โรคลิ้นหัวใจรั่ว Stage D ในสุนัข เคสลัคกี้กับทางเลือก TEER

31 สิงหาคม 2569 35 ครั้ง

เมื่อโรคลิ้นหัวใจรั่วเข้าสู่ Stage D ยังมีทางเลือกอะไรอีกไหม?

ตลอดกว่า 5 ปีที่ผ่านมา ลัคกี้ สุนัขวัย 12 ปี ใช้ชีวิตร่วมกับโรคลิ้นหัวใจไมทรัลเสื่อม หรือ Myxomatous Mitral Valve Disease (MMVD) มาอย่างต่อเนื่อง จากช่วงแรกที่สามารถควบคุมโรคด้วยยาและติดตามอาการตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ โรคของลัคกี้ค่อย ๆ ดำเนินมากขึ้น จนในที่สุดเข้าสู่ MMVD Stage D ช่วงที่ภาวะหัวใจล้มเหลวเริ่มควบคุมได้ยากด้วยการรักษามาตรฐาน และจำเป็นต้องพิจารณาทางเลือกในการดูแลที่ซับซ้อนมากขึ้น สำหรับลัคกี้ ช่วงเวลานั้นมาพร้อมกับการใช้ยาหลายชนิดในแต่ละวัน และการเกิด ภาวะน้ำท่วมปอดซ้ำ คำถามของครอบครัวจึงไม่ใช่เพียงว่า “โรคของลัคกี้หนักแค่ไหนแล้ว? แต่คือ “ยังมีอะไรที่เราสามารถทำให้เขาได้อีกไหม?”


MMVD Stage D คืออะไร?

โรคลิ้นหัวใจไมทรัลเสื่อมทำให้ลิ้นหัวใจปิดไม่สนิท เกิดการไหลย้อนของเลือด หรือ Mitral Regurgitationเมื่อโรคดำเนินมากขึ้น หัวใจต้องรับภาระเพิ่มขึ้นและอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว Stage D เป็นระยะที่ผู้ป่วยมีภาวะหัวใจล้มเหลวซึ่งควบคุมอาการได้ยากหรือไม่เพียงพอด้วยแนวทางการรักษามาตรฐานสำหรับ Stage C และอาจจำเป็นต้องใช้แผนการรักษาเฉพาะทางเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม คำว่า Stage D ไม่ได้หมายความว่า สุนัขทุกตัวจะไม่มีทางเลือกในการดูแลต่อ สิ่งสำคัญคือการประเมินผู้ป่วยเป็นรายตัว


เมื่อการรักษาด้วยยาเริ่มควบคุมอาการได้ยาก

ในช่วงที่โรคของลัคกี้ดำเนินมากขึ้น ทีมรักษาต้องดูแลทั้งภาวะหัวใจล้มเหลวและปัญหาน้ำท่วมปอดที่เกิดซ้ำ ครอบครัวจึงเข้าปรึกษากับ ทีมสัตวแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ เพื่อประเมินว่ายังมีทางเลือกอื่นที่เหมาะสมกับลัคกี้หรือไม่ ก่อนตัดสินใจ ทีมสัตวแพทย์ต้องประเมินหลายด้านร่วมกัน ทั้ง

  • ความรุนแรงของการรั่วของลิ้นหัวใจ
  • โครงสร้างของลิ้นหัวใจ
  • ขนาดและการทำงานของหัวใจ
  • ภาวะหัวใจล้มเหลว
  • สุขภาพและโรคร่วม
  • ความเสี่ยงจากการวางยาสลบและหัตถการ

หลังจากประเมินแล้ว ทีมรักษาจึงพิจารณา Transcatheter Edge-to-Edge Repair หรือ TEER เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับลัคกี้



TEER ช่วยอะไรในโรคลิ้นหัวใจรั่ว?

TEER เป็นเทคนิคที่ใช้อุปกรณ์ช่วยยึดขอบของลิ้นหัวใจไมทรัลบริเวณที่เกิดการรั่วเข้าหากัน เป้าหมายคือช่วยลด Mitral Regurgitation หรือปริมาณเลือดที่ไหลย้อนผ่านลิ้นหัวใจ และช่วยลดภาระที่หัวใจต้องรับ สำหรับสุนัข การทำ TEER มีการเข้าถึงหัวใจผ่านแผลเปิดทรวงอกขนาดเล็กบริเวณปลายหัวใจ และอาศัยเครื่องมือช่วยนำทาง เช่น TEE และ Fluoroscopy เพื่อกำหนดตำแหน่งของอุปกรณ์อย่างแม่นยำ TEER ไม่ได้ทำให้ MMVD หายขาด และผลการรักษาแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย จึงต้องผ่านการประเมินอย่างละเอียดก่อนพิจารณา


หลายทีม กับเป้าหมายเดียวกัน

ในวันที่ลัคกี้เข้ารับการรักษา ไม่ได้มีเพียงสัตวแพทย์โรคหัวใจอยู่ในห้องรักษา แต่เป็นการทำงานร่วมกันของหลายทีม ทั้งสัตวแพทย์โรคหัวใจ ทีมวิสัญญี ทีมพยาบาล และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพราะสำหรับผู้ป่วย Stage D สิ่งสำคัญไม่ได้มีเพียงเทคนิคหรืออุปกรณ์ แต่คือการวางแผนให้เหมาะกับสภาพของผู้ป่วยในวันนั้นให้มากที่สุด โดยทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือ ทำอย่างไรให้ลัคกี้ได้รับการรักษาอย่างปลอดภัย และมีโอกาสกลับไปหาครอบครัวอีกครั้ง


วันที่ลัคกี้ได้กลับบ้าน

หลังเข้ารับการรักษา ทีมสัตวแพทย์ติดตามอาการและประเมินการตอบสนองของลัคกี้อย่างต่อเนื่อง จนในที่สุด ลัคกี้สามารถกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวได้อีกครั้ง สำหรับครอบครัว คำว่า “กลับบ้าน” มีความหมายมากกว่าการออกจากโรงพยาบาล แต่มันคือโอกาสที่จะได้กลับไปใช้เวลาร่วมกันอีกครั้ง และสำหรับทีมรักษา สิ่งสำคัญที่สุดของเคสนี้ไม่ใช่เพียงว่าเราใช้เทคโนโลยีอะไร แต่คือการได้เลือกแนวทางที่เหมาะสมกับผู้ป่วยในช่วงเวลาที่เขาต้องการการดูแลมากที่สุด ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ ลัคกี้


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q : MMVD Stage D คืออะไร?
A :

MMVD Stage D คือระยะที่สุนัขมีภาวะหัวใจล้มเหลวจากโรคลิ้นหัวใจไมทรัลเสื่อม และอาการเริ่มควบคุมได้ยากหรือไม่เพียงพอด้วยแนวทางการรักษามาตรฐานของ Stage C จึงอาจต้องพิจารณาการรักษาเฉพาะทางเพิ่มเติม



Q : สุนัข Stage D ยังสามารถรักษาได้หรือไม่?
A :

ยังสามารถประเมินทางเลือกในการดูแลเพิ่มเติมได้ในผู้ป่วยบางราย แต่แนวทางที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค โครงสร้างหัวใจ สุขภาพโดยรวม โรคร่วม และความเสี่ยงของผู้ป่วยแต่ละตัว


Q : ถ้าเป็น MMVD Stage B2 ต้องทำ TEER เลยหรือไม่?
A :

ไม่จำเป็น สุนัข Stage B2 ไม่ได้ต้องทำ TEER ทุกตัว การพิจารณาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของ Mitral Regurgitation โครงสร้างลิ้นหัวใจ ขนาดหัวใจ สุขภาพโดยรวม และปัจจัยอื่นของผู้ป่วยแต่ละราย


Q : TEER คืออะไร?
A :

TEER หรือ Transcatheter Edge-to-Edge Repair เป็นเทคนิคซ่อมลิ้นหัวใจไมทรัล โดยใช้อุปกรณ์ช่วยยึดขอบลิ้นหัวใจบริเวณที่เกิดการรั่วเข้าหากัน เพื่อช่วยลด Mitral Regurgitation หรือเลือดที่ไหลย้อนผ่านลิ้นหัวใจ


Q : สุนัข Stage D ทุกตัวสามารถทำ TEER ได้หรือไม่?
A :

ไม่ได้ การอยู่ใน Stage D เพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ตัดสินว่าทำ TEER ได้ ต้องประเมินลักษณะของลิ้นหัวใจ ความรุนแรงของการรั่ว ขนาดหัวใจ สุขภาพโดยรวม และความเสี่ยงจากหัตถการร่วมกัน


Q : TEER รักษา MMVD ให้หายขาดหรือไม่?
A :

ไม่ใช่การรักษาที่ทำให้ MMVD หายขาด เป้าหมายของ TEER คือช่วยลดการรั่วของลิ้นหัวใจและลดภาระที่หัวใจต้องรับ โดยผลการรักษาแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย


Q : น้ำท่วมปอดในสุนัขเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจอย่างไร?
A :

ในสุนัขที่เป็น MMVD ภาวะน้ำท่วมปอดอาจเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว เมื่อความดันในระบบไหลเวียนเลือดเพิ่มขึ้นจนมีของเหลวสะสมในปอด ผู้ป่วยอาจมีอาการหอบ หายใจเร็ว หรือเหนื่อยง่าย


Q : เมื่อไรควรพาสุนัขโรคหัวใจมาพบสัตวแพทย์ทันที?
A :

หากพบอาการหอบ หายใจลำบาก หายใจเร็วผิดปกติขณะพัก อ่อนแรง เป็นลม เบื่ออาหาร หรืออาการเปลี่ยนแปลงจากเดิม ควรพามาพบสัตวแพทย์โดยเร็ว