สุนัขพันธุ์ใหญ่ต้องตรวจหัวใจไหม เคสมาสเตอร์มันนี่ที่ยังไม่มีอาการ

27 กันยายน 2569 14 ครั้ง

หลายบ้านอาจเคยสงสัยว่า น้องหมายังร่าเริง วิ่งเล่นได้ปกติ กินเก่ง แถมยังไม่เคยมีอาการผิดปกติ แล้วจำเป็นต้องตรวจหัวใจด้วยเหรอ

ความจริงคือ โรคหัวใจบางชนิดอาจค่อย ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยที่ในช่วงแรกน้องยังไม่แสดงอาการให้เห็นชัดเจน บทความนี้เล่าเคสของ “มาสเตอร์มันนี่” สุนัขพันธุ์ใหญ่ที่มาตรวจหัวใจทั้งที่ยังไม่มีอาการ พร้อมอธิบายว่าทำไมการตรวจแบบนี้จึงมีประโยชน์

เคสมาสเตอร์มันนี่ พี่ใหญ่วัย 5 ขวบ

มาสเตอร์มันนี่ พี่ใหญ่ของบ้าน อายุครบ 5 ปีแล้ว คุณพ่อคุณแม่จึงพามาตรวจสุขภาพหัวใจที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ สาขาระยอง กับสพ.ญ.วิภาดา งามสงวน (หมอทราย) ศูนย์หัวใจ เพื่อเช็กให้มั่นใจว่าหัวใจของน้องยังแข็งแรงดี

ผลตรวจวันนั้นทำให้ทั้งบ้านยิ้มได้ เพราะสุขภาพหัวใจของมาสเตอร์มันนี่อยู่ในเกณฑ์ปกติ คุณหมอจึงแนะนำให้ติดตามตรวจสุขภาพหัวใจอย่างสม่ำเสมอ โดยในเคสของมาสเตอร์มันนี่ แนะนำตรวจติดตามปีละ 1 ครั้ง เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของหัวใจในระยะยาว

ทำไมสุนัขพันธุ์ใหญ่ควรตรวจหัวใจ?

สุนัขพันธุ์ใหญ่ เมื่ออายุมากขึ้น อาจมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจบางชนิด เช่นโรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง ซึ่งมักพบในสุนัขพันธุ์ใหญ่บางสายพันธุ์ การตรวจสุขภาพหัวใจช่วยให้สัตวแพทย์ประเมินการทำงานของหัวใจ และติดตามความเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม

ความเสี่ยงแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ อ่านเพิ่มเติมได้ในสายพันธุ์สุนัขและแมวที่เสี่ยงโรคหัวใจ

ไม่มีอาการ ทำไมยังต้องตรวจ?

เพราะบางครั้ง เราไม่จำเป็นต้องรอให้น้องเริ่มมีอาการก่อนถึงค่อยพามาตรวจ การตรวจตั้งแต่ยังแข็งแรงมีประโยชน์หลายอย่าง

  • รู้ว่าวันนี้หัวใจของน้องยังแข็งแรงดี ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่อุ่นใจ
  • มีข้อมูลพื้นฐานไว้เปรียบเทียบเมื่อมาตรวจครั้งต่อไป
  • หากเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง สัตวแพทย์จะเห็นได้เร็วขึ้น และวางแผนดูแลได้ทัน

ตรวจหัวใจสุนัขมีวิธีอะไรบ้าง?

สัตวแพทย์จะประเมินและเลือกวิธีตรวจให้เหมาะกับน้องแต่ละตัว เช่น

  • การฟังเสียงหัวใจ
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG)
  • การเอกซเรย์ทรวงอก
  • การตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echocardiogram)

ดูรายละเอียดการตรวจและบริการได้ที่ศูนย์หัวใจ และอ่านเพิ่มเติมเรื่องการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG)

ควรตรวจหัวใจบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ในการตรวจขึ้นอยู่กับอายุ สายพันธุ์ ผลตรวจครั้งก่อน และสุขภาพโดยรวมของน้องแต่ละตัว ในเคสของมาสเตอร์มันนี่ ผลตรวจปกติ คุณหมอจึงแนะนำตรวจติดตามปีละ 1 ครั้ง ส่วนน้องที่มีความเสี่ยงหรือมีผลตรวจผิดปกติ สัตวแพทย์อาจแนะนำความถี่ที่ต่างออกไป

สัญญาณที่ควรพามาพบสัตวแพทย์

  • ไอเรื้อรัง หรือไอมากช่วงกลางคืน
  • หายใจเร็ว หอบ หรือหายใจลำบาก
  • เหนื่อยง่าย เดินเล่นหรือออกกำลังกายได้น้อยลง
  • ซึม อ่อนแรง หรือเป็นลม
  • ท้องโตหรือบวมผิดปกติ

หากพบอาการเหล่านี้ ไม่ควรรอถึงนัดตรวจประจำปี ควรพามาพบสัตวแพทย์โดยเร็ว

วางแผนตรวจหัวใจให้เหมาะกับน้อง

หากน้องหมาที่บ้านเริ่มมีอายุมากขึ้น หรือเป็นสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงเรื่องโรคหัวใจ สามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อวางแผนการตรวจสุขภาพหัวใจที่เหมาะกับน้องแต่ละตัวได้ ดูแพ็กเกจตรวจหัวใจสุนัขและแมว หรือนัดหมายออนไลน์

ขอบคุณเคสจากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ สาขาระยอง


หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง สนใจบริการ อาบน้ำตัดขน ว่ายน้ำ สั่งซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ สามารถสอบถามได้ที่


#ThonglorPetHospital #TheBestAlways

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q : สุนัขพันธุ์ใหญ่ที่ยังไม่มีอาการ ต้องตรวจหัวใจไหม?
A :

ควรปรึกษาสัตวแพทย์ เพราะโรคหัวใจบางชนิดอาจค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงโดยยังไม่แสดงอาการ และสุนัขพันธุ์ใหญ่เมื่ออายุมากขึ้นอาจมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจบางชนิด การตรวจช่วยติดตามความเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น


Q : ตรวจหัวใจสุนัขมีวิธีอะไรบ้าง?
A :

สัตวแพทย์จะเลือกวิธีให้เหมาะกับน้องแต่ละตัว เช่น การฟังเสียงหัวใจ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) การเอกซเรย์ทรวงอก หรือการตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echocardiogram)


Q : ควรตรวจหัวใจสุนัขบ่อยแค่ไหน?
A :

ขึ้นอยู่กับอายุ สายพันธุ์ ผลตรวจครั้งก่อน และสุขภาพโดยรวม ในเคสที่ผลตรวจปกติ สัตวแพทย์อาจแนะนำตรวจติดตามปีละ 1 ครั้ง ส่วนน้องที่มีความเสี่ยงหรือผลผิดปกติอาจต้องตรวจถี่กว่านั้น


Q : อาการแบบไหนที่อาจเป็นสัญญาณโรคหัวใจ?
A :

ไอเรื้อรังหรือไอมากช่วงกลางคืน หายใจเร็วหรือหอบ เหนื่อยง่าย ซึม อ่อนแรงหรือเป็นลม และท้องโตหรือบวมผิดปกติ ควรพามาพบสัตวแพทย์โดยเร็ว


Q : ผลตรวจหัวใจปกติแล้ว ยังต้องตรวจอีกไหม?
A :

ควรตรวจติดตามตามที่สัตวแพทย์แนะนำ เพราะหัวใจอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่ออายุมากขึ้น ผลตรวจครั้งนี้ยังใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานเพื่อเปรียบเทียบในการตรวจครั้งต่อไป

แพ็กเกจและโปรโมชั่นที่แนะนำ
Avatar
อยากรู้ว่าน้องหมาน้องแมวของเราหัวใจแข็งแรงรึป่าวนะเรามีคำตอบให้ที่ศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือดโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อโดยคุณหมอด้านโรคหัวใจในสัตว์เลี้ยง