แมวชอบกินของแปลกๆ ปล่อยไว้อันตรายอาจต้องผ่าตัดใหญ่

แชร์
28 พฤษภาคม 2569 112 ครั้ง

แมวชอบกินของแปลกๆ! ปล่อยไว้อันตราย... อาจต้องผ่าตัดใหญ่

ขึ้นชื่อว่า "แมว" หลายตัวมีรสนิยมที่มนุษย์อย่างเราเข้าไม่ถึง ชอบเคี้ยว ชอบกลืนของแปลกๆ จนแอบเสี่ยงอันตรายอยู่เสมอ เช่นเดียวกับเคสของ "น้อง Mimi" เจ้าก้อนส้มวัย 1 ขวบ ที่เพิ่งเข้ามาพบคุณหมอที่คลินิกแมว เพราะคุณแม่ตาไวเห็นน้องกลืนแผ่นพลาสติกยาวกว่า 10 เซนติเมตรลงท้องไปต่อหน้าต่อตา! ย้ำว่า "เพิ่งกลืนไปแค่ 30 นาที" คุณแม่ไม่รอช้า รีบโทรปรึกษาโรงพยาบาลและบึ่งรถมาทันที

เมื่อมาถึง คุณหมอประเมินว่าสิ่งแปลกปลอมยังอยู่ในกระเพาะอาหาร จึงทำการใช้ยากระตุ้นให้อาเจียน (Dexmedetomidine) ทันที เพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น น้อง Mimi ก็อ้วกเอาแผ่นพลาสติกเจ้าปัญหาออกมาได้สำเร็จ โดยไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัดเลย กลับบ้านแบบแฮปปี้ทั้งน้องแมวและคุณแม่



วิธีสังเกตเมื่อแมวกินสิ่งแปลกปลอม

  • มีอาการขย้อน ไอเหมือนมีอะไรติดคอ หรือพยายามจะอ้วก

  • น้ำลายไหลยืดมากกว่าปกติ

  • ซึมลง เบื่ออาหารกะทันหัน

  • ท้องอืด หรือร้องเจ็บเวลาเราไปจับโดนพุง

⚠️ ข้อควรระวังสำคัญที่สุด: หากเห็นน้องกลืนสิ่งแปลกปลอมเข้าไป "ห้ามพยายามล้วงคอให้อ้วกเองเด็ดขาด" เพราะอาจทำให้เศษวัตถุติดหลอดลมจนขาดอากาศหายใจ หรือหากวัตถุนั้นมีมุมแหลมคม ก็อาจบาดทางเดินอาหารจนทะลุได้ สิ่งที่ต้องทำคือ รีบพามาโรงพยาบาลสัตว์ให้ไวที่สุดภายใน 1–2 ชั่วโมงแรก


Q&A: 5 ข้อสงสัยยอดฮิต "เมื่อแมวกลืนสิ่งแปลกปลอม"


Q1: สิ่งแปลกปลอมประเภทไหนบ้างที่พบบ่อยในแมว และอันตรายที่สุด?

A: สิ่งที่พบได้บ่อยมากคือ แผ่นพลาสติก, ยางมัดผม, โฟม และ "สิ่งแปลกปลอมที่เป็นเส้นยาว" (Linear Foreign Body) เช่น ด้ายเย็บผ้าพร้อมเข็ม หรือเชือกพัสดุ ซึ่งกลุ่มที่เป็นเส้นยาวนี้อันตรายมากครับ เพราะมันสามารถเข้าไปบาดขูดและรัดลำไส้จนขาดและทะลุได้ในเวลาอันรวดเร็ว


Q2: หากเลยเวลา 2 ชั่วโมงไปแล้ว แต่อยากใช้วิธีกระตุ้นให้อาเจียน ยังทำได้ไหม?

A: โอกาสทำสำเร็จจะลดลงอย่างมาก เพราะหลังจาก 1-2 ชั่วโมง สิ่งแปลกปลอมมักจะเคลื่อนที่ออกจากกระเพาะอาหารลงสู่ลำไส้เล็กแล้ว ซึ่งหากวัตถุลงไปอยู่ที่ลำไส้ จะ "ห้ามกระตุ้นให้อาเจียนเด็ดขาด" เพราะจะเกิดแรงบีบอัดจนลำไส้ฉีกขาดได้ คุณหมอจะต้องเปลี่ยนแผนไปใช้วิธีส่องกล้องคีบออก หรือผ่าตัดเปิดช่องท้องแทน


Q3: การส่องกล้องคีบสิ่งแปลกปลอม (Endoscopy) ต่างจากการผ่าตัดอย่างไร?

A: การส่องกล้องเป็นเทคโนโลยีไร้แผล (Minimally Invasive) คุณหมอจะใช้กล้องสอดผ่านทางหลอดอาหารลงไปในกระเพาะแล้วคีบวัตถุออกมา ข้อดีคือ ตัวน้องจะไม่มีแผลผ่าตัดภายนอก เจ็บตัวน้อยกว่า และฟื้นตัวได้แทบจะทันทีหลังตื่นยาสลบครับ แต่อุปกรณ์ต้องสามารถคีบวัตถุนั้นได้ และวัตถุต้องยังอยู่ในกระเพาะเท่านั้น


Q4: พฤติกรรมที่ชอบกินของแปลกๆ เช่น พลาสติก หรือผ้า เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?

A: พฤติกรรมนี้เรียกว่า "โรคกินของที่ไม่ใช่อาหาร" (Pica) ครับ อาจเกิดจากความเครียด, ความเบื่อหน่าย, การเรียกร้องความสนใจ, การขาดสารอาหารบางชนิด หรือเป็นพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำทางระบบประสาท การปรึกษาสัตวแพทย์จะช่วยหาสาเหตุที่แท้จริงและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้


Q5: ยาที่ใช้กระตุ้นให้อาเจียนในแมว มีผลข้างเคียงหรืออันตรายไหม?

A: ยาที่ใช้ (Dexmedetomidine) เป็นยากลุ่มออกฤทธิ์ส่วนกลาง มีความปลอดภัยสูงหากใช้อยู่ภายใต้การคำนวณโดสที่แม่นยำและการดูแลอย่างใกล้ชิดของสัตวแพทย์ โดยหลังจากน้องอ้วกสิ่งแปลกปลอมออกมาแล้ว คุณหมอจะให้ยาต้าน (Antidote) เพื่อให้น้องฟื้นตัว สดชื่น และกลับบ้านได้ทันทีโดยไม่มีอาการซึมตกค้าง


อุบัติเหตุในบ้านเกิดขึ้นได้เสมอ หากลูกรักกลืนของแปลกปลอม อย่ารอช้ามาหาเราได้ทันทีที่: คลินิกแมว (Cat Clinic) | โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways

แพ็กเกจและโปรโมชั่นที่แนะนำ
Avatar
เป็นการวินิจฉัยและรักษาผ่านการส่องกล้องเพื่อตรวจหาความผิดปกติของช่องท้อง ระบบทางเดินอาหาร และระบบทางเดินหายใจ การนำสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกาย หรือเพื่อเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ โดยข้อดีของการผ่าตัดส่องกล้องคือแผลมีขนาดเล็ก ใช้เวลาน้อย สามารถฟื้นตัวได้เร็ว