ขึ้นชื่อว่า "แมว" หลายตัวมีรสนิยมที่มนุษย์อย่างเราเข้าไม่ถึง ชอบเคี้ยว ชอบกลืนของแปลกๆ จนแอบเสี่ยงอันตรายอยู่เสมอ เช่นเดียวกับเคสของ "น้อง Mimi" เจ้าก้อนส้มวัย 1 ขวบ ที่เพิ่งเข้ามาพบคุณหมอที่คลินิกแมว เพราะคุณแม่ตาไวเห็นน้องกลืนแผ่นพลาสติกยาวกว่า 10 เซนติเมตรลงท้องไปต่อหน้าต่อตา! ย้ำว่า "เพิ่งกลืนไปแค่ 30 นาที" คุณแม่ไม่รอช้า รีบโทรปรึกษาโรงพยาบาลและบึ่งรถมาทันที
เมื่อมาถึง คุณหมอประเมินว่าสิ่งแปลกปลอมยังอยู่ในกระเพาะอาหาร จึงทำการใช้ยากระตุ้นให้อาเจียน (Dexmedetomidine) ทันที เพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น น้อง Mimi ก็อ้วกเอาแผ่นพลาสติกเจ้าปัญหาออกมาได้สำเร็จ โดยไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัดเลย กลับบ้านแบบแฮปปี้ทั้งน้องแมวและคุณแม่

มีอาการขย้อน ไอเหมือนมีอะไรติดคอ หรือพยายามจะอ้วก
น้ำลายไหลยืดมากกว่าปกติ
ซึมลง เบื่ออาหารกะทันหัน
ท้องอืด หรือร้องเจ็บเวลาเราไปจับโดนพุง
⚠️ ข้อควรระวังสำคัญที่สุด: หากเห็นน้องกลืนสิ่งแปลกปลอมเข้าไป "ห้ามพยายามล้วงคอให้อ้วกเองเด็ดขาด" เพราะอาจทำให้เศษวัตถุติดหลอดลมจนขาดอากาศหายใจ หรือหากวัตถุนั้นมีมุมแหลมคม ก็อาจบาดทางเดินอาหารจนทะลุได้ สิ่งที่ต้องทำคือ รีบพามาโรงพยาบาลสัตว์ให้ไวที่สุดภายใน 1–2 ชั่วโมงแรก
Q1: สิ่งแปลกปลอมประเภทไหนบ้างที่พบบ่อยในแมว และอันตรายที่สุด?
A: สิ่งที่พบได้บ่อยมากคือ แผ่นพลาสติก, ยางมัดผม, โฟม และ "สิ่งแปลกปลอมที่เป็นเส้นยาว" (Linear Foreign Body) เช่น ด้ายเย็บผ้าพร้อมเข็ม หรือเชือกพัสดุ ซึ่งกลุ่มที่เป็นเส้นยาวนี้อันตรายมากครับ เพราะมันสามารถเข้าไปบาดขูดและรัดลำไส้จนขาดและทะลุได้ในเวลาอันรวดเร็ว
Q2: หากเลยเวลา 2 ชั่วโมงไปแล้ว แต่อยากใช้วิธีกระตุ้นให้อาเจียน ยังทำได้ไหม?
A: โอกาสทำสำเร็จจะลดลงอย่างมาก เพราะหลังจาก 1-2 ชั่วโมง สิ่งแปลกปลอมมักจะเคลื่อนที่ออกจากกระเพาะอาหารลงสู่ลำไส้เล็กแล้ว ซึ่งหากวัตถุลงไปอยู่ที่ลำไส้ จะ "ห้ามกระตุ้นให้อาเจียนเด็ดขาด" เพราะจะเกิดแรงบีบอัดจนลำไส้ฉีกขาดได้ คุณหมอจะต้องเปลี่ยนแผนไปใช้วิธีส่องกล้องคีบออก หรือผ่าตัดเปิดช่องท้องแทน
Q3: การส่องกล้องคีบสิ่งแปลกปลอม (Endoscopy) ต่างจากการผ่าตัดอย่างไร?
A: การส่องกล้องเป็นเทคโนโลยีไร้แผล (Minimally Invasive) คุณหมอจะใช้กล้องสอดผ่านทางหลอดอาหารลงไปในกระเพาะแล้วคีบวัตถุออกมา ข้อดีคือ ตัวน้องจะไม่มีแผลผ่าตัดภายนอก เจ็บตัวน้อยกว่า และฟื้นตัวได้แทบจะทันทีหลังตื่นยาสลบครับ แต่อุปกรณ์ต้องสามารถคีบวัตถุนั้นได้ และวัตถุต้องยังอยู่ในกระเพาะเท่านั้น
Q4: พฤติกรรมที่ชอบกินของแปลกๆ เช่น พลาสติก หรือผ้า เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?
A: พฤติกรรมนี้เรียกว่า "โรคกินของที่ไม่ใช่อาหาร" (Pica) ครับ อาจเกิดจากความเครียด, ความเบื่อหน่าย, การเรียกร้องความสนใจ, การขาดสารอาหารบางชนิด หรือเป็นพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำทางระบบประสาท การปรึกษาสัตวแพทย์จะช่วยหาสาเหตุที่แท้จริงและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้
Q5: ยาที่ใช้กระตุ้นให้อาเจียนในแมว มีผลข้างเคียงหรืออันตรายไหม?
A: ยาที่ใช้ (Dexmedetomidine) เป็นยากลุ่มออกฤทธิ์ส่วนกลาง มีความปลอดภัยสูงหากใช้อยู่ภายใต้การคำนวณโดสที่แม่นยำและการดูแลอย่างใกล้ชิดของสัตวแพทย์ โดยหลังจากน้องอ้วกสิ่งแปลกปลอมออกมาแล้ว คุณหมอจะให้ยาต้าน (Antidote) เพื่อให้น้องฟื้นตัว สดชื่น และกลับบ้านได้ทันทีโดยไม่มีอาการซึมตกค้าง
อุบัติเหตุในบ้านเกิดขึ้นได้เสมอ หากลูกรักกลืนของแปลกปลอม อย่ารอช้ามาหาเราได้ทันทีที่: คลินิกแมว (Cat Clinic) | โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่
#ThonglorPetHospital #TheBestAlways