
  • กระตุ้นการทำงานของระบบประสาท
  • เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  • ฝึกการทรงตัวและการเดิน
  • ลดภาวะแทรกซ้อนจากการนอนนาน

โปรแกรมฟื้นฟูอาจประกอบด้วยการขยับข้อ (PROM) การฝึกเดิน การฝึกยืน ลู่วิ่งใต้น้ำ ธาราบำบัด เลเซอร์บำบัด หรือการกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของสัตวแพทย์

คัดกรองความเสี่ยง IVDD ได้ไหม

แม้จะไม่สามารถป้องกัน IVDD ได้ทั้งหมด แต่ในสุนัขบางสายพันธุ์สามารถประเมินความเสี่ยงได้:

การตรวจเอกซเรย์ (Screening Radiography) — โดยเฉพาะในสายพันธุ์อย่างเฟรนช์บูลด็อก อาจช่วยตรวจพบความผิดปกติของกระดูกสันหลังแต่กำเนิด เช่น Hemivertebra ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคของไขสันหลังในอนาคต

การตรวจพันธุกรรม (Genetic Testing) — ปัจจุบันมีการตรวจยีนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของ IVDD ในกลุ่ม Chondrodystrophic breeds การตรวจนี้ไม่ได้ใช้วินิจฉัยโรค แต่ช่วยประเมินความเสี่ยง สนับสนุนการวางแผนผสมพันธุ์อย่างรับผิดชอบ และให้คำแนะนำในการดูแลเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง

เจ้าของช่วยลดความเสี่ยง IVDD ได้อย่างไร

แม้จะป้องกันไม่ได้ทั้งหมด แต่เจ้าของช่วยลดความเสี่ยงได้ด้วยการ:

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงการกระโดดขึ้นลงจากที่สูงเป็นประจำ
  • ใช้ทางลาดแทนการกระโดดขึ้นโซฟาหรือเตียง
  • อุ้มสุนัขโดยประคองทั้งช่วงอกและสะโพก
  • ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
  • พาตรวจทันทีเมื่อเริ่มมีอาการผิดปกติ

สรุป

IVDD เป็นโรคทางระบบประสาทที่พบได้บ่อยและอาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของสุนัขอย่างมาก แต่การวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรก การเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม และการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง สามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ

หากสุนัขเริ่มมีอาการปวดคอ ปวดหลัง เดินผิดปกติ ขาอ่อนแรง หรือเดินไม่ได้ ควรรีบเข้ารับการตรวจจากสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด เพราะในโรคระบบประสาท "เวลา" เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการฟื้นตัว

📍 ปรึกษาและตรวจวินิจฉัยได้ที่ ศูนย์สมองระบบประสาทและสันหลัง โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ โทร 02-079-9999


FAQ 

Q: IVDD ในสุนัขคืออะไร?

IVDD (Intervertebral Disc Disease) คือโรคหมอนรองกระดูกทับไขสันหลังในสุนัข เกิดจากหมอนรองกระดูกเสื่อม โป่ง หรือแตก แล้วกดทับไขสันหลัง ทำให้เกิดอาการปวด ขาอ่อนแรง จนถึงอัมพาต

Q: สุนัขพันธุ์ไหนเสี่ยง IVDD มากที่สุด?

พบบ่อยในสุนัขพันธุ์ที่หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็ว (Chondrodystrophic) เช่น ดัชชุนด์ เฟรนช์บูลด็อก เวลช์คอร์กี้ ปั๊ก บีเกิล ชิสุ และบาสเซ็ตฮาวด์ แต่สุนัขพันธุ์อื่นก็เป็นได้

Q: สุนัขเป็น IVDD ขาอ่อนแรงจะกลับมาเดินได้ไหม?

ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความเร็วในการรักษา สุนัขที่ยังมีความรู้สึกที่ขาและได้รับการรักษาเร็วมีโอกาสกลับมาเดินได้สูง การผ่าตัดร่วมกับกายภาพบำบัด เช่น ลู่วิ่งใต้น้ำ ช่วยเพิ่มโอกาสฟื้นตัว

Q: IVDD ต้องผ่าตัดทุกตัวไหม?

ไม่จำเป็นครับ สุนัขที่อาการไม่รุนแรงอาจรักษาด้วยการพัก จำกัดการเคลื่อนไหว และยา แต่หากกดทับไขสันหลังรุนแรง เดินไม่ได้ หรืออาการแย่ลง มักต้องผ่าตัดเพื่อลดการกดทับ

Q: IVDD วินิจฉัยด้วยอะไร?

เริ่มจากตรวจร่างกายและตรวจระบบประสาท จากนั้นอาจใช้ X-ray, CT Scan หรือ MRI ซึ่ง MRI เป็นมาตรฐานที่ดีที่สุดในการประเมินหมอนรองกระดูก ไขสันหลัง และรากประสาท

Q: กายภาพบำบัดสำคัญกับสุนัข IVDD อย่างไร?

ช่วยลดการลีบของกล้ามเนื้อ ฟื้นฟูการลงน้ำหนัก กระตุ้นระบบประสาท และฝึกการเดิน โปรแกรมมีทั้งลู่วิ่งใต้น้ำ ธาราบำบัด เลเซอร์บำบัด และการกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า

Q: ป้องกัน IVDD ได้ไหม?

ป้องกันทั้งหมดไม่ได้ แต่ลดความเสี่ยงได้ด้วยการควบคุมน้ำหนัก หลีกเลี่ยงการกระโดดขึ้นลงที่สูง ใช้ทางลาด อุ้มโดยประคองทั้งอกและสะโพก และพาตรวจทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติ


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways