
เมื่อพบว่าสัตว์เลี้ยงเข้าสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวแล้วไม่สามารถทำการรักษาให้หายขาดได้ แต่หากมีการจัดการและดูแลอย่างเหมาะสมสามารถทำให้สัตว์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ โดยมีการปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ยุ่งยาก คือ การสังเกต
โดยปกติแล้วการให้ยาเป็นวิธีการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวจึงควรทำความเข้าใจจุดประสงค์ และผลข้างเคียงของการให้ยากับสัตวแพทย์ หากไม่เข้าใจเหตุผลควรทำการสอบถามให้ชัดเจน เพื่อจะ ได้เฝ้าระวังเพราะโรคหัวใจมีการดำเนินไปของโรคตลอดเวลาและมีข้อแทรกซ้อนเพิ่มมากขึ้นจึงต้องมีการปรับยาตลอด
ควรทำการให้ยาตรงตามเวลาและขนาดอย่างเคร่งครัดมีความสำคัญมาก รวมไปถึงการแบ่งเม็ดยาและการให้ยาชนิดน้ำ โดยอาจมีการทำข้อความแปะไว้ที่ตูเย็นกันลืม มีกล่องใส่ยาหรืออาจทำตารางเพื่อให้มั่นใจว่าได้ให้ยาเรียบร้อยในแต่ละวันหากต้องมีหลายคนเป็น คนให้ยา เป็นต้น
การตรวจประเมินผลหลังให้ยา สัตวแพทยืจะทำการทบทวนขนาดและชนิดของยาที่สัตว์ ได้รับรวมถึงยาอื่นที่ไม่ใช่ยาสำหรับโรคหัวใจ เช่น ชื่อยา ขนาดความเข้มข้นเม็ดยา (mg) หรือขนาด ความเข้มข้นของยาน้ำ (mg/ml) ปริมาณที่สัตวได้รับปัจจุบันและเวลาที่ทำการให้ยา ซึ่งในการนัดหมาย แต่ละครั้งที่สัตวแพทย์ทำการนัดควรนำยาทั้งหมดปัจจุบันมาด้วย หากสัตว์มีอาการทรุดลงหรือไม่คงที่ อาจมีการทำสมุดบันทึกการปรับเปลี่ยนยาด้วย และแจ้งให้สัตวแพทย์ทราบหากพบอาการผิดปกติ โดยทำกาตรวจเลือดเป็นระยะเพื่อเฝ้าระวังการทำงานของไตและอเล็กโตรไลท์ เช่น โพแทสเซียม อาหารสำหรับโรคหัวใจ
การทีสัตว์ลดกิจกรรมบางอย่างลงหรือมีอาการเหนื่อยง่ายเมื่อออกกำลังกายเป็นอาการหนึ่งของภาวะหัวใจล้มเหลว บางครั้งการออกกำลังกายแบบปกติก็อาจพบอาการหายใจลำบากได้ ควรออกกำลังกายปานกลางและสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดการปรับการทำงานของหัวใจ ( compensated heart failure) ไม่ควรบังคับหากพบว่า สัตว์เริ่มเหนื่อย ควรรับแจ้งสัตวแพทย์โดยด่วน หากพบ อาการเป็นลมหรืออ่อนแรงอย่างฉับพลัน ซึ่งบ่งชี้ว่าสัตว์เลี้ยงไม่สารถปรับการทำงานของหัวใจได้ (decompensated heart failure)
สพ.ญ.ชัญภร กวางรัตน์
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่
#ThonglorPetHospital #TheBestAlways