ต่อเวลาความสุข คืนชีวิตใหม่ให้สุนัขสูงวัยที่มีภาวะหัวใจเต้นช้า (Bradycardia)

แชร์
8 มิถุนายน 2569 18 ครั้ง

เสียงหัวใจที่ค่อย ๆ เงียบลง

เสียงหัวใจของมาร์โค สุนัขวัย 14 ปี ค่อย ๆ เต้นช้าลงเรื่อย ๆ จนเหลือเพียง 20 ครั้งต่อนาที ในขณะที่หัวใจสุนัขโดยทั่วไปควรเต้นอยู่ที่ 80–120 ครั้งต่อนาที

มาร์โคมีประวัติโรคลิ้นหัวใจซีกซ้ายเสื่อมและภาวะหัวใจล้มเหลวอยู่ก่อนแล้ว แต่ครั้งนี้อัตราการเต้นของหัวใจที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็วทำให้ทีมสัตวแพทย์ประเมินทันทีว่า "รอช้าไม่ได้"


ภาวะหัวใจเต้นช้า (Bradycardia) ในสุนัขคืออะไร?

Bradycardia คือภาวะที่หัวใจเต้นช้ากว่าปกติอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้ไม่เพียงพอ ในสุนัขสูงอายุที่มีโรคหัวใจอยู่เดิม ภาวะนี้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

อาการที่พบได้:

  • อ่อนแรง เฉื่อยชา ไม่มีแรง
  • หมดสติหรือล้มพับกะทันหัน (Syncope)
  • หายใจลำบาก หอบเหนื่อย
  • ไม่ยอมกินอาหาร

ใครเสี่ยงบ้าง? สุนัขสูงอายุที่มีโรคหัวใจอยู่เดิม มีความเสี่ยงสูงที่ระบบไฟฟ้าหัวใจจะเสื่อมลงตามอายุ โดยเฉพาะในกรณีที่มีโรคลิ้นหัวใจร่วมด้วย


การวางแผนรักษา: 1 วันก่อนผ่าตัด

ก่อนวันผ่าตัดเพียง 1 วัน ทีมศูนย์หัวใจนัดประชุมวางแผนร่วมกันอย่างละเอียด ประกอบด้วย:

  • สัตวแพทย์โรคหัวใจ — วินิจฉัยและวางแผนการรักษา
  • สัตวแพทย์ผ่าตัด — กำหนดเทคนิคการฝัง Pacemaker
  • วิสัญญีแพทย์ — ประเมินความเสี่ยงการดมยาในสุนัขสูงอายุที่มีโรคหัวใจ
  • ทีมพยาบาลและห้องผ่าตัด — เตรียมความพร้อมทุกด้าน

โจทย์ของทุกคนมีเพียงข้อเดียว: ทำให้หัวใจของมาร์โคกลับมาเต้นเป็นจังหวะที่ปกติอีกครั้ง


ขั้นตอนการผ่าตัดฝัง Pacemaker ในสุนัข

ทีมแพทย์เลือกใช้วิธีการผ่าตัดฝัง เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Cardiac Pacemaker) โดยมีขั้นตอนดังนี้:

  1. เปิดแผลบริเวณคอขนาดเล็ก เพื่อเข้าถึงเส้นเลือดดำที่คอ (Jugular vein)
  2. สอดสายกระตุ้น (Lead) ผ่านเส้นเลือดเข้าสู่หัวใจห้องล่าง
  3. ใช้ Fluoroscope (เครื่องเอกซเรย์แบบเคลื่อนไหว) นำทางการวางสายกระตุ้นให้แม่นยำ
  4. ฝังตัวเครื่อง Pacemaker ขนาดเล็กไว้ใต้ผิวหนังบริเวณด้านหลังคอ
  5. โปรแกรมตัวเครื่อง ให้ปล่อยกระแสไฟฟ้าในจังหวะที่เหมาะสมกับสภาวะของมาร์โค

ผลลัพธ์: มาร์โคกลับมาสดใสอีกครั้ง

การผ่าตัดสำเร็จด้วยดี หลังฟื้นตัว มาร์โคแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน:

  • ไม่มีอาการหอบ
  • ไม่มีอาการชัก
  • ตื่นตัวมากขึ้น
  • กระปรี้กระเปร่า สดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

มาร์โคได้กลับสู่อ้อมกอดของครอบครัว พร้อมจังหวะหัวใจที่มั่นคง และชีวิตที่ยังคงดำเนินต่อไป


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Pacemaker ในสุนัข

Q: สุนัขสูงอายุใส่ Pacemaker ได้ไหม? ได้ครับ อายุไม่ใช่ข้อห้ามในการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับการประเมินสุขภาพโดยรวมของทีมสัตวแพทย์ โดยเฉพาะการประเมินความเสี่ยงจากการดมยาสลบ

Q: Pacemaker ในสุนัขแตกต่างจากในมนุษย์อย่างไร? หลักการทำงานเหมือนกันครับ ต่างกันที่ขนาดและตำแหน่งการฝัง ในสุนัขมักฝังบริเวณด้านหลังคอและใช้สายกระตุ้นผ่านเส้นเลือดดำที่คอ

Q: หลังใส่ Pacemaker สุนัขใช้ชีวิตได้ตามปกติไหม? ใช่ครับ สุนัขส่วนใหญ่ที่ผ่าตัดสำเร็จสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยมีการนัดติดตามผลเป็นระยะเพื่อตรวจสอบการทำงานของเครื่อง

Q: โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อผ่าตัดใส่ Pacemaker ในสุนัขได้ไหม? ได้ครับ ศูนย์หัวใจโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อมีทีมสัตวแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยี Fluoroscopy ที่พร้อมสำหรับการผ่าตัดฝัง Pacemaker ในสัตว์เลี้ยง

Q: รู้ได้อย่างไรว่าสุนัขต้องใส่ Pacemaker? สัตวแพทย์จะวินิจฉัยจาก ECG (คลื่นไฟฟ้าหัวใจ) ร่วมกับ Echocardiography และประวัติอาการ หากพบ Bradycardia ที่ไม่ตอบสนองต่อยา การฝัง Pacemaker คือทางเลือกที่ดีที่สุด


ปรึกษาทีมศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ

หากน้องหมาของคุณมีอาการอ่อนแรง หมดสติ หรือหัวใจเต้นผิดปกติ อย่ารอให้อาการหนักก่อนค่อยพามา การวินิจฉัยเร็ว รักษาได้ทัน


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways